GUN IN THAILAND
20,04, 2018, 22:14:31 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google

หน้านี้ ยุติการ Post แล้วครับ !!
 เวปบอร์ด gun.in.th ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่


   http://2013.gun.in.th
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: PT 1911 SS รับมาแต่งตัวใหม่....มีรูปทดสอบเป้ามาให้ชม  (อ่าน 32289 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
13,07, 2010, 22:04:56
TOR158
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 364



« ตอบ #150 เมื่อ: 13,07, 2010, 22:04:56 »

ถ้าเรากล้า(ถามร้าน)  โมโหหน้าแดงเส้นทางไม่ไกลครับ(สงสัยถามน้องครับ) ธุจ้า
ขอป.3 ที่วังถ้า.45 สน.สก. ไม่ต้องรอใบจอง 10% ครับผมขอเปล่า แต่ต้องกีฬาเท่านั้นแล้วรอ 45 วันครับ พอได้ป.3 ผมเดินไปถามที่ไทเนชั้น 2 เลยครับถ้ามีตัดสดเลย ถ้าไม่มีรอครับหรือโทรถาม คุณเอกเบอร์......ทาง PMครับ......(ต้องขยันโทรครับ) น้องเค้าบริการดีมากมีให้เลือกด้วยครับ ผมได้SS จากน้องเอกเมื่อ 2 กค.นี้เองครับ
อ้อเมื่อวานเดินที่วัง ลูกจริง .45 รอยัลกล่องละ        1700.-
                                            วิน หัวรู กล่องละ     3500.-ไม่แบ่งขายด้วยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14,07, 2010, 07:02:16 โดย TOR158 » บันทึกการเข้า
25,07, 2010, 14:15:45
sak501104
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,531



« ตอบ #151 เมื่อ: 25,07, 2010, 14:15:45 »

 ยิ้มยิงฟันบางท่านสนใจจะแต่งศูนย์หลัง ไว้เป็นแนวทาง รักกันนะ
บันทึกการเข้า

สมศักดิ์  อินทนะ อบต.ห้วยโรง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ 54140
โทรฯ 08 4949 2508 (GSM)
บัญชี ธนาคารทหารไทย  ออมทรัพย์ เลขบัญชี 354 754 2872
25,07, 2010, 14:25:03
eccapong
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,229



« ตอบ #152 เมื่อ: 25,07, 2010, 14:25:03 »

ยิ้มยิงฟันบางท่านสนใจจะแต่งศูนย์หลัง ไว้เป็นแนวทาง รักกันนะ

จะแต่งปืนก็กลัวปืนไม่เดิม กัดสไลด์ pt 1911 เพื่อเปลี่ยน ศูนย์ปืนปรับได้ ปืนจะเป็นรอยเยอะไหมครับ                        
ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ ปืนจะเสียไหม ครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ                        
ถ้าเปลี่ยน ควรใช้ ศูนย์ของอะไรดีครับ                        
ขอเป็นแนวทางในกรณีศึกษาครับ                        

บันทึกการเข้า
25,07, 2010, 14:26:11
a5881
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,865


« ตอบ #153 เมื่อ: 25,07, 2010, 14:26:11 »

ถ้าเรากล้า(ถามร้าน)  โมโหหน้าแดงเส้นทางไม่ไกลครับ(สงสัยถามน้องครับ) ธุจ้า
ขอป.3 ที่วังถ้า.45 สน.สก. ไม่ต้องรอใบจอง 10% ครับผมขอเปล่า แต่ต้องกีฬาเท่านั้นแล้วรอ 45 วันครับ พอได้ป.3 ผมเดินไปถามที่ไทเนชั้น 2 เลยครับถ้ามีตัดสดเลย ถ้าไม่มีรอครับหรือโทรถาม คุณเอกเบอร์......ทาง PMครับ......(ต้องขยันโทรครับ) น้องเค้าบริการดีมากมีให้เลือกด้วยครับ ผมได้SS จากน้องเอกเมื่อ 2 กค.นี้เองครับ
อ้อเมื่อวานเดินที่วัง ลูกจริง .45 รอยัลกล่องละ        1700.-
                                            วิน หัวรู กล่องละ     3500.-ไม่แบ่งขายด้วยครับ
เห็นราคากระสุนแล้ว เหงื่อตก เหงื่อตก เหงื่อตก เหงื่อตก
บันทึกการเข้า
26,07, 2010, 22:41:24
CZ P-06
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,915



เว็บไซต์
« ตอบ #154 เมื่อ: 26,07, 2010, 22:41:24 »

  • ตอน 7 การแต่งไก ปืน 1911
     




     
     
            ความต้องการของนักกีฬาแข่งขันกีฬายิงปืน นอกจากความแม่นยำสูงสุดที่ตัวปืนจะทำได้แล้ว คือ ความเรียบ นุ่มนวล ความสม่ำเสมอ ของชุดลั่นไก
            เมื่อนักกีฬาจัดศูนย์ปืนได้เข้าที่แล้ว จังหวะของการลั่นไกมีผลอย่างมากต่อกลุ่มกระสุนบนเป้า น้ำหนักไก และความเรียบลื่นไม่มีผลโดยตรงต่อกลุ่มกระสุน คือไม่ได้ช่วยให้ปืนแม่นขึ้น แต่ช่วยให้คุณยิงแม่นได้ง่ายขึ้น
            ชุดลั่นไกของปืน 1911 ประกอบด้วย ตัวไก, ดิสคอนเน็คเตอร์, เซียร์, นกสับ, แหนบสปริง, และสปริงเมนนกสับ
            บทความตอนนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านศึกษาแล้วนำไปปรับแต่งปืนด้วยตนเอง การแต่งไกเป็นงานที่ละเอียดอ่อนต้องใช้ทักษะและประสบการณ์อย่างสูง การปรับแต่งไกอย่างผิดวิธีหรือขาดความชำนาญ สามารถสร้างความเสียหายให้กับชิ้นส่วนของชุดลั่นไก และอันตรายจากชุดลั่นไกทำงานผิดพลาดจนควบคุมไม่ได้ คือคุณเหนี่ยวไกเพียงครั้งเดียว แต่ปืนจะรัวออกไปจนหมดแม็กกาซีน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
            จุดแรกที่จะทำการปรับแต่งชุดลั่นไก ปืน 1911 คือตัวไก จะต้องมีความพอดีกับปืน ความสูงของแป้นตัวไกมักจะทำมาเกินขนาด เพื่อให้ช่างปรับแต่งให้พอดีกับปืน เมื่อคุณสอดตัวไกเข้าทางด้านหลังคุณต้องมองดูว่า ติดอยู่ด้านบนหรือด้านล่าง (ส่วนมากมักจะเป็นด้านบน) ขณะตรวจสอบต้องดูด้วยว่าสะพานไกอยู่ในแนวตรงพอดีกับช่องสะพาน ค่อย ๆปรับแต่งลดความสูงทีละน้อยจนคุณสามารถสอดไกเข้าไปได้สุด แล้วทดลองเหนี่ยวดูว่ามีความฝืดหรือไม่ ถ้าคุณปรับแต่งตัวไกจนมองเห็นช่องไฟเล็ก ๆ เมื่อมองจากด้านหลัง นั่นแสดงว่าตัวไกพอดีแล้ว และช่องไฟนี้จะต้องไม่มากเกินไป จนทำให้ตัวไกสามารถโยกในแนวบน-ล่างได้ ซึ่งจะส่งผลให้สะพานไกด้านหลังจะโยกตัวได้เช่นกัน และจะทำให้จังหวะการลั่นไกไม่สม่ำเสมอ
            ถ้าตัวไกพอดีแล้ว แต่ยังพบความฝืดนั่นหมายถึงความไม่พอดีของสะพานไกกับช่องสะพาน, สะพานไกอาจจะคดไม่ได้ฉาก หรือกว้างมากเกินไป คุณจะต้องดัดสะพานไกให้มีความพอดีและคล่องตัว และต้องดูด้วยว่า เมื่อคุณบีบสะพานไกให้แคบลงจนคล่องตัวแล้วนั้นมากเกินไปจนเสียดสีตัวแมกกาซีนหรือไม่
            ในปืนแข่งขัน 1911 ตัวไกมักจะทำด้วยวัสดุน้ำหนักเบา เช่น อลูมิเนียมเจาะรูลดน้ำหนัก หรือโพลิเมอร์ และสะพานไกก็จะมีขนาดบาง หน้าสัมผัสน้อยเพื่อลดความฝืด หรือบางยี่ห้อก็จะมีสะพานไกทำด้วยไททาเนี่ยม
            ยิ่งตัวไกมีความเบามากเท่าใดก็จะยิ่งมีผลดีคือ ลดโอกาสที่ไกจะกระดอนถอยหลัง ในจังหวะถูกกระตุ้นตอนสไลด์ปิด ซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดปัญหานกตามได้
            จุดต่อมา คือ ปลายเซียร์ จะต้องมีความเรียบลื่น และได้ฉาก บางคนพยายามลดความยาวของปลายเซียร์ ด้วยความเชื่อว่าจะทำให้การปลดล็อคเร็วขึ้น ซึ่งไม่เป็นความจริง ถึงแม้ว่าคุณจะลดความยาวของปลายเซียร์ลง ตัวนกก็จะตามมาเกาะด้วยแรงดันของสปริงอยู่ดี
            แง่นกสับเป็นจุดที่จะต้องทำการปรับแต่งด้วยความระมัดระวัง ความสูงของแง่จะต้องมีความสูงระหว่าง .018 นิ้ว ถึง .020 นิ้ว แง่นกจะต้องมีความฉากและขนาน การปรับแต่งหน้าสัมผัสระหว่างนกกับเซียร์ มีผลต่อน้ำหนักไกและความเรียบอย่างมาก อาการตื้อของจังหวะหลุด อยู่ที่องศาของแง่นก ประกอบกับความสูงของแง่ การปรับองศาแง่นกจะต้องใช้ความชำนาญในการมองมุมเป็นอย่างมาก เราสามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ของนกและเซียร์ด้วยการร้อยสลักนกและเซียร์ไว้ด้านนอกของเฟรมปืน แล้วมองด้วยแว่นขยาย ถ้าเราเปิดองศาแง่นกมากเกินไปเพื่อให้ได้น้ำหนักเบา เซียร์ก็จะเกาะไม่อยู่ในขณะปืนทำงานทำให้นกตามได้เช่นกัน เมื่อเราปรับแต่งมุมของแง่นกเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ขัดเงาด้วยหินเซรามิคอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ความลื่นของหน้าสัมผัส
            สปริงเมนนกสับของปืน 1911 ก็มีผลต่อน้ำหนักไกเช่นกัน ค่าความแข็งของสปริงเมนนกสับต่ำสุดคือ 17 ปอนด์ การลดความแข็งของสปริงเมน ไม่แนะนำให้ตัดสปริงเดิมให้สั้นลง เพราะตัวนกจะทำงานช้า สปริงที่มีแรงดันต่ำจะต้องเป็นสปริงที่มีขนาดความโตของลวดเล็กลง และมีความยาวรวมหรือจำนวนข้อเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยกำลัง จะช่วยให้ตัวนกสับทำงานเร็ว หรือที่เรียกว่า LOCK TIME สั้นนั่นเอง
     
     
            สปริงแหนบหรือบางทีเราเรียกว่า สปริงเซียร์ แบ่งเป็น 2 ชนิด มีแบบ 3 ชาย ซึ่งเป็นแบบปกติ และแบบ 4 ชาย ซึ่งมักเป็นที่นิยมในปืนแต่ง แหนบ 3 ชาย เมื่อมองจากทางด้านปืนเข้าไป ตัวซ้ายสุดจะทำหน้าที่กดขาเซียร์ ให้เซียร์พลิกไปเกาะแง่นก ในขณะที่ปืนทำงานแต่ละครั้ง ตังกลางทำหน้าที่ ดันดิสคอนเนคเตอร์ พร้อมกับดันไกกลับ ส่วนตัวขวาทำหน้าที่ดันหลังอ่อน ซึ่งไม่มีผลต่อการแต่งน้ำหนักไก ส่วนแหนบ 4 ชาย จะแบ่งตัวกลางออกเป็น 2 ขา แยกการดันดิสคอนเน็คเตอร์ออกจากการดันไกกลับ และใช้อีกขาหนึ่งมาดันที่ตัวไกโดยตรง มักจะใช้ในกรณีที่ดิสคอนเน็คเตอร์และสะพานไกมีช่วงฟรี เพื่อลดอาการไกกระดอนกลับ
            การลดน้ำหนักไกต้องอาศัยความชำนาญในการดัดสปริงแหนบให้มีแรงต้านน้อยลง แต่ต้องมีกำลังมากพอที่จะให้ทุกชิ้นส่วนทำงานได้เป็นปกติ
            การตรวจสอบหลังการปรับแต่งไกว่ามีความพอดีและปลอดภัยหรือไม่ ทำได้โดยการดึงสไลด์ถอยหลังแล้วปล่อยทันทีโดยที่นิ้วอุบไกถอยหลังไว้ ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งนกจะต้องไม่ตก จากนั้นค้างคันล๊อคสไลด์แล้วปลดล๊อคโดยไม่ต้องอุบไก นกจะต้องไม่ตกเช่นเดียวกัน ถ้ามีอาการนกตกในจังหวะสไลด์ปิดและไม่ได้อุบไก นั่นหมายถึงแหนบที่ดันดิสคอนเน็คเตอร์หรือสะพานไกมีกำลังน้อยเกินไป จนตัวไกเกิดอาการกระดอนถอยหลังแล้วดันดิสคอนเน็คเตอร์มาปลดเซียร์ทำให้นกตาม
            อย่างที่เรียนให้ทราบในตอนต้นแล้วว่า การแต่งไกต้องอาศัยความชำนาญอย่างมาก การทำให้น้ำหนักไกเบานั้นไม่ยาก แต่เบาแล้วปลอดภัยยากกว่ามากมาย ถ้าไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าตัวเองจะทำได้ แนะนำให้ส่งช่างครับ อย่าพยายามทำเอง เพราะผมเคยเห็นคนที่พลาดแล้วเกิดความเสียหายอย่างมากมายอย่างคาดไม่ถึงมาแล้ว พบกันใหม่ตอนหน้าครับ
     
     
  • http://www.prayotcharms.com/CUSTOM7.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26,07, 2010, 22:44:00 โดย CZ P-06 » บันทึกการเข้า
26,07, 2010, 22:43:04
CZ P-06
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,915



เว็บไซต์
« ตอบ #155 เมื่อ: 26,07, 2010, 22:43:04 »

  • ตอน 6 การปรับลำกล้อง 
     




     
     
         การปรับลำกล้องเข้ากับตัวปืนมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะมีลำกล้องคุณภาพดีเพียงใดก็ตาม หากการปรับแต่งเข้ากับตัวปืนทำได้ไม่สมบูรณ์ ความแม่นยำที่ควรจะได้จากลำกล้องคุณภาพดีก็จะลดลงเป็นอย่างมาก เรามักจะเรียกอาการอย่างนี้ว่า "การสูญเสียความแม่นยำจากการฟิตติ้ง"

         การสูญเสียความแม่นยำจากการฟิตติ้ง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในปืน 1911 เนื่องจากระบบการทำงานของปืนมีการเคลื่อนไหวจากสไลด์และการขึ้นลงของลำกล้อง แต่ทำอย่างไรให้เราสูญเสียน้อยที่สุด ตรงนี้แหละครับเป็นสิ่งสำคัญ

          ผู้ผลิตลำกล้อง MATCH ทุกราย มักจะทำขนาดลำกล้องให้โตกว่าปกติ เพื่อเผื่อไว้ให้ช่างปืนทำการปรับลำกล้องเข้ากับตัวปืนให้ได้ผลดีที่สุด เนื่องจากตัวเฟรมและสไลด์ของปืนแต่ละยี่ห้อมักจะมีค่าบวก-ลบไม่เท่ากัน

          จุดแรกที่จะต้องทำการปรับคือ หางลำกล้อง เราจะต้องวัดความกว้างของช่องเสียบหางลำกล้องของตัวสไลด์ว่ามีขนาดเท่าใดด้วยเวอร์เนียที่มีความละเอียดเที่ยงตรง จากนั้นสอดลำกล้องเข้าไปในสไลด์ เพื่อดูว่าหางที่โตและเสียบเข้าช่องไม่ได้นั้นติดอยู่ข้างไหน แล้วขัดออกด้วยตะไบ สิ่งที่ต้องระวังในการตรวจสอบ คือ ลำกล้องจะต้องอยู่ในตำแหน่งฉากตั้งตรง โดยการหงายสไลด์ขึ้นและวัดดูความห่างทั้งสองข้างของสไลด์กับหูลำกล้อง ห้ามกะด้วยสายตาเด็ดขาดนะครับ ต้องวัดให้ได้เท่ากันทั้งสองข้าง แล้วดูว่าเราจะต้องถูหางลำกล้องข้างไหนออก

          เมื่อปรับความกว้างของหางลำกล้องให้พอดีกับสไลด์แล้ว ก็มาดูความยาวของหางลำกล้อง คุณจะต้องวัดระยะจากสันขอบหลังของเขี้ยวขัดกลอนในสไลด์ ว่ามีระยะห่างจนถึงแป้นหน้าเข็มแทงชนวน หรือที่เรียกว่า BREECH FACE เท่าใด เราต้องปรับความยาวของหางลำกล้องให้ฟิตแน่นกับ BREECH FACE มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องไม่มากเกินไปจนหางลำกล้องกระดกขึ้นลงไม่ได้

          หลังจากที่เราปรับหางลำกล้องทั้งความกว้างและความยาวให้พอดีกับสไลด์แล้ว ให้ประกอบลำกล้องเข้ากับสไลด์ โดยใส่บู๊ชปากลำกล้องที่มีขนาดไม่ฟิตแน่นมาก เพราะตอนนี้เป็นการตรวจสอบตำแหน่งของเข็มแทงชนวนว่าตรงกึ่งกลางของแก๊ปกระสุนหรือไม่ มีเทคนิคง่าย ๆ ดังนี้ครับ ให้ใช้ปลอกกระสุนเปล่าที่ไม่มีแก๊ป แล้วใช้ดินน้ำมันใส่แทน ใส่ปลอกกระสุนเข้ารังเพลิง แล้วประกอบลำกล้องเข้ากับสไลด์ ใช้ก้านเหล็กดันเข็มแทงชนวนเพื่อดูว่ารอยตีของเข็มได้ตำแหน่งกึ่งกลางแก๊ปหรือไม่ ซึ่งโดยมากแล้วรอยที่ปรากฏมักจะกินสูง เพราะเขี้ยวขัดกลอนของลำกล้องซึ่งมักจะทำขนาดเผื่อให้โตไว้ เราจะต้องดูว่าเขี้ยวขัดกลอนของลำกล้องที่ขึ้นไปล๊อกเข้ากับร่องสไลด์ มีขนาดกว้างเกินไปหรือตื้นเกินไป โดยใช้สีเมจิคทาที่เขี้ยวลำกล้องแล้วประกอบเข้าสไลด์ ใช้ฆ้อนพลาสติคเคาะเบา ๆ แล้วถอดลำกล้องออกมาดูรอยของสีที่ทาไว้ว่าติดตรงไหน ใช้ตะไบต่อย ๆ ปรับแต่งทั้งความกว้างและร่องของวงโค้งจนเข้าได้พอดีที่เข็มแทงชนวนจะตีตรงกลางแก๊ป ความลึกของการขัดกลอนไม่จำเป็นจะต้องมากนะครับ ให้ดูตำแหน่งของรอยเข็มแทงชนวนเป็นหลัก ปัจจัยของความแม่นยำ ตรงร่องขัดกลอนมีน้อยกว่าหูลำกล้องด้านล่างครับ ความลึกโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ .040 นิ้ว ถึง .045 นิ้ว เท่านั้น
     
     
          ต่อไปเป็นตอนสำคัญของการปรับลำกล้องนะครับ จะเรียกว่าหัวใจของความแม่นยำเลยก็ได้ ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่า ระบบของปืน 1911 นั้น ลำกล้องจะต้องกระดกขึ้นลงเมื่อปืนทำงานแต่ละครั้งด้วยห่วงโตงเตง หลาย ๆ คนไปให้ความสำคัญกับห่วงโตงเตงมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วโตงเตงมีหน้าที่ดึงลำกล้องให้ลดตัวเท่านั้น หลายคนเข้าใจว่าการเปลี่ยนโตงเตงให้ยาวเพื่อดันลำกล้องให้ล๊อคอัพสูงสุดจะช่วยให้แม่นขึ้น บางคนเข้าใจว่าใช้โตงเตงตัวสั้นจะช่วยรัดแกนล๊อคสไลด์กับหูลำกำล้องให้แน่นแล้วจะแม่นขึ้น เป็นความเข้าใจที่ผิดทั้งหมด ถ้าคุณปรับลำกล้องโดยใช้โตงเตงเป็นตัวกำหนด ปัญหาจะตามมามากมาก ทั้งโตงเตงยืด หูลำกล้องขาด ถ้าใช้โตงเตงยาวเกินไปลำกล้องก็จะปลดกลอนและลดตัวยาก ปืนจะขัดข้อง และหลังลำกล้องก็จะถูกสไลด์ขูดจนเป็นรอยอย่างมาก ขอยืนยันครับว่าโตงเตงไม่มีผลต่อความแม่นยำ โตงเตงมีหน้าที่ดึงลำกล้องให้ลดตัวเท่านั้น

           การที่ลำกล้องจะขึ้นไปขัดกลอนกับสไลด์นั้น อาศัยหูด้านล่างของลำกล้องปีนขึ้นไปนั่งบนแกนของคันล๊อคสไลด์ และเมื่อเราต้องการความแม่นยำเต็มที่ ดังนั้น การปีนขึ้นไปนั่งจะต้องมีความฟิตแน่นพอดี และขนานเท่ากัน ตรงนี้จะต้องทำการปรับแต่งด้วยความละเอียดสูงสุด และสังเกตุรอยสัมผัสที่หูลำกล้องทำกับแกนล๊อคสไลด์จะต้องเท่ากันทั้งสองข้าง ค่อย ๆ ปรับทีละน้อย ๆ จนท้ายสไลด์สามารถปิดได้สนิทกับเฟรม จากนั้นจึงมาเลือกโตงเตงให้มีความยาวพอดีกับวงโค้งของหูลำกล้อง ไม่สั้นหรือยาวเกินไป

           เมื่อจัดการกับตัวลำกล้องเรียบร้อยแล้ว เราก็มาปรับบู๊ชลำกล้องให้มีความฟิตแน่นพอดี ค่าความฟิตแน่นของลำกล้องกับสไลด์และลำกล้อง จะต้องมีไม่เกิน .001 นิ้ว เท่านั้น

           ขั้นตอนการปรับลำกล้องมองดูแล้วเหมือนไม่ยากนะครับ แต่เป็นงานที่ต้องอาศัยความประณีตและทักษะเป็นอย่างมาก ผมไม่แนะนำให้ทำเอง ควรให้ช่างที่มีประสบการณ์จัดการให้จะดีกว่า เพราะผมเห็นหลาย ๆ คนพยายามลองทำเอง ผลสุดท้ายต้องเสียเงินซื้อลำกล้องใหม่ เชื่อผมเถอะครับ เสียดายสตางค์ ลำกล้องดี ๆ อันหนึ่งไม่ใช่ถูก ๆ

     
     
  • http://www.prayotcharms.com/CUSTOM6.html
บันทึกการเข้า
26,07, 2010, 22:53:39
CZ P-06
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,915



เว็บไซต์
« ตอบ #156 เมื่อ: 26,07, 2010, 22:53:39 »

  • ตอนที่ 8 สปริง
     



















                 ไม่กระด้างเหมือนการตัด สปริงเดิม มีกำลังตลอดช่วงการทำงานที่สม่ำเสมอ และไม่มีปัญหาเรื่องสับไม่แตก ช่วยลดแรงเครียดที่แง่ นกสับทำกับปลายเซียร์ ทำให้จังหวะการหลุดของไกง่ายขึ้น การที่เราจะเลือกสปริงเมนที่มีค่า 17-18 ปอนด์นั้น ให้ดูที่มวลหรือน้ำหนักของตัวนกสับ ถ้ามีมวลเบามากเป็นพิเศษให้ใช้ 18 ปอนด์ ถ้าเบาไม่มากให้ใช้ 18 ปอนด์ ก็พอครับ
                 แรงตีของนกสับที่เบาทำให้คุณยิงได้ดีขึ้นด้วยนะครับ คือตัวปืนและแนวเส้นเล็งจะไม่สะเทือนมาก ในจังหวะที่นกฟาด สรุปว่าดีไปหมด เปลี่ยนนะครับ ตัวละไม่กี่สตางค์ ไม่น่าจะเกิน 150 บาท แถมยังใช้ได้ตลอด ไปด้วย ของเดิมที่ติดมากับปืนเก็บไว้ดูเล่นก็แล้วกัน
                ยิงนัดสุดท้ายแล้วสไลด์ไม่ค้าง แถมยังมีคาบปลอกอีกด้วย           สปริงรีคอยล์หรือสปริงลำเลื่อนคือตัวปัญหาครับ โดยปรกติในปืน 1911 จากโรงงาน จะใส่สปริง ลำเลื่อนที่มีค่าความแข็งประมาณ 16.5-18.5 ปอนด์ ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสมกับการยิงด้วยกระสุนจริงหรือลูก ใช้งานมาตราฐาน โรงงานเขาไม่รู้นี่ครับว่าคุณจะยิงด้วยกระสุนอะไร ก็เลยเอาลูกใช้งานจริงเป็นมาตราฐานไว้ก่อน ทีนี้พอคุณมายิงด้วยกระสุนซ้อมหรือกระสุนแข่งซึ่งมีกำลังน้อยกว่าก็เกิดปัญหา สไลด์ถอยไม่พอ คาบปลอกและ สไลด์ไม่ค้างเพราะสปริงแข็งมากไป ทำให้สไลด์ถอยหลังไม่สุดและพยายามจะรีบปิดตัว ทั้ง ๆ ที่ปลอกกระสุน ยังถูกดีดออกมาไม่พ้นจากช่องคายปลอก พอถึงตอนนี้บรรดาผู้รู้ทั้งหลายก็ให้คำแนะนำว่า ตัดสปริงออกสัก 2 ข้อก็เรียบร้อย ทีนี้คุณก็มีปัญหาเพิ่มขึ้นแล้วหละครับ เชื่อผมเถอะครับ โรงงานคิดคำนวนแทบตาย ทั้งค่าความแข็ง เบอร์ลวด จำนวนข้อความยาว แล้วใจคอคุณจะตัดทิ้งเสียง่าย ๆ หรือครับ เมื่อคุณตัดสปริงให้สั้นลงแล้วทำให้กำลัง ส่งช่วงปลายของสไลด์น้อยลง ซึ่งมีความสัมพันธ์ในจังหวะล๊อกอัพลำกล้องปืนอีกด้วย ต้องเปลี่ยนครับ ปืน Custom 1911 ที่ใช้แข่งขันนั้น ทั้งปีทั้งชาติก็ใช้ยิงแต่กระสุนแข่งเท่านั้น แล้วคุณจะใช้สปริงลำเลื่อนแข็ง ๆ ไปทำไมหละครับ
                บางคนกล่าวว่าสปริงลำเลื่อนแข็งจะช่วยให้สไลด์ปิดแน่น ลำกล้องก็ถูกดันไว้แน่น แถมยังช่วยหน่วงเวลา ให้ลำกล้องลดตัว ปลดกลอนช้าลงแล้วจะทำให้ปืนแม่นขึ้น ไม่เกี่ยวครับ เป็นคำตอบสุดท้าย
                จังหวะการล๊อกอัพของลำกล้องอยู่ที่ความถูกต้องและความพอดีตอนที่เราปรับลำกล้องครับ ปืนแข่งในต่างประเทศ ใช้สปริงลำเลื่อนแค่ 11 ปอนด์ ขนาด wilson ยังบอกให้ใช้แค่ 10 ปอนด์ในกระสุด target สปริงลำเลื่อนมีอายุการใช้งานนะครับ wilson แนะนำให้เปลี่ยนทุก ๆ 2000 นัด ราคาบ้านเราเส้นละประมาณ 400 บาท ไม่แพงใช่ไหมครับ
                        สปริงลำเลื่อนแข็งทำให้นกตามได้
                จริงครับ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าสปริงลำเลื่อนที่แข็งมาก จะทำให้สไลด์ปิดตัวเร็วและแรงมาก ส่งผลให้เกิดการกระดอน ของตัวไกหรือพูดง่าย ๆ ก็คือกระเด้งสวนทางครับ เมื่อสไลด์ปิดตัวแรง ๆ จะถ่ายแรงเฉื่อยต่อไปยังตัวไก ทำให้ไกกระดอนถอยหลัง ไปดัน disconnector แล้วเลยต่อไปดันขาเซียร์ คล้าย ๆ กับเราเหนี่ยวไกซ้ำ ทำให้เกิดอาการนกตามครับ
                        สปริงเข็มแทงชนวน
                บริษัทที่ขายสปริง 1911 อย่าง wolf มักจะให้สปริงแข็มแทงชนวนมาในซองสปริงลำเลื่อนด้วย ทั้ง 2 ตัวนี้ต้องมีกำลังสัมพันธ์ กันครับ ถ้าสปริงลำเลื่อนมีกำลังต้านน้อย สปริงเข็มแทงชนวนจะต้องมีความแข็งเพิ่มขึ้น เหตุผลคือ เมื่อเราใช้สปริงลำเลื่อนอ่อน ตัวสไลด์ จะถอยหลังเร็วขึ้น ถ้าเราไม่เพิ่มความแข็งของสปริงเข็มแทงชนวน ก็จะเกิดปัญหาเข็มถอยหลังกลับไม่ทัน จะสังเกตได้จากรอยตีของเข็มบนเก็บ จะออกเป็นรูปยาวนิด ๆ นั่นแหละครับ และถ้าปล่อยไว้ก็จะปล่อยให้ปลายเข็มแทงชนวนเสียหายได้
                บางท่านกล่าวไว้ว่า การเลือกค่าความแข็งของสปริงลำเลื่อนให้ดูว่าปืนดีดปลอกออกไปไกลแค่ไหน อันนี้ก็ไม่เกี่ยวอีกหละครับ ปลอก จะดีดไกลหรือไม่ไกลมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งความแรงของตัวกระสุนเอง ความยาวของตัวเตะปลอก มุมปลายของตัวเตะปลอก รวมถึง การปรับความยาวและแรงกดของขอรั้งปลอกครับ
                         แล้วต้องใส่ guide rod ด้วยหรือเปล่า
                 ใส่ดีกว่าไม่ใส่ครับ ในสมัยก่อนเราจะใส่ guide rod เพื่อลดอาการหลวมคลอนของปืน พอจะช่วยให้กลุ่มกระสุนดีขึ้นมาบ้าง เพราะ guide rod จะช่วยดามโครงปืนกับปลายสไลด์เอาไว้ แต่ในปืน custom ที่ไม่มีความหลววคลอนของตัวปืน เราจะใส่ guide rod เพื่อไม่ให้สปริงลำเลือนงอเวลาหดตัวครับ เมื่อสปริงลำเลื่อนไม่คดงอก็จะทำงานในแนวตรง ทำให้รูปแบบการดันตัวของสปริงลำเลื่อนคงเส้นคงวา เป็นการเสริมฟังก์ชั่นของปืนให้ทำงานได้เรียบร้อย แถมยังช่วยให้สปริงมีอายุการใช้งานเพิ่มขึ้นอีกด้วย แต่ไม่มีผลต่อกลุ่มกระสุนนะครับ ไม่ดีขึ้นและไม่ด้อยลง ถ้าปืนของคุณยังไม่มี guide rod ก็ลองไปหามาใส่ดูสักอันนะครับ เสียสตางค์แต่ได้ประโยชน์แน่ ๆ ครับ
     
     
  • http://www.prayotcharms.com/CUSTOM8.html
บันทึกการเข้า
26,07, 2010, 22:56:36
CZ P-06
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,915



เว็บไซต์
« ตอบ #157 เมื่อ: 26,07, 2010, 22:56:36 »

  • ตอนที่ 9 ศูนย์ปืน
     




     
     
                        ไม่มีข้อสงสัยในบรรดาปืน custom ที่สร้างเพื่อการแข่งขัน ต่างก็ใช้ศูนย์หลังแบบปรับได้ของ bomar ซึ่งมีความเที่ยงตรงแม่นยำ ในการปรับตั้งทั้งยังมีความทนทานเป็นอย่างมาก นอกจากรุ่น bmcs ยอดนิยมแล้วยังมีรุ่นที่เป็นสะพานยาวตลอดหรือ bomar rib ซึ่งเป็นที่นิยม ของนักกีฬา bullseye ในต่างประเทศด้วย
                        ศูนย์หลังของ bomar ยังมีผู้ใช้ปืนบางรายนิยมใช้กับปืนต่อสู้อีกด้วยโดยจะเลือกรุ่นที่มีการลบมุมของใบศูนย์ เหตุผลที่เลือกใช้ศูนย์ bomar ในปืนต่อสู้เนื่องจากกระสุน .45 ในท้องตลาดมีน้ำหนักหัวและความเร็วต่างกันการใช้ศูนย์หลังแบบปรับได้ก็จะสามารถปรับตำบลที่กระสุนตก ให้ตรงกับแบบของกระสุนได้โดยสะดวก ไม่ต้องใช้วิธีเล็งเผื่อแบบศูนย์ตาย
                        ศูนย์หน้าในปืนแข่งขันมักจะมีขนาดความกว้างของใบค่อนข้างใหญ่และโย้หลังนิดๆ เพื่อช่วยบังแสงเรียกว่า undercut post ในปืน ลำกล้องยาว 5นิ้วมักจะใช้ศูนย์ที่มีความหนา 3.8 มิลลิเมตร เพื่อลดช่องไฟกับร่องศูนย์หลังทำให้แบ่งซ้ายขวาได้ละเอียดขึ้น แต่นักกีฬาบางท่านใช้ศูนย์หน้าขนาด 4-4.2 มิลลิเมตรเพื่อลดช่องไฟให้เหลือน้อยที่สุด ปัญหาที่พบในการใช้ใบศูนย์หน้าโตมากๆคือ ถ้าสภาพสนามหรือช่องยิงมีแสงน้อย ก็จะจัดศูนย์ได้ยากมาก ดังนั้นใบศูนย์หน้าขนาด 3.8 มิลลิเมตรจึงน่าจะเหมาะสมที่สุด
                        ความสูงของใบศูนย์หน้าจะมีขนาด 3.9มิลลิเมตรด้วยความสูงขนาดนี้เมื่อคุณยกปืนขึ้นเล็งจะพบว่ามีความสูงเท่ากับร่องศูนย์หลัง พอดีแต่บางครั้งการปรับแต่งลำกล้องของช่างปืนทำได้ไม่ดี ตำแหน่งโคนลำกล้องล๊อคขึ้นสูงมากเกินไปเพื่อหวังจะให้ร่องขัดกลอนฝังตัวกับร่องสไลด์ ค่อนข้างลึกส่งผลให้แนวลำกล้องชี้ลงต่ำ เราก็จำเป็นจะต้องลดความสูงของศูนย์หน้าลงเพื่อจะได้ไม่ต้องปรับใบศูนย์หลังให้ยกลอยตัวมากเกินไป การปรับใบศูนย์หลังให้ยกตัวลอยสูงขึ้นมากเกินไปไม่เป็นผลดีครับ ศูนย์หลังจะเสียความแข็งแรงและพบอาการกระพือได้ เกลียวของน๊อตที่ใช้ปรับสูงต่ำก็จะจับอยู่กับฐานน้อยมากไม่มั่นคงมีโอกาสที่เกลียวจะรูดได้ครับ
     
     
     

                        นักกีฬาหลายท่านในบ้านเรามีข้อสงสัยว่าจะเลือกปืน 1911 ที่มีขนาดความยาวลำกล้อง 5 นิ้วหรือ 6 นิ้วดี มีคำอธิบายอย่างนี้ครับ ปืน 1911 ลำกล้อง 5 นิ้ว หรือ 6 นิ้วลำพังตัวปืนเองมีความแม่นยำอยู่ในระดับเดียวกัน แรงรีคอยล์ของปืน 6 นิ้ว จะมีน้องกว่าเนื่องจากความยาว ของตัวลำกล้องและมวลของสไลด์ที่มีมากขึ้น เหตุผลที่นักกีฬาบางท่านชอบปืน 6 นิ้วเพราะตามทฤษฎีแล้ว ปืนที่มีระยะศูนย์ยาวกว่าย่อมจัดศูนย์ได้ ละเอียดกว่า ก็มีส่วนจริงครับ แต่คุณจะได้ประโยชน์จากระยะศูนย์ก็ต่อเมื่อคุณถือปืนได้นิ่งจริงๆ เท่านั้น
                        ในมือระดับทั่วไป ระยะศูนย์ที่ยาวขึ้นกลับสร้างผลเสียครับ
    เมื่อคุณนิ่งไม่จริง ศูนย์หน้าก็จะแกว่งมากทำให้คุณไม่มีความมั่นใจหรือไม่ กล้าลั่นไก เพราะภาพศูนย์ที่คุณเห็นมันไม่ยอมอยู่นิ่งสักที
                        ศูนย์หลังอีกชนิดหนึ่งที่นักกีฬาใช้คือ aristocrat ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือจะมีแกนลูกเบี้ยวทำงานร่วมกับสกรูตัวหนอน 3 ตัว สามารถ ปรับระยะสูงต่ำไว้ล่วงหน้าได้ 3 ระดับ เช่น เบอร์ 1 ยิง 15 เมตร ,เบอร์ 2 ยิง 25 เมตร ,เบอร์ 3 ยิง 50 เมตร ก็สามารถปรับตั้งไว้ได้เลย เมื่อเปลี่ยนระยะยิงคุณก็แค่ปรับแกนลูกเบี้ยวไปที่ เบอร์ 1,2,3 ตามต้องการโดยไม่ต้องมาคอยปรับใบศูนย์หลังด้วยสกรูปกติซึ่งจะต้อง คอยจำว่า ปรับยกขึ้นหรือเอาลงกี่คลิ๊ก
                         ในบ้านเราถึงแม้ว่าจะยิงแข่งระยะเดียวก็สามารถใช้ประโยชน์จากศูนย์นี้ได้ครับ เช่น เบอร์1 ยิงลูก 185 เกรน เบอร์ 2 200 เกรน เบอร์3 230 เกรน ซึ่งกระสุนที่มีน้ำหนักหัวต่างกันจะสูงต่ำไม่เท่ากันครับ
                         นักกีฬามือใหม่มักจะพบปัญหาในการปรับศูนย์ คือสับสนว่าต้องปรับใบศูนย์ไปทางไหน จะหมุนเข้าหรือคลายออกดีเพราะปืนกระบอกอื่น ของตัวเองเช่นปืนลูกโม่มีเกลียวปรับสลับทางกัน วิธีแก้ปัญหามีง่ายๆครับ คุณไม่ต้องจำว่าจะไขเข้าหรือคลายออก จำไว้อย่างเดียวว่าต้องการ ให้กลุ่มกระสุนไปทางไหนก็ให้ปรับใบศูนย์หลังไปทางนั้นครับ ขอขอบพระคุณที่ติดตามแล้วพบกันตอนหน้าครับ
     
     
     
  • http://www.prayotcharms.com/CUSTOM9.html
บันทึกการเข้า
27,07, 2010, 00:18:48
sak501104
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,531



« ตอบ #158 เมื่อ: 27,07, 2010, 00:18:48 »

 ธุจ้า ขออนุญาต ก๊อปไปหน้า PT 1911 หน้าที่ 1 (รวมกระทู้ดีๆ)เก็บไว้ให้เป็นความรู้แก่สมาชิกต่อนะครับ ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า

สมศักดิ์  อินทนะ อบต.ห้วยโรง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ 54140
โทรฯ 08 4949 2508 (GSM)
บัญชี ธนาคารทหารไทย  ออมทรัพย์ เลขบัญชี 354 754 2872
27,07, 2010, 00:29:55
CZ P-06
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,915



เว็บไซต์
« ตอบ #159 เมื่อ: 27,07, 2010, 00:29:55 »

ธุจ้า ขออนุญาต ก๊อปไปหน้า PT 1911 หน้าที่ 1 (รวมกระทู้ดีๆ)เก็บไว้ให้เป็นความรู้แก่สมาชิกต่อนะครับ ธุจ้า ธุจ้า
  ได้ครับเพราะผมก็ก็อปมาเหมือนกัน   ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า
27,07, 2010, 12:01:50
ccc
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,567



« ตอบ #160 เมื่อ: 27,07, 2010, 12:01:50 »

กระทู้ดีมีสาระ กับ1911 ถูกๆมาก
บันทึกการเข้า

แสงเทียนเล่มเดียวไม่ช่วยทำให้โลกสว่าง    แต่ช่วยทำให้คนที่มืดมนมองเห็นทาง
04,08, 2010, 16:35:13
sit007 'รักในหลวง'
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 612


« ตอบ #161 เมื่อ: 04,08, 2010, 16:35:13 »

  • ตอน 6 การปรับลำกล้อง 
     




     
     
         การปรับลำกล้องเข้ากับตัวปืนมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะมีลำกล้องคุณภาพดีเพียงใดก็ตาม หากการปรับแต่งเข้ากับตัวปืนทำได้ไม่สมบูรณ์ ความแม่นยำที่ควรจะได้จากลำกล้องคุณภาพดีก็จะลดลงเป็นอย่างมาก เรามักจะเรียกอาการอย่างนี้ว่า "การสูญเสียความแม่นยำจากการฟิตติ้ง"

         การสูญเสียความแม่นยำจากการฟิตติ้ง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในปืน 1911 เนื่องจากระบบการทำงานของปืนมีการเคลื่อนไหวจากสไลด์และการขึ้นลงของลำกล้อง แต่ทำอย่างไรให้เราสูญเสียน้อยที่สุด ตรงนี้แหละครับเป็นสิ่งสำคัญ

          ผู้ผลิตลำกล้อง MATCH ทุกราย มักจะทำขนาดลำกล้องให้โตกว่าปกติ เพื่อเผื่อไว้ให้ช่างปืนทำการปรับลำกล้องเข้ากับตัวปืนให้ได้ผลดีที่สุด เนื่องจากตัวเฟรมและสไลด์ของปืนแต่ละยี่ห้อมักจะมีค่าบวก-ลบไม่เท่ากัน

          จุดแรกที่จะต้องทำการปรับคือ หางลำกล้อง เราจะต้องวัดความกว้างของช่องเสียบหางลำกล้องของตัวสไลด์ว่ามีขนาดเท่าใดด้วยเวอร์เนียที่มีความละเอียดเที่ยงตรง จากนั้นสอดลำกล้องเข้าไปในสไลด์ เพื่อดูว่าหางที่โตและเสียบเข้าช่องไม่ได้นั้นติดอยู่ข้างไหน แล้วขัดออกด้วยตะไบ สิ่งที่ต้องระวังในการตรวจสอบ คือ ลำกล้องจะต้องอยู่ในตำแหน่งฉากตั้งตรง โดยการหงายสไลด์ขึ้นและวัดดูความห่างทั้งสองข้างของสไลด์กับหูลำกล้อง ห้ามกะด้วยสายตาเด็ดขาดนะครับ ต้องวัดให้ได้เท่ากันทั้งสองข้าง แล้วดูว่าเราจะต้องถูหางลำกล้องข้างไหนออก

          เมื่อปรับความกว้างของหางลำกล้องให้พอดีกับสไลด์แล้ว ก็มาดูความยาวของหางลำกล้อง คุณจะต้องวัดระยะจากสันขอบหลังของเขี้ยวขัดกลอนในสไลด์ ว่ามีระยะห่างจนถึงแป้นหน้าเข็มแทงชนวน หรือที่เรียกว่า BREECH FACE เท่าใด เราต้องปรับความยาวของหางลำกล้องให้ฟิตแน่นกับ BREECH FACE มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องไม่มากเกินไปจนหางลำกล้องกระดกขึ้นลงไม่ได้

          หลังจากที่เราปรับหางลำกล้องทั้งความกว้างและความยาวให้พอดีกับสไลด์แล้ว ให้ประกอบลำกล้องเข้ากับสไลด์ โดยใส่บู๊ชปากลำกล้องที่มีขนาดไม่ฟิตแน่นมาก เพราะตอนนี้เป็นการตรวจสอบตำแหน่งของเข็มแทงชนวนว่าตรงกึ่งกลางของแก๊ปกระสุนหรือไม่ มีเทคนิคง่าย ๆ ดังนี้ครับ ให้ใช้ปลอกกระสุนเปล่าที่ไม่มีแก๊ป แล้วใช้ดินน้ำมันใส่แทน ใส่ปลอกกระสุนเข้ารังเพลิง แล้วประกอบลำกล้องเข้ากับสไลด์ ใช้ก้านเหล็กดันเข็มแทงชนวนเพื่อดูว่ารอยตีของเข็มได้ตำแหน่งกึ่งกลางแก๊ปหรือไม่ ซึ่งโดยมากแล้วรอยที่ปรากฏมักจะกินสูง เพราะเขี้ยวขัดกลอนของลำกล้องซึ่งมักจะทำขนาดเผื่อให้โตไว้ เราจะต้องดูว่าเขี้ยวขัดกลอนของลำกล้องที่ขึ้นไปล๊อกเข้ากับร่องสไลด์ มีขนาดกว้างเกินไปหรือตื้นเกินไป โดยใช้สีเมจิคทาที่เขี้ยวลำกล้องแล้วประกอบเข้าสไลด์ ใช้ฆ้อนพลาสติคเคาะเบา ๆ แล้วถอดลำกล้องออกมาดูรอยของสีที่ทาไว้ว่าติดตรงไหน ใช้ตะไบต่อย ๆ ปรับแต่งทั้งความกว้างและร่องของวงโค้งจนเข้าได้พอดีที่เข็มแทงชนวนจะตีตรงกลางแก๊ป ความลึกของการขัดกลอนไม่จำเป็นจะต้องมากนะครับ ให้ดูตำแหน่งของรอยเข็มแทงชนวนเป็นหลัก ปัจจัยของความแม่นยำ ตรงร่องขัดกลอนมีน้อยกว่าหูลำกล้องด้านล่างครับ ความลึกโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ .040 นิ้ว ถึง .045 นิ้ว เท่านั้น
     
     
          ต่อไปเป็นตอนสำคัญของการปรับลำกล้องนะครับ จะเรียกว่าหัวใจของความแม่นยำเลยก็ได้ ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่า ระบบของปืน 1911 นั้น ลำกล้องจะต้องกระดกขึ้นลงเมื่อปืนทำงานแต่ละครั้งด้วยห่วงโตงเตง หลาย ๆ คนไปให้ความสำคัญกับห่วงโตงเตงมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วโตงเตงมีหน้าที่ดึงลำกล้องให้ลดตัวเท่านั้น หลายคนเข้าใจว่าการเปลี่ยนโตงเตงให้ยาวเพื่อดันลำกล้องให้ล๊อคอัพสูงสุดจะช่วยให้แม่นขึ้น บางคนเข้าใจว่าใช้โตงเตงตัวสั้นจะช่วยรัดแกนล๊อคสไลด์กับหูลำกำล้องให้แน่นแล้วจะแม่นขึ้น เป็นความเข้าใจที่ผิดทั้งหมด ถ้าคุณปรับลำกล้องโดยใช้โตงเตงเป็นตัวกำหนด ปัญหาจะตามมามากมาก ทั้งโตงเตงยืด หูลำกล้องขาด ถ้าใช้โตงเตงยาวเกินไปลำกล้องก็จะปลดกลอนและลดตัวยาก ปืนจะขัดข้อง และหลังลำกล้องก็จะถูกสไลด์ขูดจนเป็นรอยอย่างมาก ขอยืนยันครับว่าโตงเตงไม่มีผลต่อความแม่นยำ โตงเตงมีหน้าที่ดึงลำกล้องให้ลดตัวเท่านั้น

           การที่ลำกล้องจะขึ้นไปขัดกลอนกับสไลด์นั้น อาศัยหูด้านล่างของลำกล้องปีนขึ้นไปนั่งบนแกนของคันล๊อคสไลด์ และเมื่อเราต้องการความแม่นยำเต็มที่ ดังนั้น การปีนขึ้นไปนั่งจะต้องมีความฟิตแน่นพอดี และขนานเท่ากัน ตรงนี้จะต้องทำการปรับแต่งด้วยความละเอียดสูงสุด และสังเกตุรอยสัมผัสที่หูลำกล้องทำกับแกนล๊อคสไลด์จะต้องเท่ากันทั้งสองข้าง ค่อย ๆ ปรับทีละน้อย ๆ จนท้ายสไลด์สามารถปิดได้สนิทกับเฟรม จากนั้นจึงมาเลือกโตงเตงให้มีความยาวพอดีกับวงโค้งของหูลำกล้อง ไม่สั้นหรือยาวเกินไป

           เมื่อจัดการกับตัวลำกล้องเรียบร้อยแล้ว เราก็มาปรับบู๊ชลำกล้องให้มีความฟิตแน่นพอดี ค่าความฟิตแน่นของลำกล้องกับสไลด์และลำกล้อง จะต้องมีไม่เกิน .001 นิ้ว เท่านั้น

           ขั้นตอนการปรับลำกล้องมองดูแล้วเหมือนไม่ยากนะครับ แต่เป็นงานที่ต้องอาศัยความประณีตและทักษะเป็นอย่างมาก ผมไม่แนะนำให้ทำเอง ควรให้ช่างที่มีประสบการณ์จัดการให้จะดีกว่า เพราะผมเห็นหลาย ๆ คนพยายามลองทำเอง ผลสุดท้ายต้องเสียเงินซื้อลำกล้องใหม่ เชื่อผมเถอะครับ เสียดายสตางค์ ลำกล้องดี ๆ อันหนึ่งไม่ใช่ถูก ๆ

     
     
  • http://www.prayotcharms.com/CUSTOM6.html
สุดยอดเลยข้อมูลแน่นปึกขอชมเชยครับ
บันทึกการเข้า
04,08, 2010, 16:37:01
sit007 'รักในหลวง'
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 612


« ตอบ #162 เมื่อ: 04,08, 2010, 16:37:01 »

ธุจ้า ขออนุญาต ก๊อปไปหน้า PT 1911 หน้าที่ 1 (รวมกระทู้ดีๆ)เก็บไว้ให้เป็นความรู้แก่สมาชิกต่อนะครับ ธุจ้า ธุจ้า
อนุญาต 100 % เพื่อเป็นข้อมูลของเพื่อน ๆ ที่ต้องการข้อมูลครับ
บันทึกการเข้า
04,08, 2010, 18:57:14
sak501104
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,531



« ตอบ #163 เมื่อ: 04,08, 2010, 18:57:14 »

อนุญาต 100 % เพื่อเป็นข้อมูลของเพื่อน ๆ ที่ต้องการข้อมูลครับ
ธุจ้า ตั้งแต่ผมถามการเปลี่ยนศูนย์หลัง เมื่อตันปี อาย อาย จนป่านนี้ยังไม่ได้ทำเลยครับ หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก
บันทึกการเข้า

สมศักดิ์  อินทนะ อบต.ห้วยโรง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ 54140
โทรฯ 08 4949 2508 (GSM)
บัญชี ธนาคารทหารไทย  ออมทรัพย์ เลขบัญชี 354 754 2872
10,08, 2010, 12:09:28
sit007 'รักในหลวง'
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 612


« ตอบ #164 เมื่อ: 10,08, 2010, 12:09:28 »

ธุจ้า ตั้งแต่ผมถามการเปลี่ยนศูนย์หลัง เมื่อตันปี อาย อาย จนป่านนี้ยังไม่ได้ทำเลยครับ หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก
หากจะทำลองโทรไปปรึกษาดูก่อนก็ได้ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: