อาวุธปืน การมีอาวุธปืน และหลักการยิงปืน โดย .......พ.ต.ท.อรรถวุฒิ นิวาตโสภณ รอง

(1/7) > >>

Tiger9:
อาวุธปืน การมีอาวุธปืน และหลักการยิงปืน
โดย .......พ.ต.ท.อรรถวุฒิ นิวาตโสภณ รอง ผกก.(ป.) สน.ท่าข้าม

 การขออนุญาตซื้ออาวุธปืน
1 ) เลือกชนิดและขนาดอาวุธปืนที่ต้องการ  บุคคลทั่วไปขนาดความกว้างของลำกล้องไม่เกิน .38 หรือ 9 มม. / ข้าราชการ ซึ่งมีหน้าที่ปราบปรามตามกฎหมาย ขนาดความกว้างของลำกล้องไม่เกิน .45 หรือ 11 มม. อาวุธปืนที่มีอานุภาพร้ายแรงแม้ขนาดความกว้างของลำกล้องไม่เกิน .38 หรือ 9 มม. เช่น ขนาด .357 ผู้ขออนุญาตต้องเป็นข้าราชการตำรวจ ทหาร หรือข้าราชการอื่นซึ่งมีหน้าที่ปราบปรามฯ
2 )  ยื่นคำร้องขอตามแบบ ป.1 ที่อำเภอท้องที่ กรอกแบบฟอร์มโดยระบุ ชนิด ประเภท และอื่นๆตามแบบฟอร์ม ถ้านายทะเบียนอนุญาตก็จะออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.3) และออกใบอนุญาตให้มีและใช้ชั่วคราวให้
3). เมื่อได้รับใบ ป.3 แล้วจะต้องซื้ออาวุธปืน ณ ท้องที่ หรือ บุคคลที่ระบุไว้ใน ป.3 เท่านั้น เมื่อซื้อ แล้วให้นำอาวุธปืนและใบคู่มือประจำปืน ไปให้นายทะเบียนท้องที่ตรวจสอบ และออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ทั้งนี้ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตชั่วคราวให้ ถ้าเกินกำหนดถือว่ามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต
วัตถุประสงค์การขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืน ต้องขอเพื่อ .1 ป้องกันตัวหรือทรัพย์สิน 2 ใช้ในการกีฬาหรือยิงสัตว์
 นายทะเบียนอาวุธปืน
     - กรุงเทพฯ ให้ยื่นคำร้องขอที่กองทะเบียน สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ - จังหวัดอื่นๆ ให้ยื่นคำร้องขอต่อนายอำเภอท้องที่

ขออนุญาตพกพาอาวุธปืน
     กฎหมายห้ามมิให้บุคคลพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว เว้นแต่เป็นกรณีมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ เช่น ถือปืนติดตามคนร้าย หรือไฟไหม้บ้านต้องรีบขนของและปืนหนีออกจากบ้าน หรือต้องพกปืนเพื่อป้องกันตัวเพราะนำเงินจำนวนมากติดตัวไปต่างจังหวัด เป็นต้น... ไม่ว่ากรณีใด กฎหมายห้ามมิให้พาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผย หรือพาไปในชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ งานรื่นเริง งานมหรสพ หรืองานอื่นใด
           การพกพาอาวุธปืนติดตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย จะต้องยื่นเรื่องขอใบอนุญาตพกพา (แบบ ป.12)
           ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตให้พกพา
         - เขตกรุงเทพฯ ได้แก่ ผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติ อนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวในเขตกรุงเทพฯ และทั่วราชอาณาจักร
         - จังหวัดอื่น ๆ ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด อนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวได้เฉพาะในเขตจังหวัดเท่านั้น
           การมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง หรือพาอาวุธปืนติดตัวฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต..เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มีโทษ ทั้งจำคุกและปรับ


ปืนกับการยิงปืน
ีปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องในการยิงปืนอย่างแม่นยำมีปัจจัยหลักๆ 3 อย่างคือ
1. พื้นฐานในการยิงปืน จะประกอบไปด้วยเช่น ท่ายิง การจับปืน การหายใจ การเล็ง การควบคุมไกปืน การรักษา
      สภาพหลังการยิง การวิเคราะห์ผลการยิง  
2. การฝึกฝน จะต้องมีการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องทั้งทางร่างกายและจิตใจ
3. เครื่องมือ , อุปกรณ์:   ปืน น้ำมัน ไขควง ที่ทำความสะอาดลำกล้อง นาฬิกา บันทึกประจำวันของการยิง แว่น
     สายตา ปากกา และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ยากันยุง เครื่องแต่งกาย : รองเท้าที่เหมาะสม เสื้อผ้าแบบสบายๆ หมวก
     และที่ปิดหัว            

พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการยิงปืน
  การตั้งท่าและความมั่นคง     จุดประสงค์          
ก.   ก่อให้เกิดความสมดุลย์ และความมั่นคงของร่างกายและมือ โดยให้มีการกระทบต่อระบบกล้ามเนื้อ
     และโครงร่างให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
ข.   รักษาระดับพื้นที่การใช้แขนและพื้นที่การยิงให้น้อยที่สุด  รักษาระดับ ศีรษะและแขนให้อยู่ในจุดที่
      เหมาะสม เพื่อให้ตามองเห็นได้ชัดที่สุดระหว่างการเล็ง เป้าหมายเพื่อที่จะทำให้มีความมั่นคง
      ตลอดเวลาสำหรับการยิง
ค.   น.น.และรูปร่างที่แตกต่างกัน อาจจะมีผลทำให้เกิดการแปรผัน เราจะต้องวิเคราะห์การตั้งท่าของตัวเรา และจะต้องระมัดระวัง ในที่จะเปลี่ยนแปลงแม้จะมีเหตุผลในการเปลี่ยนท่ายิงที่เหมาะสม
1.       วางเท้าให้ห่างกันประมาณ ความกว้างของไหล่และให้ขนานกันมากที่สุด ในขณะที่จะทำการยิง โดยอาจจะ
           เคลื่อนไหวแบบช้าๆ ให้กว้างขึ้นประมาณ 10 ซ.ม.
2.       ให้ น.น.ตัว และน.น.ปืน ตกกระจายบนขาทั้ง 2 ข้าง
3.       ยืนตรงแต่มีการผ่อนคลาย ให้ น.น. ตกที่ระดับสะโพก เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบต่อร่างกายและกล้ามเนื้อหลัง
4.       แขนที่ใช้ยิงจะต้องเหยียดเต็มที่ พร้อมกับข้อมือ และข้อศอกจะต้องนิ่งที่สุด
5.       มองจากด้านบน โดยให้มุมของแขนกับไหล่อยู่ที่ประมาณ 12-20 องศา
6.       แขนที่ไม่ใช้ยิง จะต้องผ่านคลาย โดยอาจจะเหน็บอยู่ ที่กระเป๋าหรือเข็มขัดด้านหน้า เพื่อป้องกันการ
           เคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น
7.       เงยศีรษะขึ้นและจ้องที่เป้าหมาย เพื่อที่ตาจะปรับได้อย่างถูกต้องและปราศจากการรบกวน
8.       ในจุดยิงความสมดุลที่ถูกต้องจะถูกพบ โดยการเคลื่อนไหวของแขนเข้าหาเป้าหมายอย่างช้าๆ
9.       ในจุดที่เตรียมพร้อม 45 องศากับเป้า แขนจะถูกยกขึ้นมาสู่จุดยิงโดยการบังคับของกล้ามเนื้อไหล่เท่านั้น
            โดยส่วนอื่นๆ จะไม่เคลื่อนไหว การผ่อนคลายคือหลักที่สำคัญที่สุดของการพักร่างกาย
การฝึก
เราจะต้องทำตัวให้คุ้นเคยกับการตั้งท่าที่ถูกต้องในทุกๆครั้งที่เรายืนอยู่ที่เส้น หรือช่วงระหว่างการยิงแห้ง การฝึกที่ผิดๆ จะทำให้เราเคยตัวและทำให้เรายากที่จะก้าวสู่ขั้นสูงต่อไป ฉะนั้นจึงควรฝึกการตั้งให้ถูกต้องและทำให้คุ้นเคย
1.2    การจับปืน    
ทิศทางของกระสุนจะเปลี่ยนแปลงเนื่องมาจากการกำปืนที่แตกต่างกัน  การจับปืนที่ถูกแบบนั้นจะรู้สึกว่าฝืนธรรมชาติอยู่เล็กน้อย เพราะปรากฏว่าผู้ที่ยังไม่เคยฝึกมาก่อน เมื่อจับปืนมักจะจับไม่ถูกเสมอ การจับปืนในระยะแรกๆจะลำบากพอควร แต่เมื่อฝึกแล้วก็สามารถจะทำได้ การจับปืนนั้น ก่อนอื่นจะต้องทำมือให้เป็นรูปตัว V เอาด้ามปืนสอดเข้าระหว่างตัว V ให้ส่วนบนของมือเสมอกันแล้วกำปืนด้วยนิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย นิ้วชี้ยังไม่ใช้งานให้แนบอยู่ข้างปืนเหนือโกร่งไกก่อน นิ้วหัวแม่มือเหยียดแนบข้างตัวปืนอยู่บนส่วนบนของด้ามปืน การแตะไกของนิ้วชี้ก็ให้ใช้ส่วนกลางของนิ้วข้อปลายเป็นส่วนที่แตะไก การแตะไกในลักษณะนี้ในตอนแรกๆจะขัดๆไม่สะดวก เนื่องจากนิ้วจะต้องบิดเล็กน้อย ผู้ฝึกก็จะต้องพยายามแก้ไขโดยการบิดนิ้วสักระยะหนึ่ง อย่าแก้ไขโดยการเลื่อนมือเป็นอันขาด ถ้าผู้ฝึกเลื่อนมือเพื่อให้แตะไกสะดวก การจับปืนจะผิดทันที ผลก็จะทำให้การจับปืนผิดไป ผู้ฝึกจะต้องพยายามฝึกลั่นไกให้ถูกวิธีโดยไม่เปลี่ยนการจับปืน ซึ่งจะใช้เวลา 2-3 วันก็จะสามารถทำได้
1.3    การควบคุมการหายใจ
การหายใจจะต้องอาศัยการเคลื่อนไหวของท้อง กล้ามเนื้อหน้าอกและหลัง สำหรับการยิงปืนนั้นได้มีความคิดเกิดขึ้นว่า ถ้ามีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อให้น้อยที่สุด การยิงน่าจะดีที่สุด จึงคิดว่าน่าจะมีการหายใจให้น้อยที่สุดจนกระทั่งไม่หายใจเลยในระหว่างการปล่อยกระสุนออกไป
การกลั้นหายใจ
                เมื่อทำการกลั้นหายใจ โลหิตจะขาดออกซิเจน ซึ่งถ้านานมากจะเกิดอาการหน้ามืด และสิ้นสติในที่สุด เนื่องมาจากการแตกตัวของเซลล์สมอง อันมีผลมาจากการที่เลือดไม่ได้รับออกซิเจนนั่นเอง
                เราควรจะมีการฝึกการใช้หายใจให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเรามากที่สุด โดยเฉลี่ยเราต้องการระยะเวลาประมาณ 6-10 วินาทีในการที่จะไม่ต้องหายใจ เพื่อการยิงที่แม่นยำ แต่เราจะต้องเข้าใจรูปแบบของระบบหายใจที่เหมาะสมสำหรับตัวเรา ที่จะใช้ในการแข่งขัน แต่โดยทั่วไปจะมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน
รูปแบบปกติของการหายใจ
                โดยปกติปอดของเราจะถูกใช้เพียง 1/3 ของพื้นที่เท่านั้น ดังนั้นช่วงที่มีการเรียนหรือนั่งเงียบๆเป็นเวลานาน เราจำเป็นต้องหายใจแบบลึกๆ สักครั้งเพื่อที่ขับอากาศเสียและรับอากาศใหม่
                เมื่อเราหายใจออก ระยะช่วงสุดท้ายของการหายใจออกนั้นจะมีช่วงที่มีการหยุดหายใจโดยสภาพธรรมชาติเป็นระยะเวลาสั้นๆ ช่วงที่หยุดหายใจโดยสภาพธรรมชาตินี้ สามารถที่จะยืดระยะเวลาออกไปได้หลายวินาที โดยปราศจากอันตราย ซึ่งเป็นที่มาของระยะเวลาที่มีการคาดหวังไว้ว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการยิงปืน โดยเมื่อกระสุนถูกปล่อยออกไปแล้ว ระบบหายใจก็จะเริ่มขึ้นใหม่
การพัฒนาระบบการหายใจสำหรับการยิงปืน
                หายใจออก เพื่อไล่อากาศเสียออกให้หมด จากนั้นหายใจลึกๆ ประมาณ 2-3 ครั้งก่อนจะยกปืน การหายใจออกเป็นรูปแบบหนึ่งของการผ่อนคลายทางกายภาพด้วย
การยิงที่มั่นใจ
1.       สมมุติว่าท่ายืนของเราถูกต้องแล้ว ก่อนที่จะยกปืนขึ้นจากที่วางปืน ให้หายใจเข้าลึกๆอย่างช้าๆ แล้วหายใจออก ประมาณ 2 ครั้ง
2.       ขณะยกปืนขึ้น หายใจเข้าแบบปกติ เมื่อปืนถึงจุดบริเวณที่ตั้งเป้าหมาย หายใจออกจนถึงจุดที่หยุดการหายใจ
3.       ช่วงที่หยุดการหายใจ เราสามารถทำการยิงได้ ขณะที่โครงร่างของเราจะต้องมั่นคง
4.       เมื่อกระสุนถูกยิงออกไป ทุกส่วนของร่างกายจะยังคงรักษาสภาพเช่นนั้นอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นจึงลดแขนลง ระบบการใจปกติจะเริ่มขึ้นใหม่
 
1.4    การเล็ง
 “หลับตาซ้ายเล็งด้วยสายตาข้างขวา  ให้ยอดศูนย์หน้าอยู่กึ่งกลางช่องบากศูนย์หลัง  เสมอสันบากศูนย์หลัง  วางไว้ส่วนล่างของที่หมาย” หลับตาซ้ายเล็งด้วยสายตาข้างขวา  ให้ใช้สายตาข้างเดียวในการเล็งปืน และให้ใช้สายตาข้างเดียวกันกับมือที่ถือปืน ในกรณีนี้เป็นการถือปืนด้วยมือขวา  ให้ยอดศูนย์หน้าอยู่กึ่งกลางช่องบากศูนย์หลัง  จัดศูนย์หน้าไว้ในช่องกลางของศูนย์หลัง โดยจัดจากช่องว่างระหว่างขอบศูนย์หน้าและศูนย์หลัง ให้มีความหนาของช่องพอๆกัน ก็แปลว่าศูนย์หน้าได้อยู่กึ่งกลางช่องของศูนย์หลังแล้ว เสมอสันบากศูนย์หลัง  จัดให้ส่วนบนของยอดศูนย์หน้าเสมอกับส่วนบนของศูนย์หลัง วางไว้ส่วนล่างของที่หมาย  จัดศูนย์ทั้งชุดไปวางไว้ที่ส่วนล่างของเป้า (วงกลมสีดำ) เสร็จพิธีการจัดศูนย์เล็ง การเล็งลักษณะนี้ เป็นการจักภาพศูนย์เล็งเพื่อการฝึกสำหรับการฝึกยิงเป้าวงกลมดำเท่านั้นเพราะว่าการฝึกในลักษณะนี้มีขอบเขตจำกัดอยู่ที่ว่า วงกลมดำจะต้องมีขนาดเดิมเสมอ ถ้าวงกลมดำมีขนาดเปลี่ยนไป วิถีกระสุนก็จะเปลี่ยนไปด้วย การแก้ไขแนวการเล็งก็จะต้องแก้ไขโดยการตั้งศูนย์ใหม่หรือนำเอาเป้าเดิมที่เคยเล็งอยู่ไปทับกับเป้าใหม่แล้วเล็งด้วยเป้าเดิม การเล็งลักษณะนี้ เรียกว่าการเล็งแบบ “เล็งนั่งแท่น” คือเอาเป้าไปวางไว้บนแท่นของศูนย์ปืนนั่นเอง  ซึ่งมีการเล็งอีกลักษณะหนึ่ง ที่เรียกว่า “เล็งจี้” เอาศูนย์ปืนเล็งจี้ที่กลางเป้าไม่ว่าเป้าจะมีขนาดใดก็ตาม  การเล็งทั้งสองลักษณะนี้ขอแนะนำให้ใช้วิธีการเล็งแบบ “นั่งแท่น” เพราะจะเป็นแบบที่ปฏิบัติได้ง่ายกว่า ทั้งนี้เนื่องจากภาพของศูนย์ที่มองเห็นจะเป็นสีดำจะทับกับส่วนที่เป็นสีขาวของเป้าทำให้ตัดกันง่ายต่อการจัด ส่วนการเล็งแบบ “เล็งจี้” นั้นภาพสีดำของศูนย์ปืนจะไปทับกับวงดำซึ่งจะทำให้การจัดภาพการเล็งยากมาก ทั้งนี้เพราะขณะที่ทำการเล็งนั้น ภาพของศูนย์ปืนจะมีขนาดเท่ากับก้านไม้ขีดไฟเท่านั้น
การเล็ง
1.       ศูนย์หน้าต้องมองเห็นชัด
2.       ศูนย์หลังจะเบลอ
3.       แสง 2 ข้างของศูนย์หน้าต้องเท่ากัน
4.       ความกว้างของศูนย์หน้าขึ้นอยู่กับบุคคล
5.       ความลึกของศูนย์หลังต้องเพียงพอที่จะเห็นศูนย์หน้าชัด




 


Tiger9:
ต่อ ภาค 2
 จุดรวมของการเล็ง
                จะเน้นที่ศูนย์หน้า เป้าที่เห็นจะเบลอ เพราะตาของเราไม่สามารถจับจุดทั้งสองพร้อมกันได้การเน้นจุดที่ศูนย์หน้าต้องระวังความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย และต้องรีบแก้ไขอย่างทันที
                ตาทั้ง 2 ข้างต้องเปิดช่วงระหว่างการเล็ง โดยอาจจะมีการปิดตาข้างข้างหนึ่งบนแว่นที่ใช้ยิง แต่ควรจะให้แสงเข้าตาที่ไม่ได้ใช้เล็งได้บ้าง แว่นตาต้องเลือกให้เหมาะกับตัวเรา ถ้าเรามีปัญหาเรื่องสายตา ต้องปรึกษากับจักษุแพทย์
                วิธีการเล็งโดยเปิดตาทั้ง 2 ข้างโดยไม่มีการปิดตาเป็นที่ชื่นชอบมากกว่า
การเล็งที่เหมาะสม
                เปิดตาทั้งสองข้าง ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับการหาจุดที่ชัดเจน ให้ตัดสินใจว่าตาข้างไหนชัดเจนและให้ปิดตาอีกข้าง
                เลนซ์ของแว่นตาที่ใช้ยิงปืน ต้องแน่ใจว่าจะไม่ปิดตาอย่างสมบูรณ์ขณะที่ตาทั้งสองข้างต้องการแสงเพื่อที่จะเล็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                โฟกัสครึ่งหนึ่งของศูนย์หน้า ขอบของศูนย์หลังจะเบลอเล็กน้อยและเป้าหมายจะอยู่นอกโฟกัส
                ความสนใจจะอยู่แนวเส้นตรงของการเล็ง ขณะเดียวกันจะต้องรักษาพื้นที่ให้การเคลื่อนไหวน้อยที่สุด (Wobble Area) การกดไกปืนจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ขณะที่ความสนใจจะอยู่ที่แนวเล็งตลอด
การเล็งจะใช้เวลา 6-8 วินาที ถ้าไม่สามารถยิงออกไปได้ในระยะเวลานี้ ให้ยกเลิกและให้เริ่มต้นทั้งหมดใหม่อีกครั้ง
การตั้งศูนย์
                ศูนย์ปืนจะประกอบด้วยศูนย์หน้าและศูนย์หลัง ศูนย์หน้าจะติดตายตัวไม่สามารถจะปรับตั้งได้ การปรับตั้งจะปรับตั้งที่ศูนย์หลัง โดยการเลื่อนศูนย์หลังขึ้นหรือลง เลื่อนไปทางซ้ายหรือทางขวา
หลักการตั้งมีดังนี้ เมื่อเรายิงออกไป ตำบลกระสุนตกไปที่ใดก็ตาม ให้ถือหลักว่าเราต้องการจะเลื่อนตำบลกระสุนตกไปที่ใดก็ให้เลื่อนศูนย์หลังไปตามนั้น เช่น ตำบลกระสุนตกต่ำกว่าวงดำ เราต้องการเลื่อนกระสุนให้ขึ้น เราก็เลื่อนศูนย์หลังขึ้น ถ้าต้องการเลื่อนตำบลกระสุนตกลงข้างล่าง เราก็เลื่อนศูนย์หลังลงข้างล่าง ต้องการให้กลุ่มกระสุนเลื่อนไปทางขวา ก็เลื่อนศูนย์หลังไปทางขวา ต้องการให้กลุ่มกระสุนเลื่อนไปทางซ้าย ก็เลื่อนศูนย์หลังไปทางซ้าย
วิธีการเลื่อนศูนย์อย่างใดก็จะต้องศึกษาดูจากอาวุธปืนในแต่ละประเภท หรือแต่ละบริษัทผู้ผลิต แต่ส่วนมาก ถ้าตัวตั้งศูนย์อยู่ด้านบน การหมุนเกลียวเข้าเป็นการลดศูนย์ลง การหมุนเกลียวออกเป็นการยกศูนย์หลังขึ้น ตัวตั้งทางข้างถ้าหมุนเกลียวเข้าจะเลื่อนกลุ่มกระสุนไปทางขวา ถ้าหมุนเกลียวออกจะเลื่อนกลุ่มกระสุนไปทางซ้าย เหมือนกับการใช้กฎมือขวา คือให้นิ้วโป้งเป็นทิศทางของตำบลกลุ่มกระสุนที่จะเลื่อนไป และนิ้วทั้ง4 เป็นทิศทางการหมุนเกลียว
 
1.5    การลั่นไก
การลั่นไกปืนจะต้องค่อยๆกดไกเบาๆ จนกว่าปืนจะลั่นเอง โดยที่ผู้ยิงอาจจะยังไม่รู้สึกตัว ปืนจะไม่มีอาการเคลื่อนไหว และภาพของการเล็งเหมือนเดิม จึงจะเป็นการลั่นไกที่ถูกต้อง ซึ่งกระสุนจะถูกตรงที่เล็งเอาไว้ ผู้ยิงไม่ควรจะรีบยิงเมื่อการเล็งถูกต้องเพราะกลัวปืนจะเคลื่อนออกจากแนวเล็งเสียก่อน เพราะการรีบยิงจะทำให้การลั่นไกกระตุก ซึ่งเป็นผลทำให้แนวเล็งเคลื่อนออกจากเป้าก่อนที่กระสุนปืนจะหลุดพ้นออกจากลำกล้งปืน การที่จะลั่นไกปืนให้มีความนุ่มนวลไม่กระตุกหรือกระชากนั้น มิใช่ว่าเมื่อผู้ยิงเข้าใจแล้วก็จะสามารถกระทำได้ ผู้ยิงจำเป็นที่จะต้องฝึกลั่นไกโดยไม่ใส่กระสุนปืน (dry fire) เป็นระยะเวลานานๆจนเกิดความคุ้นเคย และเกิดความชำนาญขึ้นเอง เมื่อเกิดความชำนาญขึ้นแล้ว ก็จะสามารถลั่นไกได้นุ่มนวลโดยไม่ต้องตั้งใจมากมายนัก
การฝึกลั่นไกโดยไม่ใส่กระสุนปืนนั้น เมื่อทำการฝึกจะสามารถตรวจสอบได้ว่าการปฏิบัตินั้นถูกต้องหรือไม่ โดยการเล็งศูนย์ปืนไว้ที่เป้า และพยายามลั่นไกให้ลั่นแล้ว ถ้าแนวเล็งไม่ได้หลุดออกจากจุดที่เล็ง ก็หมายความว่าการฝึกลั่นไกนั้นถูกต้อง ถ้าการลั่นไกนัดใดเมื่อลั่นแล้ว แนวศูนย์เคลื่อนออกจากแนวเล็งก็หมายความว่าการลั่นไกในนัดนั้นไม่ถูกต้องรุนแรงเกินไปจนทำแนวเล็งเคลื่อน ถ้าการยิงในนัดนั้นมีกระสุนปืน กระสุนปืนก็จะพลาดเป้า การฝึกยิงปืนโดยไม่ใส่กระสุนปืนนี้มีความสำคัญมาก ผู้ยิงที่ยังขาดความชำนาญในการลั่นไกจะต้องพยายามฝึกลั่นไกโดยไม่ใส่กระสุนปืนให้มากๆ อย่าใช้วิธีฝึกโดยใส่กระสุนปืนตลอดเวลา การฝึกโดยใช้กระสุนตลอดเวลานั้นจะไม่ได้ผลในการฝึกการลั่นไกได้ดีเท่า ในระยะแรกๆของการฝึก ผู้ฝึกจะต้องพยายามฝึกลั่นไกโดยไม่ใส่กระสุนประมาณวันละ 70-80 ครั้ง หรือมากกว่านั้น แต่การฝึกลั่นไกโดยใช้กระสุนเพียงวันละประมาณ 20-30 นัดเท่านั้น ซึ่งการฝึกลั่นไกโดยไม่ใส่กระสุนนั้นเป็นการฝึกที่ทรมานจิตใจมาก ผู้ฝึกมักจะไม่ชอบแต่ถ้าพยายามทำให้ได้ก็ขอรับรองว่าการฝึกจะได้ผลอย่างรวดเร็ว จะสามารถยิงได้อย่างนิ่มนวลโดยไม่มีอาการกระชากหรือกระตุกไก ซึ่งการลั่นไกในลักษณะนี้จะเป็นไปโดยอัตโนมัติ เหมือนกับการลั่นไกโดยไม่ใส่กระสุน 
1.6 การยิง
                การที่จะชนะการแข่งขัน เราจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆอย่างถูกต้อง การเช่นนั้นจะทำให้เราสามารถควบคุมปฏิกิริยาต่างๆของตนเองได้ และจะนำเราไปสู่ชัยชนะดังนั้นจึงควรมีลำดับการยิงดังนี้
1.       หยิบปืนขึ้นมา วางอย่างระวังในมือที่ใช้ยิง โดยมือที่ไม่ได้ใช้ยิง
2.       ตรวจสอบการกำปืน เพื่อดูว่าศูนย์ตกหรือไม่
3.       ตั้งท่าที่เราถนัดและถูกต้อง
4.       หายใจลึกๆ 1-2 ครั้ง
5.       หายใจครั้งที่ 3 พร้อมกับการยกปืนขึ้น เมื่อถึงจุดเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ หายใจออกจนถึงจุดต่ำสุดของการหายใจออก โดยเน้นที่ศูนย์หน้าเอาไว้
6.       สร้างประสาทสัมผัสกับไกปืนเบาๆเป็นครั้งแรก
7.       รักษาแนวเล็ง
8.       เพิ่มแรงกดที่ไกปืน
9.       เน้นการเล็งแนวยิง
10.    ยิงโดยรักษาแนวเล็งไว้ตลอดเวลา
11.    รักษาสภาพ ทุกขั้นตอนของพื้นฐานการยิง
12.    จับภาพในช่วงที่กระสุนถูกปล่อยออกไป
13.    วิเคราะห์ ตรวจสอบและแก้ไข
1.7 การรักษาสภาพต่างๆ หลังการยิง
จุดประสงค์
1.       ควบคุมพื้นฐานของการยิงทั้งในช่วงก่อนและหลังการยิง
2.       สามารถที่จะประเมินความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
การที่จะสามารถควบคุมการยิงได้อย่างสมบูรณ์ จะต้องมีความตั้งใจอย่างมาก โดยอาศัยประสาทสัมผัสและพื้นฐานที่ดีในการฝึกตามขั้นตอนต่างๆ เราจะต้องรู้ความผิดพลาดหรือสิ่งที่ถูกต้องเมื่อกระสุนปล่อยออกมา และจะต้องรู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เพื่อที่เราจะได้นำมาวิเคราะห์ได้ถูกต้อง
การรักษาสภาพเช่นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกีฬาหลายๆชนิดเช่น กอล์ฟ เป็นต้น การรักษาสภาพจะมีปัญหาการผิดพลาดเกิดขึ้นเนื่องมาจาก
1.       กล้ามเนื้อในช่วงการยิงกระสุนออกไป
2.       การกระตุกของกล้ามเนื้อ ซึ่งมักจะพบขณะที่กระสุนอยู่ในลำกล้อง
3.       ไม่สามารถกำหนดจุดยิงที่ถูกต้องบนเป้าไว
การรักษาสภาพสามารถพบเห็นได้หรือไม่
เราสามารถจะพบได้เพียงบางส่วนเช่น การเหนี่ยวไกปืน การยืน การหายใจ และการถือปืน
                พื้นฐานการยิงของเราไม่ใช่จะต้องรักษาสภาพแค่ช่วงปล่อยกระสุนออกเท่านั้นแต่ต้องรักษาสภาพต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อไม่ให้มีการผิดพลาดเกิดขึ้นหลังปล่อยกระสุนออกไป ทุกขึ้นตอนของการแข่งขันจะต้องรักษาสภาพไว้อย่างมั่นคง จนกระทั่งกระสุนได้ทะลุเป้าหมายตามที่เราคาดไว้ ขึ้นตอนต่างๆนั้นจะประกอบไปด้วย
1.       การตั้งท่า
2.       การกำปืน
3.       การหายไจ
4.       การถือปืน
5.       การเล็ง
6.       การลั่นไก
7.       follow through
การรักษาสภาพเกี่ยวกับการเล็ง
                เรายังคงเน้นที่ศูนย์หน้า โดยสังเกตว่าศูนย์หน้าอยู่ตรงจุดไหน หลังจากการยิง (ในกรณีมีแรงถีบของปืน) เพราะแรงถีบจะทำให้ศูนย์เบนออกจากแนว
                เมื่อนิ้วที่เหนี่ยวไกเริ่มเคลื่อนไหว มันต้องไม่ถูกรบกวน จนกระทั่งกระสุนได้ถูกปล่อยออกไป แรงต้านไกปืนจะยังคงอยู่ แม้กระสุนจะถูกปล่อยออกไป เราควรจะกดเข้าไปอีกประมาณ 5 ม.ม. เพื่อเน้นการรักษาสภาพหลังการยิง (follow through)
                เราต้องจดจำไว้เสมอว่า เราจะต้องกระทำอย่างต่อเนื่องทั้งก่อนและหลังการยิง
 
1.8 การวิเคราะห์การยิง
1.       อธิบายแนวเล็ง ขณะที่กระสุนถูกปล่อยออกไป
2.       รายละเอียดเกี่ยวกับการลั่นไก
3.       จุดยิงที่เกิดจาก ข้อ1 และ 2
4.       เปรียบเทียบจุดเป้าหมายกับการขานคะแนน
5.       กระสุนเข้าบริเวณเป้าหมายหรือไม่
6.       ถือปืนนานไปไหม
7.       แรงต้านไกปืนเป็นอย่างไร
8.       เราจะต้องรักษาสภาพอะไรไว้ตลอดระยะเวลาที่กระสุนถูกปล่อยออกไป
9.       มีกระสุนนัดไหนหรือไม่ที่สร้างความประหลาดใจให้กับเรา
10.    การคาดหวังสัมพันธ์กับผลที่ออกมาหรือไม่
11.    ต้องมีการบันทึก ทั้งความถูกต้องและความผิดพลาด ไม่ใช่แค่จดไว้ในใจเท่านั้น
 
การที่เราสามารถเข้าใจได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เราได้ยิงดีหรือไม่ดี จะทำให้เราสามารถแก้ไขกายิงที่ผิดพลาดของเรา ผู้ฝึกสอนอาจจะสามารถช่วยวิเคราะห์ความผิดพลาดบางอย่างของเราได้แต่จะช่วยได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เมื่อถึงจุดๆหนั่งจะไม่มีใครสามารถที่จะช่วยเราได้ ยกเว้นตัวเราเองเพราะเราเป็นผู้ยิงไม่ใช่ผู้ฝึกสอน เราควรจะวิเคราะห์สิ่งต่างๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้เราสามารถพัฒนาตัวเองให้ก้าวขึ้นสู่ระดับมืออาชีพต่อไป
การวิเคราะห์ความผิดพลาด
                ถ้าเราปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆอย่างถูกต้อง เมื่อการผิดพลาดเกิดขึ้น เราก็จะสามารถวิเคราะห์ได้ว่าเกิดจากอะไร โดยสังเกตจากกลุ่มการยิงซึ่งจะมีความแตกต่างกันตามการยิงของแต่ละคน
                การเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของการยิง และสามารถจัดศูนย์ได้ตามต้องการจะทำให้กระสุนเข้าสู่จุดศูนย์กลางของเป้าหมายตามที่เราต้องการ แต่ถ้ามีการผิดพลาดเกิดขึ้น ก็จะเห็นได้จากการย้ายของกลุ่มกระสุนที่ห่างออกจากเป้าหมาย ยกเว้นความผิดพลาดนั้นเกิดจากตัวปืน ซึ่งเป็นอีกกรณีหนึ่ง
ความผิดพลาดอาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ
1.       การเล็งที่ผิดเป้าหมาย :  เป็นแนวขนาน (แนวศูนย์ถูกต้อง แต่ผิดจุดเป้าหมาย) เป็นมุมแหลม (ศูนย์หน้าไม่สัมพันธ์กับศูนย์หลัง)
2.       ผลการการกำมือ : แน่นหรือหลวมเกินไป
3.       จากการเหนี่ยวไกปืน หรือ กางนิ้วมือที่ยิงไม่ถูกต้อง
4.       ความผิดพลาดของปืน : มีผงตะกั่วไปกระบอกปืน ใช้กระสุนผิดหรือใช้กระสุนไม่เหมาะสม
5.       กระตุก หรือ สะดุ้ง
จงกำจัดข้อผิดพลาดเหล่านี้ด้วยความอดทนและสังเกตอย่างละเอียด
กระสุนสามารถจะไปจุดไหนของเป้าก็ได้ โดยอาจจะเกิดจากความผิดพลาดเหล่านี้
1.       เล็งเป้านานเกินไป
2.       เหนี่ยวไกไม่ดี
3.       ความผิดพลาดหลายอย่างรวมกัน
จงแยกแยะความผิดแต่ละอย่างออกมาในเวลานั้น คนยิงเท่านั้นที่จะสามารถกระทำได้ยกตัวอย่างกรณีสูงขวา ผู้หัดใหม่จะอยู่ที่ 6 ของ 2 นาฬิกา แต่ผู้ที่มีความชำนาญจะอยู่ที่ 9 หรือ 10 ของ 2 นาฬิกา
เพราะฉะนั้นเมื่ออยู่ระหว่างการฝึก จะต้องทำการทบทวนความผิดพลาดต่างๆที่เกิดขึ้นโดยจะต้องทบทวนในแต่ละขั้นตอนที่มีการผิดพลาดและเมื่อทำการทบทวนขั้นตอนใดๆก็จะต้องคำนึงเฉพาะขั้นตอนนั้นเท่านั้น ไม่ใช่คำนึงถึงทั้งหมด เช่นในการฝึกการลั่นไก ก็จะคิดและทบทวนเฉพาะแต่จุดๆนี้เท่านั้น การคิดเรื่องอื่นๆด้วยจะทำให้สับสนและหนักเกินไปสำหรับเรา
จังหวะการยิงที่ไม่ต่อเนื่อง
                เกิดจากความลังเลในการยิงนัดแรกหรือนัดต่อๆมา
                เราต้องพัฒนาจังหวะการยิงให้ต่อเนื่อง และพร้อมที่จะนำมาใช้ตลอดเวลา ฝึกหัดการใช้เวลาสำหรับทุกๆนัดและทุกๆจุด กำหนดเวลาการยิงให้ชัดเจนโดยมีการเผื่อเวลาสำรองเอาไว้ด้วย
การวิเคราะห์การยิงจะมี 3 ขั้นตอน
1.       มองเห็นศูนย์หรือไม่
2.       เหนี่ยวไกได้อย่างนุ่มนวลไหม
3.       มีการรักษาสภาพอย่างต่อเนื่อง (follow through) หลังกระสุนปล่อยออกไปไหม
ถ้ามีอะไรเบี่ยงเบนจาก 3 หัวข้อนี้หมายความว่า บางส่วนของการวางแผนไม่ถูกนำมาใช้เราจะต้องย้อนกลับไปดูตัวเราเองใหม่อีกครั้ง
แผนจะต้องถูกเขียนขึ้นมาอย่างน้อย 2 อาทิตย์ ก่อนการแข่งขัน และจะต้องอ่านอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ในอาทิตย์แรก และวันละครั้งในอาทิตย์ที่2 จากนั้นในตอนเช้าของวันแข่ง ทบทวนอีก 1 รอบ จะต้องไม่มีการเปลี่ยนแผนการในช่วง 2 อาทิตย์นี้ เราจะต้องวางแผนมาเรียบร้อยแล้วจึงนำมาปฏิบัติ และจะต้องมีการทบทวนแผนอย่างดี
ในการแข่งขันเราก็จะคำนึงถึงเฉพาะ 3 หัวข้อ ดังที่กล่าวมาแล้ว จะไม่มีการอ่านแผนในระหว่างการแข่งขันเพราะอาจจะทำให้เราสับสัน ทุกอย่างจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ เราจะพิจารณาจากผลที่ได้ออกมา เช่นถ้าผลที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่เราคาด เราก็จะต้องมาตรวจสอบตาม 3 หัวข้อที่กล่าวมา เช่นอาจจะมองเห็นศูนย์ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร นัดต่อไปสมมติฐานของเราก็คือศูนย์ต้องชัด การวางแผนจะต้องกระทำทุกการแข่งขันและทุกนัดที่ยิง ไม่ใช่ใช้แผนเดียวกันตลอด
การวิเคราะห์กลุ่มกระสุน (Group Evaluation)
เพื่อดูความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพราะถ้าไม่ผิดพลาดอะไรเลยกลุ่มกระสุนจะอยู่รอบๆจุดศูนย์กลางของเป้า ถ้าผิดไปจากนี้เราจะต้องวิเคราะห์อย่างเที่ยงตรง
สูง/สูงมาก
  ระดับศูนย์หน้าพอดีกับระดับศูนย์หลังหรือไม่ หรือสูงกว่า
   ข้อมือนิ่งหรือไม่
   ถ้าการเล็งถูกต้อง มันสูงจากพื้นที่เป้าหมายหรือไม่ ทำไม?
   มีปัญหาเรื่องการสะท้อนกลับ (Recoil) หรือไม่
สูง/ขวา
   ข้อมือนิ่งหรือไม่ช่วงการเหนี่ยวไก
   การเหนี่ยวไกนิ่มนวลและต่อเนื่องหรือไม่
   การกำปืน คงที่หรือไม่
   ปืนเงยขึ้นหรือเปล่า
  มีการรักษาสภาพหลังยิงหรือเปล่า
ขวา/แนวราบ
   แสง 2 ข้างของศูนย์หน้าเท่ากันหรือไม่
   วางนิ้วที่เหนี่ยวไกยาวไปไหม
  แรงกดหัวแม่มือต่อด้านข้างของปืนมีปัญหาหรือไม่
  ปลายนิ้วมือที่เหนี่ยวไกอยู่ตรงจุดไหนของไกปืน
ต่ำ/ขวา
  ข้อมือนิ่งหรือไม่
  การเหนี่ยวไกนิ่มนวลและสัมพันธ์กับท้ายปืนไหม
กระสุนกระจาย
  วิเคราะห์เกี่ยวกับการเล็ง การควบคุมไกปืนและการรักษาสภาพ
   ศึกษาดูว่ามีแบบฝึกหัดใดที่ยังไม่ได้กระทำ
ต่ำ/ต่ำมาก
   นิ้วที่เหนี่ยวไกวางที่จุดศูนย์กลางของหรือไม่
    ใช้แรงเหนี่ยวไกมากกว่าปกติหรือไม่
  ศูนย์หน้าอยู่ระดับเดียวกับศูนย์หลังหรือไม่
   มีปัญหาเกี่ยวกับการสะท้อนกลับ (Recoil) ไหม
  จุดรวม (focus) เลยศูนย์หน้าไปแทนที่จะอยู่เหนือศูนย์หน้า
ต่ำ/ซ้าย
   การเหนี่ยวไกนิ่มนวลและสัมพันธ์กับท้ายปืนไหม
   นิ้วที่เหนี่ยวไกพ้นจากด้านปืนหรือเปล่า
   มีการรักษาสภาพหรือไม่
ซ้าย/แนวราบ
   แสง 2 ข้างของศูนย์หน้าเท่ากันหรือไม่
   แนวเล็งเคลื่อนไปทางซ้ายระหว่างการถือปืนหรือไม่
   มีช่องว่างระหว่างนิ้วที่เหนี่ยวไกกับด้ามปืนไหม
สูง/ซ้าย
   ข้อศอกและข้อมือนิ่งไหมระหว่างการยิง
    มีการสะท้อนกลับของปืนหรือไม่
   การเหนี่ยวไกนิ่มนวลและสัมพันธ์กับท้ายปืนหรือไม่
แนวดิ่งแคบ
   ศูนย์หน้าสัมพันธ์กับศูนย์หลังหรือไม่
   มีการหายใจสะดุดระหว่างการยิงหรือเปล่า
   เหนี่ยวไกก่อนเล็งพื้นที่เป้าหมายไหม
   ฝึกมาเพียงพอหรือไม่
แนวราบ
    ตัวส่ายไหม
   เท้าแยกห่างกันไปหรือไม่
   การกำด้านปืนคงที่ไหม
   จุดศูนย์กลาง (focus) อยู่ตรงไหนของศูนย์หน้า
เกาะกลุ่มตรงกลาง
  รูปแบบที่คาดหวัง และเป็นที่ต้องการของทุกคน
นี่คือผลสุดท้ายที่เราจะได้รับ ถ้าเรามีการฝึกฝนการใช้พื้นฐานอย่างถูกต้อง ซึ่งจะต้องใช้ความชำนาญผสมผสานกับการฝึกอย่างต่อเนื่อง
“ใจ” ความอดทน ความมั่นใจ และมีความจริงใจ นั่นแหละที่จะทำให้การยิงปืนได้บรรลุถึงเป้าหมาย ทำไมนักกีฬายิงปืนบางคนทำการซ้อมยิงดี แต่พอเข้าทำการแข่งขันแพ้ทุกครั้ง คะแนนซ้อมเคยได้สูงๆ แต่เวลาแข่งตกลงอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นคือ “ใจ” ไปทำอารมณ์กับสิ่งแวดล้อม กลัวบ้าง เต้นบ้าง ไม่พอใจเสียงรบกวนบ้าง ผู้แข่งข้างเคียงทำลายสมาธิบ้าง ทำให้ไม่มีความจริงใจ ไม่ตั้งใจยิงปืนอย่างแท้จริงแล้วจะทำให้ท่านยิงปืนได้ดีอย่างไร ผลก็คือ “แพ้”
                สรุป  ถ้าท่านถือปืนไม่นิ่ง แสดงว่าท่านจัดที่ทางไม่ถูกต้อง     และถ้าท่านเหนี่ยวไกทำให้ปืนไหวไม่นิ่ง แสดงว่าท่านกำคอปืนไม่ถูกตำแหน่ง

paer09:
ขอบคุณคร้าบ :<>

vinc:
 :e :e :e    :<> :<> :<> :<> :<> :<> :<> :<>

 :<> :<> :<> :<> :<> :<> :<> :<> :<> :<>

เป็นความรู้  คู่คุณธรรม.................................................


ขอบพระคุณ มากๆ.................. ทั้งคนเขียน และ คนโพส..............................

yan:
ผมว่าบางอย่างผิดเพี้ยนอยู่นะครับเรื่องการขอขนาดปืนประชาชนห้ามเกิน 9มม.
ขออนุญาติที่กรมตำรวจ ตอนนี้ต้องขอที่กรมการปกครองแล้วครับ ส่วนเรื่องเทคนิค ok .ครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป