GUN IN THAILAND
23,09, 2014, 13:17:11 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google

หน้านี้ ยุติการ Post แล้วครับ !!
 เวปบอร์ด gun.in.th ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่


   http://2013.gun.in.th
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 2499 อันธพาลครองเมือง  (อ่าน 12109 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
28,10, 2009, 10:42:33
กำลัง10@ryc รักในหลวง
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,858


เทา-ทอง *ฌัลลกัณฑ์*


« เมื่อ: 28,10, 2009, 10:42:33 »

 ยิ้มยิงฟัน รบกวนเรียนถามน๊ะครับ ผมว่าสมช.ในนี้คงมีอายุหลากหลายกัน ไม่ทราบว่าจะมีคนในยุคนักเลงอันธพาลครองเมืองช่วงปี 2499 เป็นสมาชิกอยู่บ้างหรือเปล่า อยากฟังประสบการณ์หน่อยครับ ว่าสมัยนั้นเป็นยังงัยบ้าง เคยอ่านแต่ในหนังสือ จริงบ้างแต่งบ้าง อยากฟังของจริงๆ  ธุจ้า
 
บันทึกการเข้า
28,10, 2009, 10:51:10
กำลัง10@ryc รักในหลวง
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,858


เทา-ทอง *ฌัลลกัณฑ์*


« ตอบ #1 เมื่อ: 28,10, 2009, 10:51:10 »

 ตาแป๋ว ไม่มีใครกล้าตอบ สงสัยกลัวจะรู้ว่าอายุเยอะ  หัวเราะปิดปาก
บันทึกการเข้า
28,10, 2009, 10:54:24
px project-รักในหลวง
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,893



« ตอบ #2 เมื่อ: 28,10, 2009, 10:54:24 »

แม่ผมเพิ่งเกิดครับพี่  อิอิ
บันทึกการเข้า
28,10, 2009, 10:56:25
NASIT 28
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,513


" ชาวราชทัณฑ์ 102 "


« ตอบ #3 เมื่อ: 28,10, 2009, 10:56:25 »

มารอฟ้งครับ
บันทึกการเข้า

หยุด! ทำร้ายประเทศไทย 
28,10, 2009, 11:10:29
KN Pattaya
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,760


***********


« ตอบ #4 เมื่อ: 28,10, 2009, 11:10:29 »

เกิดม่ายทัน  ครับ   เหงื่อตก เหงื่อตก เหงื่อตก
บันทึกการเข้า
28,10, 2009, 11:31:16
ไตรเชียงใหม่ ผมรักในหลวงครับ
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,204



« ตอบ #5 เมื่อ: 28,10, 2009, 11:31:16 »

ตอนนั้นถ้าวันรุ่นก็ประมาณ20 +52ปีป่านนี้ก็70กว่า+อยู่พระนคร คงหาคนแก่+คนกรุง อายุอานามขนาดนั้นมาเล่นเน็ทได้ยากนะครับ ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า



ไม่มีอะไรที่ผมต้องการอีกแล้วนอกจากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้สมกับเป็นราษฎรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
28,10, 2009, 11:32:24
กุ๊กไก่™
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 12,337


หยุดคิด = หยุดหายใจ


« ตอบ #6 เมื่อ: 28,10, 2009, 11:32:24 »

เกิดม่ายทัน  ครับ   เหงื่อตก เหงื่อตก เหงื่อตก
แต่ก็ใกล้เคียงไม่ใช่เหรอครับ หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก
บันทึกการเข้า


.........คิดถึงฮาเล่ย์จัง.........081-9559318 ไก่ครับ
28,10, 2009, 11:33:52
aui007.net รักในหลวง
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,614


Just be Yourself ...This is Anfield..." YNWA "...


« ตอบ #7 เมื่อ: 28,10, 2009, 11:33:52 »

ตามมารอฟังครับ ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

28,10, 2009, 11:35:06
บุคคลทั่วไป™
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,715


No Picture


« ตอบ #8 เมื่อ: 28,10, 2009, 11:35:06 »

แม่ผมเพิ่งเกิดครับพี่  อิอิ


เหมือนกันเลยคับ   เหงื่อตก เหงื่อตก เหงื่อตก  ยิ้มหมุนหน้า ยิ้มหมุนหน้า ยิ้มหมุนหน้า ยิ้มหมุนหน้า ยิ้มหมุนหน้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
28,10, 2009, 11:47:49
กำลัง10@ryc รักในหลวง
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,858


เทา-ทอง *ฌัลลกัณฑ์*


« ตอบ #9 เมื่อ: 28,10, 2009, 11:47:49 »

link มาให้อ่านกันครับ

ย้อนรอยหนังเก่า "Dang Bireley's and Young Gangsters" จากข้อมูลจริง "
  ...เด็กอายุ 40 down คงไม่รู้เรื่อง มันเป็นยุคคน 40 up ถึงจะรู้ประสากัน มันมีถนน ๆ หนึ่ง สมัยนั้นนิยมเรียกว่า "ซอย" หากไม่ใช่ถนนหลัก จะเรียกซอยหมด ซอย ๆ นี้อยู่ตรงข้ามโรงหนังเฉลิมไทย เด็กรุ่นนี้ก็ไม่รู้จักเฉลิมไทยอีก เพราะเขาทุบทิ้งให้เห็นทัศนียภาพของโลหะประสาท ได้ชัด ๆ
...ซอย ๆ นี้จะทะแยงกับป้อมมหากาฬ หน้าวัดสระเกษ หรือวัดภูเขาทอง ซอย ๆ นี้ จะอยู่ข้าง ๆ ศูนย์สังคีตของธนาคารกรุงเทพ เชิงสะพานผ่านฟ้า ปัจจุบัน ใครเคยนั่งรถผ่านถนนราชดำเนิน จากยมราช สะพานขาวมา พอผ่านตึกการบินไทยเก่า ตรงมุมเป็นตึกการโยธาธิการก็จะข้ามสะพานผ่านฟ้า ลงสะพานแล้วมองไปซ้ายมือจะเห็นโลหะประสาท แต่ให้มองทางขวามือ จะเห็นถนน ๆ หนึ่ง นั่นคือ ซอยที่จะเอ่ยถึง และเป็นแหล่งตำนานของ "แดง ไบเล่ย์"
ลูกพี่ของ "เคี้ยง ยูเนี่ยน"
...แดง ไบเล่ย์ หากยังมีชีวิตหลงเหลืออยู่ถึงวันนี้ ก็ปาไปตั้ง 65 เห็นจะได้ ส่วน "เคี้ยง ยูเนี่ยน" เป็นคนเกิดยุค พ.ศ. 2497 ไล่นิ้วมือกันแล้ว ห่างกันไม่หนี 16 ปีบริบูรณ์ แล้วมาเป็นลูกพี่และลูกน้องกันได้อย่างไร
...แดง ไบเล่ย์ เริ่มมีชื่อเสียงกระฉ่อนในยุทธจักรวงการนักเลงเมื่ออายุ 20 กว่า ๆ ดังนั้น เคี้ยง ยูเนี่ยนจึงมองเห็นหลังลาง ๆ ของ แดง ไบเล่ย์ ตั้งแต่อายุตัวเองได้ 6 - 7 ขวบ ที่จำจดวีรกรรม วีรเวรได้ถนัดถนี่เต็มสองตาสองหู

...ที่มาของฉายา "ไบเล่ย์" และ"ยูเนี่ยน"
ซอยที่ว่านี้ จะเป็นที่ตั้งโรงงานน้ำอัดลมยี่ห้อ ไบเล่ย์ และกลาง ๆ ซอยจะไปทะลุกับซอยวัดปรินายก ซอยวัดปรินายกนี่แหละ เป็นดงของอันธพาลยุคนั้น ทั้งเป็นจุดกำเนิดและแหล่งมั่วสุม
แดง ก็เกิดและโตในซอยวัดปรินายก จึงได้ชื่อว่า "แดง ไบเล่ย์" ต่อมามีการขยายกิจการน้ำอัดลม ออกเป็นน้ำเขียว-น้ำแดง และใช้ยี่ห้อว่า "ยูเนี่ยน" นัยว่า บริษัทนี้ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นหุ้นส่วนใหญ่ และเป็นการประชาสัมพันธ์ทางอ้อมให้น้ำอัดลม"ยูเนี่ยน" ติดปากคนไทย จึงมีความพยายามจะเรียกซอยนี้ใหม่ว่า "ซอยยูเนี่ยน" และ"เคี้ยง" ก็เติบโตมาจากย่านและซอยนี้ตั้งแต่เด็ก เมื่อไปต่อมัธยมปลายไกลถึง"มักกะสัน" ก็คงยังเป็นช่วงที่ตำนานของ"แดง ไบเล่ย์" ยังประทับใจจิ๊กโก๋อยู่ เคี้ยง จึงสร้างภูมิคุ้มกันตัวเอง เพื่อมิให้เพื่อนฝูงรังแก ด้วยตอนเรียนม.ปลาย เคี้ยงตัวเล็กขนาดอยู่ท้ายแถวทุกครั้ง จดจำได้ เวลาเรียนพลศึกษา ครูสั่งให้"เข้าแถวตามลำดับใหญ่" เคี้ยงอยากใหญ่ ไม่ยอมอยู่ท้ายแถว ถูกเพื่อนร่วมแถวไล่ไปท้ายแถว และตบตูดเตะก้นเป็นประจำ เคี้ยง จึงประกาศฉายาของตนว่า "เคี้ยง ยูเนี่ยน" ผู้คนรู้กันว่าของแท้ไม่ใช่ของเทียม เพราะเคี้ยงนั่งรถเมล์ไปกลับ มักกะสัน-ราชดำเนิน ทุกวัน คนอื่น ๆ จะแอบถามว่า เป็นอะไรกับ แดง ไบเล่ย์ สำหรับเพื่อนสนิท เคี้ยงจะบอกว่า "ตอนกูตัวเล็ก ๆ เขาใช้กูวิ่งไปซื้อบุหรี่เป็นประจำ พอจะอ้างเป็นลูกพี่ได้ไหม"
...ครั้นจะถามและให้เล่าตำนาน "แดง ไบเล่ย์" "เคี้ยง ยูเนี่ยน" ก็ปฏิเสธว่า ตอนนั้นตัวกูยังเล็กมาก จำได้แค่ลาง ๆ หากอยากรู้ต้องวานให้ "ซือแป๋" กูเล่าแทนเสียแล้ว เพราะซือแป๋ของกู ห่างกับ แดง ไบเล่ย์ ประมาณ 10 ปี ข่าวว่า ก็เคยเดินตามตูดตามก้นพวกเหล่านี้ด้วยเหมือนกันอยากฟัง....เห็นจะต้องโอดอ้อนซือแป๋ก่อนเสียแล้ว
...นักเลงยุคนั้นก็ "พัน หลังวัง" ก็รวมอยู่ในตำนานยุคเดียวกัน จุดจบนักเลงรุ่นนี้ มาจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ท่านออกกฏหมายเป็นประกาศคณะปฏิวัติ ตั้งข้อหานักเลงรุ่นนี้ว่า "อันธพาล"
แดง ไบเล่ย์ หนีหัวซุกหัวซุน และไปถูกจับที่เขาเต่า หัวหินในปีพ.ศ. 2504 ก่อนจอมพลสฤษดิ์ ถึงแก่อสัญญกรรมหนึ่งปี
ข้อสังเกตในการจับกุมของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ก่อนที่จะตั้งข้อหาอันธพาล คือ
1) ใส่เสื้อสีแดง
2) ใส่เสื้อแขนยาวแต่พับแขนเสื้อสูงไปเหนือข้อศอก
3) ใส่กางเกงขาลีบ โดยวัดขนาดเอาขวดเป๊บซี่ยัดเข้าปลายขากางเกง หากยัดไม่เข้าถือว่า ขาลีบ
4) นั่งตามราวสะพาน
5) มั่วสุมจับกลุ่มตามร้านกาแฟ เกินกว่าสี่คนขึ้นไป
6) ไว้ผมไม่มีแสก และใช้น้ำมันตันโจ
7) พกหวีไว้ที่กระเป๋าหลังและปล่อยให้โผล่ออกมา

โดนเข้าลูกนี้ อันธพาลหรือนักเลงยุคนั้น เข้าคุกเป็นทิวแถว เช่น พัน หลังวัง ดำ เอสโซ่ จอร์ช เฮาดี้ บัง โบว์ลิ่ง ปี๊ด สวนอ้อย ปุ๊ ระเบิดขวด แม้กระทั่งรุ่นใหญ่กว่านี้ เก๊า ม้าเก็ง เหลา สวนมะลิ ชีพ ชูชัย และที่ออกมาแล้วเป็นดาราหนังตั้งหลายคน แต่ยังมีชีวิตอยู่จึงไม่ขอเอ่ย
...เหล่านี้ พอออกมาแล้วก็วกวนไปอยู่ในวงการเดิมก็มาก และจบชีวิตด้วยลูกตะกั่วแทบทั้งสิ้น ส่วนคนที่หนีวงการไปเลย ก็มีชีวิตยืนยาวมาถึงยุคนี้หลายคน เช่น คน ๆ หนึ่งโด่งดังมากแถวยศเส และกรุงเกษม ปัจจุบันเป็นคู่ชีวิตกับนักร้องแนวป๊อบคนหนึ่ง เจ้าของเสียงเพลง "เรามีเรา" ชื่อเล่นเหมือนเครื่องประดับนิ้ว
...พรรคพวกผมคนหนึ่ง ไม่เลิกออกจากวงการเพราะเขาบอกว่า โตมาด้านนี้ ไม่รู้จะไปทำอะไรกิน
เขารอดพ้นและไม่เคยถูกจับกุม พ้นยุคจอมพลสฤษดิ์ ก็ทำมาหากินโดยรับจ้างเป็นนักเลงคุมบ่อนการพนัน ปั้นปลายก็ไปพ้นคมกระสุน และปิดตำนานเป็นคนสุดท้ายที่ไม่ละเลิกวงการ ชื่อว่า "พลังพล" หรือ "กำลังพล" อยู่แถวสะพานวันชาติ ซึ่งเป็นดงนักเลงแหล่งหนึ่ง
...พลังพล เคยคิดใหญ่ เขาอายุมากกว่าผมเกือบสิบปี ด้วยคุมบ่อนและไต่เต้าไปเป็นเจ้าของบ่อน
เมื่อเป็นเจ้าของบ่อน ก็ต้องมีช่วงชิงลูกค้า และขาใหญ่ จึงสร้างความไม่พอใจแก่ "เจ้าพ่อพระนคร" ในยุคนั้นมีใบสั่งให้เก็บ หากเป็นเรื่องจริง พลังพลเล่าให้ผมฟังว่า เขารู้ตัวก็เลยปีนไปชั้นสามกะเก็บซะก่อน แต่ผิดตัว เขาเลยถูกไล่ล่า และมาหลบซ่อนตัวกับคุณพ่อผมเกือบหนึ่งปี ตอนนั้นเป็นปี พ.ศ. 2518-19 ทุกเช้าเขาจะขลุกและเล่นอยู่ในบ้านผม จวบจนพระอาทิตย์ตกจึงกลับไปนอน เขาปิดแม้กระทั่งนอนที่ไหนผมก็ไม่รู้ จะย้อมผมสีทอง สวมหมวกแก๊ปครอบอีกทีหนึ่ง นุ่งกางเกงขาสั้นลายสก๊อตและลากรองเท้าแตะ ทุกวัน คนแถวบ้านผมจะไม่รู้ที่มาที่ไปของเขา จะเรียกชื่อเขาว่า "เจ้าชายผมทอง" ทุกต้นเดือนจะมีลูกน้องมาจากกรุงเทพสามสี่คนมาเยี่ยม และเอาเงินมาให้ เงินจากการเรียกเก็บค่าคุ้มครองเป็นรายเดือน
...เกือบปี เขามาบอกผมว่า "นายน้อย ผมกลับกรุงเทพได้แล้ว" พร้อมกับส่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ให้อ่าน เขาเรียกผมว่า "นายน้อย" เป็นเชิงสัพยอก เพราะเกือบปีที่คลุกคลีกัน จนสนิทสนมกัน และเรื่องราวส่วนหนึ่ง ของประวัติอันธพาล นักเลงดัง ผมก็ได้ความรู้มาจาก "พลังพล" หรือ "กำลังพล" และเป็นความรู้จริงเสียด้วยจากประสบการณ์ของพลังพลเอง
...หนังสือพิมพ์ที่ได้อ่าน พาดหัวหน้าหนึ่ง และเนื้อในเป็นนักเลงหรือมือปืนคุมบ่อนในซอยพระนาง ถนนราชปรารภ ตรงหัวโค้งจะไปดินแดง ซอยพระนางนี้ยาวมาก และจะทะลุไปถึงสนามเป้าได้ นักเลงหรือมือปืนสามคน ถูกคนที่สันนิษฐานว่าในเครื่องแบบลากจี้ออกไปจากบ่อน และพบศพตายข้างถนนบางนา-ตราด ในตอนเช้ามืด มีร่องรอยถูกปืนจ่อยิงที่ศีรษะ
...เจ้าชายผมทองบอกว่า "ผมกลับกรุงเทพได้แล้ว" ผมไม่ได้ถามมากแต่เดาเรื่องได้ออกพลังพลกลับไปอยู่บ้านแถวสะพานวันชาติ เป็นตึกแถวริมถนน ทะลุหลังตึกเป็นบริเวณที่กว้างและมีบ้านปลูกไว้หนึ่งหลังตึกแถวก็ให้แม่บ้านเป็นช่างเสริมสวยเปิดร้าน ส่วนด้านหลังพลังพลเปิดเป็นบ่อน
สองสามปี พลังพลไม่เคยออกไปไหนมาไหน ระวังตัวว่า สามสี่คนจากซอยพระนางที่ถูกฆาตรกรรมไปนั้น คือตัวไล่ล่าเขา แต่ผู้บงการคือ "เจ้าพ่อพระนคร" ยังอยู่ และไม่รู้ว่า ยังอาฆาตมาดร้ายอยู่รึไม่
...สามสี่ทุ่มบ่อนเปิด พลังพลจะนั่งดื่มเหล้ากับลูกน้องในบริเวณลานหน้าบ่อน ทุกคืน คนที่ร่วมวงได้จะต้องเคยเห็นหน้าและเป็นลูกน้องเท่านั้น แม้กระนั้น ก่อนร่วมวง "พลังพล" จะค้นตัวเพื่อหาอาวุธปืนทุกครั้ง ถึงจะเป็นลูกน้องก็ตามที เพราะเขาไม่เคยไว้ใจ และมีประสบการณ์มามากที่เพื่อน ๆ เขาตายด้วยน้ำมือ"คนไว้ใจ"
...คืนหนึ่งเขาก็ถูกคนร่วมวงเหล้าเอาปืนจ่อยิงเสียชีวิตคาวง ก่อนกินพลังพลก็ค้นตัวแล้ว ไม่พบอาวุธติดตัวใด ๆ เป็นธรรมดาคนดื่มคนกินก็ต้องมีเข้าห้องน้ำห้องท่า มือปืนที่จ่อยิงพลังพล เป็นลูกน้องพลังพล แต่ถูกจ้างด้วยราคาที่ซื้อตัวได้ มันเอาปืนไปซ่อนในห้องน้ำ ก่อนที่จะร่วมวง พลังพลจึงค้นไม่พบ พอได้ที่มันก็เข้าห้องน้ำไปคว้าปืนกลับมาจ่อยิง

เป็นจุดจบคนสุดท้ายของวงการนักเลงที่ไม่ยอมหันหลังให้วงการ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28,10, 2009, 13:36:42 โดย TSP@ryc » บันทึกการเข้า
28,10, 2009, 14:57:13
butung
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: 28,10, 2009, 14:57:13 »

ท่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ผมนับถือมาก จนเรียกว่าปู่ ได้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังหลายครั้งมากเกี่ยวกับตัวละครในหนัง 2499อันธพาลครองเมือง เนื่องจากท่านได้ยินผมคุยกันในวงสุราแล้วเถียงกันท่านคงลำคา

ญเพราะหลายๆคนหรือทุกคนที่พวกเรากล่าวถึงคืนเพื่อนรัก เพื่อนตายของท่าน และมีหลายเหตุการณ์ที่ท่านร่วมอยู่ด้วย เนื้อความไม่ได้รุนแรงหรือโหดร้ายเท่ากัยในหนังหรอกครับ ก็ตามประสาวัยรุ่นที่

มีความรักเพื่อน เคารพพี่ ทั่วๆไป  เรื่องทะเลาะเบาะแว้งทำร้ายร่างกาย เรื่องยิงกันตาย เป็นเรื่องจริงแต่ อย่าไปล้วงลึกเลยครับ เพราะปัจบันยังมีอีกหลายคนที่ยังมีชีวิตอยู่ และมีลูกหลาน อยู่ทุก

วันนี้  บางท่านเป็นนักการเมือง เป็นนายทหารระดับสูง บางท่านเป็น ดารา นักแสดง  บางท่านเป็นนักร้อง ที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรอืน ท่านสอนพวกเราว่า     อ่ย่าเป็นเลยคนเก่งหรือนักเลงเป็นคนดี

ดีกว่า
คนรุ่นท่านตอนนี้เหลือไม่ถึง 10คนแล้ว ลองดูว่าท่านรู้จักใครบ้าง


   ต้องขออนุญาติปิดนามสกุลและเนื้อหาสำคัญบางเรื่อง นะครับเพื่อความเหมาะสม 



URL=http://upload.tarad.com][/URL]

URL=http://upload.tarad.com][/URL]


URL=http://upload.tarad.com][/URL]

URL=http://upload.tarad.com][/URL]



  ทุกปีท่านพวกที่ยังมีชีวิคอยู่ จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้  และที่สำคัญผมฟังแล้วยังอึ้ง ภรรยาของแดง ไบเล่ ที่ชื่อ วัลภา ยังมีชีวิตอยู่ และมาร่วมงานทุกปี


  หมายเหตุ*อ่านเพือ่ความรู้ และความเพลิดเพลิน นะครับ   ยังมี จดหมายอีกหลายฉบับที่มีสาระสำคัญ ถ้ามีโอกาสจะขออนุญาติปู่นำมาให้อ่านครับ

              ต้องขอขอบคุณ  ปู่เกียรติ หรือ   เกียรติ บลูล์ และ คุณอาเปี๊ยก  วิสุทธกษัตริย หรือคุณอา สุริยัน  *****สง ที่ได้เขียนเป็นบทภาพยนต์ให้พวกเราคนรุ่นหลังได้ศึกษาแนวทางการดำเนินชีวิตและรับรู้

ว่าจุดจบของชีวิตนักเลงเป็นอย่างไร      ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28,10, 2009, 15:34:47 โดย ภิญญาพัตร » บันทึกการเข้า
28,10, 2009, 15:06:09
NASIT 28
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,513


" ชาวราชทัณฑ์ 102 "


« ตอบ #11 เมื่อ: 28,10, 2009, 15:06:09 »

 ธุจ้าภิญญาพัตร  มากๆครับ
บันทึกการเข้า

หยุด! ทำร้ายประเทศไทย 
28,10, 2009, 15:14:51
vivat(เด็กดี)@ssc.
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,303


อโรคยา


« ตอบ #12 เมื่อ: 28,10, 2009, 15:14:51 »

สมช. 2499 เยอะมาก
บันทึกการเข้า


TATAR SUSHI ตลาดโต้รุ่ง ทุ่งสง นครศรีฯ
D-maxclub.net  No.1776
28,10, 2009, 15:33:40
กะปอม@ระยองรักกัน
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,240


สุราไม่ได้สร้างวีรบุรุษ...แต่วีรบุรุษขาดสุราไม่ได้


« ตอบ #13 เมื่อ: 28,10, 2009, 15:33:40 »

ท่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ผมนับถือมาก จนเรียกว่าปู่ ได้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังหลายครั้งมากเกี่ยวกับตัวละครในหนัง 2499อันธพาลครองเมือง เนื่องจากท่านได้ยินผมคุยกันในวงสุราแล้วเถียงกันท่านคงลำคา

ญเพราะหลายๆคนหรือทุกคนที่พวกเรากล่าวถึงคืนเพื่อนรัก เพื่อนตายของท่าน และมีหลายเหตุการณ์ที่ท่านร่วมอยู่ด้วย เนื้อความไม่ได้รุนแรงหรือโหดร้ายเท่ากัยในหนังหรอกครับ ก็ตามประสาวัยรุ่นที่

มีความรักเพื่อน เคารพพี่ ทั่วๆไป  เรื่องทะเลาะเบาะแว้งทำร้ายร่างกาย เรื่องยิงกันตาย เป็นเรื่องจริงแต่ อย่าไปล้วงลึกเลยครับ เพราะปัจบันยังมีอีกหลายคนที่ยังมีชีวิตอยู่ และมีลูกหลาน อยู่ทุก

วันนี้  บางท่านเป็นนักการเมือง บางท่านเป็น ดารา นักแสดง  บางท่านเป็นนักร้อง ที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรอืน ท่านสอนพวกเราว่า     อ่ย่าเป็นเลยคนเก่งหรือนักเลงเป็นคนดี

ดีกว่า
คนรุ่นท่านตอนนี้เหลือไม่ถึง 10คนแล้ว ลองดูว่าท่านรู้จักใครบ้าง


   ต้องขออนุญาติปิดนามสกุลและเนื้อหาสำคัญบางเรื่อง นะครับเพื่อความเหมาะสม 



URL=http://upload.tarad.com][/URL]

URL=http://upload.tarad.com][/URL]


URL=http://upload.tarad.com][/URL]

URL=http://upload.tarad.com][/URL]



  ทุกปีท่านพวกที่ยังมีชีวิคอยู่ จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้  และที่สำคัญผมฟังแล้วยังอึ้ง ภรรยาของแดง ไบเล่ ที่ชื่อ วัลภา ยังมีชีวิตอยู่ และมาร่วมงานทุกปี


  หมายเหตุ*อ่านเพือ่ความรู้ และความเพลิดเพลิน นะครับ   ยังมี จดหมายอีกหลายฉบับที่มีสาระสำคัญ ถ้ามีโอกาสจะขออนุญาติปู่นำมาให้อ่านครับ

              ต้องขอขอบคุณ  ปู่เกียรติ หรือ   เกียรติ บลูล์ และ คุณอาเปี๊ยก  วิสุทธกษัตริย หรือคุณอา สุริยัน  *****สง ที่ได้เขียนเป็นบทภาพยนต์ให้พวกเราคนรุ่นหลังได้ศึกษาแนวทางการดำเนินชีวิตและรับรู้

ว่าจุดจบของชีวิตนักเลงเป็นอย่างไร      ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
สุดยอด
บันทึกการเข้า

โอ้วววทำได้ทุกอย่างยกเว้นงานในหน้าที่ อยู่ได้ทุกที่ยกเว้นที่ทำงานโอ้ววว          
              ปืนเป็นสิ่งไม่มีชีวิต แต่สามารถหยุดสิ่งมีชีวิตได้
28,10, 2009, 16:03:16
กำลัง10@ryc รักในหลวง
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,858


เทา-ทอง *ฌัลลกัณฑ์*


« ตอบ #14 เมื่อ: 28,10, 2009, 16:03:16 »

ขอบพระคุณคุณภิญญาพัตรอย่างสูงครับ  ธุจ้า
 

เคยอ่านแต่ในหนังสือ แต่งานนี้ของจริงเลย  ธุจ้า
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: