GUN IN THAILAND
31,08, 2014, 16:50:15 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google

หน้านี้ ยุติการ Post แล้วครับ !!
 เวปบอร์ด gun.in.th ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่


   http://2013.gun.in.th
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 10 สุดยอดเรือรบในสงครามโลก.... และเรือรบของไทย  (อ่าน 37369 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
26,08, 2009, 09:43:29
ABOUT ME??
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 13,576


แม่สั่งให้เรารู้คุณคน ลำบากลำบน อดทนไว้


เว็บไซต์
« เมื่อ: 26,08, 2009, 09:43:29 »

1. Iowa Class - Fast Battleship


ระวางขับน้ำ 57450 ตัน อาวุธ ปืนหลัก 16 นิ้ว 9 กระบอก
สุดยอดเรือรบของสหรัฐมีขนาดใหญ่มากๆเรือชั้นนี้ถูกสร้างมา6ลำ
1. USS Iowa 2. USS New Jersey 3. USS Missouri
4. USS Wisconsin 5. USS Illinois 6. USS Kentucky
เป็นเรือที่อายุการใช้งานยาวนานมากที่สุดในโลกคือสงครามโลกครั้งที่2
ไปจนถึงสงครามอ่าวปี 1991 โดยทำการติดตั้งแท่นปล่อยจรวด TOMAHAWK MISSLE


2. NIMITZ CLASS - AIRCRAFT CARRIER


ระวางขับน้ำ 97000-100000 ตัน
อาวุธ เครื่องบิน 85 เครื่อง (F-14D,F-18C,EA-6,EC-2,S-3B,SH-60,C-2A)
เรือบรรทุกเครื่องบินขนาดยักษ์มันมีเครื่องบินถึง 85 ลำ
และมันไป ถึงทุกที่ในโลกได้ด้วยเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 2 เตา
และมีอาวุธป้องกันตัวคืออาวุธนำวิถีพื้นสู่อากาศแบบ SEA SPARROW 3แท่นๆละ 8 ท่อ
ยิงระบบปืน VALCAN PHALANXขนาด 20 mm. 4 แท่น (นี่ก็ของปัจจุบัน)



3. QUEEN ELIZABETH CLASS - BATTLESHIP

 
ระวางขับน้ำ 36450 ตัน อาวุธ ปืนหลัก 15 นิ้ว 8 กระบอก
เรือที่ฝ่ายอังกฤษสร้างขึ้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1
มันมีขนาดใหญ่มากและทำให้ข้าศึกไม่กล้าออกมาสู้ด้วยและได้ปรับปรุง
และใช้ในสงครามโลกครั้งที่2ด้วย



4. TICONDEROGA CLASS - MISSLE CRUISER


ระวางขับน้ำ 9646 ตัน อาวุธ ปืนหลัก 5 นิ้ว 2 กระบอก
แท่นปล่อยจรวดแบบ MK 41 2แท่น
เรือลาดตระเวนของกองทัพเรือสหรัฐ
มีหน้าที่หลักๆคือการป้องกันภัยทางอากาศและต่อต้านเรือทั้งผิวน้ำ
และดำน้ำมีจรวดแบบ STANDARD SM 2 ตอร์ปิโดMK 32 จรวดHARPOON
 และสามารถสนับสนุนหน่วยทหารได้ด้วยจรวดTOMAHAWK MISSLE


5. Fletcher Class - Destroyer; United States

ระวางขับน้ำ 2900 ตัน อาวุธ ปืนหลัก 5 นิ้ว 5 กระบอก
เรือประจัญบานขนาดเล็กของกองทัพเรือสหรัฐ
หน้าที่คือการคุ้มกันเรือสินค้า มันมีขนาดเล็กและความเร็วสูง
และยังติดตั้งระเบิดน้ำลึกที่ใช้ ทำลายเรือดำน้ำด้วย



6. NORTH CAROLINA CLASS BATTLESHIP


ระวางขับน้ำ 44800 ตัน อาวุธ ปืนหลัก 16 นิ้ว 9 กระบอก
เรือรบที่ทำหน้าที่คุ้มกันกองเรือของสหรัฐในแปซิฟิกมีขนาดใหญ่
และมีปืนที่มีอำนาจทำลายสูง



7. BISMARCK CLASS - BATTLESHIP



ระวางขับน้ำ 50153 ตัน อาวุธ ปืนหลัก 15 นิ้ว 8 กระบอก
สุดยอดเรือรบของนาซีเป็นเรือที่ฮิตเลอร์ชอบมากโดยเรือชั้นนี้ต่อมา 2 ลำคือ
1.BISMARCK 2. TIRPITZ มันได้ชื่อเสียงจากการที่ BISMARCK
จมเรือ HOOD ของอังกฤษแต่พอข่าวการจมเรือ HOOD ไปถึงกองทัพเรืออังกฤษ
ทำให้อังกฤษส่งกองเรือออกตามล่าและในอีก 3 วัน
เรือBISMARCK ก็ถูกกองเรืออังกฤษรุมยำและจมลงเมือ BISMARCK จม
อังกฤษก็หันไปล่าเรือTIRPITZ และมันก็ถูกจมหลังจากที่ไปแอบอยู่แถวๆนอร์เวย์


8. ESSEX CLASS - AIRCRAFT CARRIER



ระวางขับน้ำ 34480 ตัน อาวุธ ปืนหลัก 5 นิ้ว 12 กระบอก

 AA-GUN 20 mm.และ 40 mm. ประมาณ 68 กระบอก เครื่องบิน 100 เครื่อง(F4U CORSAIR)

เรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือสหรัฐที่ใช้ถล่มเกาะต่าง

ที่ญี่ปุนยึดเป็นฐานบินลอยน้ำที่มีความสำคัญ ต่อกองทัพเรือมากจึงเป็นเป้าของเครื่องบินกามิกกาเซ่



9. DEUTSCHLAND CLASS - POCKET Battleship



ระวางขับน้ำ 16200 ตัน อาวุธ ปืนหลัก 11 นิ้ว 6 กระบอก
เมื่อเยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้ฝ่ายเยอรมันถูกจำกัดไม่ให้สร้างเรือรบ

ที่มีระวางขับน้ำไม่เกิน 10000 ตันแต่ฝ่ายเยอรมันกลับสร้างเรือชิ้นนี้ขึ้น

ซึ่งเรือลำนี้วางกระดูกงูก่อนฮิตเลอร์ขึ้นอำนาจซะอีกโดยต่อ ขึ้นมา 3 ลำคือ
1.Deutschland 2. Admiral Scheer 3. Admiral Graf Spee
เรือชั้นนี้มีขนาดเล็กมีความเร็วสูงและมีปืนที่ดีเรือถูกเรียกว่า PANZER SHIP



10. Hood Class - Battle Cruiser; Great Britain
 



ระวางขับน้ำ 42500 ตัน อาวุธ ปืนหลัก 15 นิ้ว 8 กระบอก
เรือที่เป็นที่ความภาคภูมิใจของกองทัพเรืออังกฤษ
มันสร้างความกลัวให้แก่ข้าศึกในปี 1930-1940
แต่พอสงครามโลกครั้งที่ 2 ระเบิดขึ้น
มันได้ลงสู่สนามรบครั้งแรกกับเรือ BISMARCK ของนาซี
จากการยิงจากBISMARCK เพียง 5 ตับก็ทำให้เรือ HOOD จมลงในเวลาประมาณ 8 นาที




ขอบคุณข้อมูลจาก teenee.com

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26,08, 2009, 12:53:29 โดย ABOUT ME?? » บันทึกการเข้า

ใครรัก       ใครชัง      ช่างเถิด 
ใครเชิด     ใครชู       ช่างเขา
ใครเบื่อ     ใครบ่น     ทนเอา
ใจเรา        ร่มเย็น      เป็นพอ
26,08, 2009, 09:46:36
nbaakpp
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,485


บ่าวเมืองรถม้า อาชาผยอง


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 26,08, 2009, 09:46:36 »

สุดยอดจริงๆความกว้างความใหญ่โตมโหฬารพอๆกับ จขกท.เลย หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก
บันทึกการเข้า

ฝันให้ไกล ต้องไปให้ถึง
แม้เจอขวากหนามอย่าคำนึง ถ้าใจถึงอย่ากลัวเกรง
26,08, 2009, 10:16:52
แม่นางกิมฮวย
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 14,622



« ตอบ #2 เมื่อ: 26,08, 2009, 10:16:52 »

เยอรมันเจ๋ง

บันทึกการเข้า

จาวะโสสุปันโนดุ๊กดิ๊ก ... การมีกิ๊กเป็นลาภอันประเสริฐ
26,08, 2009, 10:48:39
Yo chichido
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 887


เย็นวันนี้...สิ้นปีเก่า


« ตอบ #3 เมื่อ: 26,08, 2009, 10:48:39 »

ไม่มีเรือ เอ็มเด้น ขวัญใจผมเลย...
บันทึกการเข้า

มาม๊ะตัวต่อตัว
26,08, 2009, 11:06:40
*ต้นหอม*
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,229


(((( นกเอี้ยงบางเขน ))))


« ตอบ #4 เมื่อ: 26,08, 2009, 11:06:40 »

สุดยอดจริงๆความกว้างความใหญ่โตมโหฬารพอๆกับ จขกท.เลย หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก

55555555555555555 ยิ้มเด้ง ยิ้มเด้ง ยิ้มเด้ง
บันทึกการเข้า

น้ำเงินเหลืองเรืองอร่ามงามสง่า  โบกสบัดท้องนภาปลิวไสว
((((((((((((((((((( ช่างก่อสร้างดุสิต33 ))))))))))))))))))))
http://www.76ranong2.org/
26,08, 2009, 11:20:38
สิงห์เหน่งตะวันตก™
VIP
Gun In Thai Mania
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 16,980


มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้าวันหลัง


« ตอบ #5 เมื่อ: 26,08, 2009, 11:20:38 »

ขอดูของไทย บ้างซิครับ  ว่าจะสู้เขาได้รึปล่าว  ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

26,08, 2009, 11:23:09
*ต้น*
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9,230


------มังกรน้อย------


« ตอบ #6 เมื่อ: 26,08, 2009, 11:23:09 »

 ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ
บันทึกการเข้า


ชีวิตนี้ไม่ได้มีแค่...COLT       (มีเมียด้วย)
26,08, 2009, 11:23:33
ABOUT ME??
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 13,576


แม่สั่งให้เรารู้คุณคน ลำบากลำบน อดทนไว้


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 26,08, 2009, 11:23:33 »

ขอดูของไทย บ้างซิครับ  ว่าจะสู้เขาได้รึปล่าว  ยิ้มยิงฟัน
จัดให้ค่ะ ขอเวลารวบรวม ข้อมูลสักครู่นะคะ พี่เหน่ง  ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

ใครรัก       ใครชัง      ช่างเถิด 
ใครเชิด     ใครชู       ช่างเขา
ใครเบื่อ     ใครบ่น     ทนเอา
ใจเรา        ร่มเย็น      เป็นพอ
26,08, 2009, 11:35:49
สิงห์เหน่งตะวันตก™
VIP
Gun In Thai Mania
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 16,980


มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้าวันหลัง


« ตอบ #8 เมื่อ: 26,08, 2009, 11:35:49 »

จัดให้ค่ะ ขอเวลารวบรวม ข้อมูลสักครู่นะคะ พี่เหน่ง  ยิ้มยิงฟัน


ขอบคุณมากค่ะ ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

26,08, 2009, 12:05:59
หนุ่มเมืองร้อยเกิน
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,546



« ตอบ #9 เมื่อ: 26,08, 2009, 12:05:59 »

 ธุจ้า
บันทึกการเข้า

26,08, 2009, 12:48:30
ABOUT ME??
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 13,576


แม่สั่งให้เรารู้คุณคน ลำบากลำบน อดทนไว้


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 26,08, 2009, 12:48:30 »

จัดให้พี่เหน่ง ตามคำขอ ภาพเรือบางส่วนยังหาไม่เจอค่ะ

เดี๋ยวรอรุ่นพี่นุ่นออกเวร แล้วจะไปบีบคอ เอามาให้ดูนะคะ


การแบ่งประเภทกำลังทางเรือ

และการกำหนดอักษรย่อของราชนาวีไทย

เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์  (Helicopter Carrier) เรือ บฮ. CVH

1.   ร.ล.จักรีนฤเบศร
  เรือพิฆาต  (Destroyer)  เรือ พฆ. DD  ไม่มี
  เรือฟริเกต  (Frigate)  เรือ ฟก. FF
1.   ร.ล.ท่าจีน
2.   ร.ล.ประแส
3.   ร.ล.ปิ่นเกล้า
4.   ร.ล.โพสามต้น
5.   ร.ล.ตาปี
6.   ร.ล.คีรีรัฐ
7.   ร.ล.มกุฎราชกุมาร
8.   ร.ล.เจ้าพระยา
9.   ร.ล.บางปะกง
10.   ร.ล.กระบุรี
11.   ร.ล.สายบุรี
12.   ร.ล.ตากสิน
13.   ร.ล.นเรศวร
14.   ร.ล.พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
15.   ร.ล.พระพุทธเลิศหล้านภาลัย
  เรือคอร์เวต  (Corvette)  เรือ คว. FS
1.   ร.ล.รัตนโกสินทร์
2.   ร.ล.สุโขทัย
  เรือเร็วโจมตี (เรือ รจ.)
•   เรือเร็วโจมตี (อาวุธนำวิถี)  (Fast Attack Craft, Guided Missile)  เรือ รจอ. FAC (G)
1.   ร.ล.ปราบปรปักษ์
2.   ร.ล.หาญหักศัตรู
3.   ร.ล.สู้ไพรินทร์
4.   ร.ล.ราชฤทธิ์
5.   ร.ล.วิทยาคม
6.   ร.ล.อุดมเดช
•   เรือเร็วโจมตี (ปืน)  (Fast Attack Craft)  เรือ รจป. FAC
1.   ร.ล.ชลบุรี
2.   ร.ล.สงขลา
3.   ร.ล.ภูเก็ต
•   เรือเร็วโจมตี (ตอร์ปิโด)  (Fast Attack Craft, Torpedo)  เรือ รจต. FAC (T)  ไม่มี
  เรือดำน้ำ (เรือ ด.)
1.   เรือดำน้ำ (ธรรมดา)  (Submarine, General)  เรือ ด. SS  ไม่มี
2.   เรือดำน้ำใกล้ฝั่ง  (Submarine, Coastal)  เรือ ดก. SSC  ไม่มี
3.   เรือดำน้ำเล็ก  (Midget Submarine)  เรือ ดล. SSM  ไม่มี
  เรือทุ่นระเบิด
•   เรือต่อต้านทุ่นระเบิด  (Mine Countermeasures Ship)  เรือ ตท. MCM
•   เรือกวาดทุ่นระเบิด  (Mine Sweeper)  เรือ กท. MS
o   เรือกวาดทุ่นระเบิดไกลฝั่ง  (Mine Sweeper, Ocean)  เรือ กทก. MSO  ไม่มี
o   เรือกวาดทุ่นระเบิดใกล้ฝั่ง  (Mine Sweeper, Coastal)  เรือ กทฝ. MSC
1.   ร.ล.บางแก้ว
2.   ร.ล.ดอนเจดีย์
o   เรือกวาดทุ่นระเบิดชายฝั่ง  (Mine Sweeper, Inshore)  เรือ กทช. MSI  ไม่มี
o   เรือกวาดทุ่นระเบิดน้ำตื้น  (Motor Launch Mine Sweeper/Mine Sweeping Boat)  เรือ กทต. MLMS / MSB
1.   เรือ ท.๑ - ท.๑๒
•   เรือล่าทำลายทุ่นระเบิด  (Mine Hunter)  เรือ ลท. MH
o   เรือล่าทำลายทุ่นระเบิดใกล้ฝั่ง  (Mine Hunter, Coastal)  เรือ ลทฝ. MHC
1.   ร.ล.บางระจัน
2.   ร.ล.หนองสาหร่าย
3.   ร.ล.ลาดหญ้า
4.   ร.ล.ท่าดินแดง
o   เรือล่าทำลายทุ่นระเบิดชายฝั่ง  (Mine Hunter, Inshore)  เรือ ลทช. MHI  ไม่มี
•   เรือวางทุ่นระเบิด  (Mine Layer)  เรือ วท. ML
o   เรือวางทุ่นระเบิดใกล้ฝั่ง  (Mine Layer, Coastal)  เรือ วทฝ. MLC  ไม่มี
o   เรือวางทุ่นระเบิดชายฝั่ง  (Mine Layer, Inshore)  เรือ วทช. MLI  ไม่มี
•   เรือสนับสนุน การต่อต้านทุ่นระเบิด  (Mine Countermeasures Support Ship)  เรือ สตท. MCS
1.   ร.ล.ถลาง
  เรือยกพลขึ้นบก (เรือ ยพ.)
•   เรือบัญชาการและสนับสนุน การยกพลขึ้นบก  (Amphibious Command and Support Ship)  เรือ บยพ. LCC  ไม่มี
•   เรือยกพลขนาดใหญ่  (Landing Ship, Tank)  เรือ ยพญ. LST
1.   ร.ล.ช้าง
2.   ร.ล.พงัน
3.   ร.ล.ลันตา
4.   ร.ล.พระทอง
5.   ร.ล.สีชัง
6.   ร.ล.สุรินทร์
•   เรือยกพลขนาดกลาง  (Landing Ship, Medium)  เรือ ยพก. LSM
1.   ร.ล.กูด
2.   ร.ล.คราม
•   เรือยกพลขนาดเล็ก  (Landing Ship, Infantry, Large)  เรือ ยพล. LSIL
1.   ร.ล.ปราบ
2.   ร.ล.สัตกูด
•   เรือระบายพลขนาดใหญ่  (Large Landing Craft, Utility)  เรือ รพญ. LCU
1.   ร.ล.มัตโพน
2.   ร.ล.ราวี
3.   ร.ล.อาดัง
4.   ร.ล.เภตรา
5.   ร.ล.โกลำ
6.   ร.ล.ตะลิบง
7.   ร.ล.ทองแก้ว
8.   ร.ล.ทองหลาง
9.   ร.ล.วังนอก
10.   ร.ล.วังใน
11.   ร.ล.มันนอก
12.   ร.ล.มันกลาง
13.   ร.ล.มันใน
•   เรือระบายพลขนาดกลาง  (Landing Craft, Mechanical)  เรือ รพก. LCM
1.   เรือ กร.หมายเลขต่างๆ
•   เรือระบายพลขนาดเล็ก  (Landing Craft, Vehicle, Personnel/Landing Craft, Personnel, Large/Landing Craft, Personnel, Ramped)  เรือ รพล. LCVP/ LCPL/ LCPR
1.   เรือ ล.๕๑ - ล.๕๖
•   เรือสนับสนุนการยกพล  (Landing Ship Support Large)  เรือ สยพ. LSSL
1.   ร.ล.นาคา
•   เรือหุ้มเกราะลำเลียงพล  (Mini-Armoured Troop Carrier)  เรือ หกล. ATC
1.   เรือ ล.๔๑ - ล.๔๓
  เรือตรวจการณ์ (เรือ ตก.)
•   เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง  (Offshore Patrol Vessel)  เรือ ตกก. OPV  ไม่มี
•   เรือตรวจการณ์ (ปืน)  (Patrol Craft)  เรือ ตกป. PG
1.   ร.ล.กันตัง
2.   ร.ล.เทพา
3.   ร.ล.ท้ายเหมือง
4.   ร.ล.สัตหีบ
5.   ร.ล.คลองใหญ่
6.   ร.ล.ตากใบ
7.   ร.ล.หัวหิน
8.   ร.ล.แกลง
9.   ร.ล.ศรีราชา
•   เรือตรวจการณ์ (ปราบเรือดำน้ำ)  (Patrol Craft, Antisubmarine)  เรือ ตกด. PC
1.   ร.ล.คำรณสินธุ
2.   ร.ล.ทยานชล
3.   ร.ล.ล่องลม
•   เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง  (Coastal Patrol Craft)  เรือ ตกฝ. PGM / CGC
1.   เรือ ต.๑๑ - ต.๑๑๐
2.   เรือ ต.๙๑ - ต.๙๙
3.   เรือ ต.๘๑ - ต.๘๓
•   เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง  (Inshore Patrol Craft)  เรือ ตกช. PCF
1.   เรือ ต.๒๑ - ต.๒๒๖
2.   เรือ ต.๒๓๑
•   เรือตรวจการณ์ลำน้ำ เรือ ตล.
•   เรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำ  (River Patrol Boat)  เรือ รตล. PBR
1.   เรือ ล.๑๑ - ล.๑๔๕
•   เรือยนต์ตรวจการณ์ลำน้ำ  (River Patrol Craft)  เรือ ยตล. RPC
1.   เรือ ล.๒๑ - ล.๒๖
•   เรือจู่โจมลำน้ำ Assault Boat เรือ จล. AB
•   เรือจู่โจมลำน้ำ (เครื่องติดท้าย)  (Outboard Motor Assault Boat)  เรือ จลต. AB(M)
1.   เรือ ล.๓๑ - ล.๓๑๓๕
•   เรือจู่โจมลำน้ำ (แบบพ่นน้ำ)  (Hydro Jet Assault Boat)  เรือ จลพ. AB(H)
1.   เรือ ล.๓๑๓๐ - ล.๓๑๓๒
  เรือส่งกำลังบำรุง (เรือ สก.)
•   เรือส่งกำลังบำรุงขนาดใหญ่  (Replenishment Ship, Large)  เรือ สกญ. AOR (H)
1.   ร.ล.สิมิลัน
•   เรือส่งกำลังบำรุงขนาดกลาง  (Replenishment Ship, Medium)  เรือ สกก. AOR (L)  ไม่มี
•   เรือน้ำมัน  (Fuel Barge/Fuel Barge (Gasolene))  เรือ นม. YO/YOG
1.   ร.ล.สมุย
2.   ร.ล.เสม็ด
3.   ร.ล.เปริด
4.   ร.ล.ปรง
5.   ร.ล.จุฬา
•   เรือน้ำ  (Water Barge)  เรือ น. YW
1.   ร.ล.จิก
2.   ร.ล.จวง
  เรือลากจูง (เรือ ลจ.)
•   เรือลากจูงขนาดใหญ่  (Harbour Tug, Large)  เรือ ลจญ. YTB  ไม่มี
•   เรือลากจูงขนาดกลาง  (Harbour Tug, Medium)  เรือ ลจก. YTM
1.   ร.ล.ริ้น
2.   ร.ล.รัง
3.   ร.ล.แสมสาร
4.   ร.ล.แรด
•   เรือลากจูงขนาดเล็ก  (Harbour Tug, Small)  เรือ ลจล. YTL
1.   ร.ล.กลึงบาดาล
2.   ร.ล.มารวิชัย
  เรือลำเลียง (เรือ ลล.)
•   เรือลำเลียงทหาร  (Personnel Transport)  เรือ ลลท. AP  ไม่มี
•   เรือลำเลียงพัสดุ  (Light Cargo Ship)  เรือ ลลพ. AKL  ไม่มี
•   เรือเสบียง  (Stores Ship)  เรือ ลลส. AKS
1.   ร.ล.เกล็ดแก้ว
  เรือสำรวจ (เรือ สร.)
•   เรือสำรวจขนาดใหญ่  (Oceanographic Research Ship)  เรือ สรญ. AGOR
1.   ร.ล.จันทร
2.   ร.ล.ศุกร์
•   เรือสำรวจขนาดเล็ก  (Surveying Ship, Coastal)  เรือ สรฝ. AGSC
1.   เรือ อศ.๒
2.   เรือ อศ.๓
  เรือพี่เลี้ยง (เรือ พล.)
•   เรือพี่เลี้ยงเรือดำน้ำ  (Submarine Tender)  เรือ พลด. AS  ไม่มี
•   เรืออู่แห้ง  (Floating Dry Dock)  เรือ อห. AFD  ไม่มี
•   เรือโรงงาน  (Repair Ship)  เรือ รง. AR  ไม่มี
•   เรือพยาบาล  (Hospital Ship)  เรือ พย. AH  ไม่มี
•   เรือช่วยเหลือผู้ประสบภัย  (Rescue Ship)  เรือ ชภ. ATS  ไม่มี
•   เรือกู้ซ่อม  (Salvage Ship)  เรือ กซ. ARS  ไม่มี
  เรือใช้กิจการพิเศษอื่นๆ
•   เรือใช้งานเครื่องหมายทางเรือ  (Navigation Aids Service Ship/Buoy Tender)  เรือ งคร. ABU
1.   ร.ล.สุริยะ
•   เรือขุดลอก  (Dredger)  เรือ ขล.  ไม่มี  ไม่มี
•   เรือขจัดคราบน้ำมัน  (Pollution Control Vessel)  เรือ คม.  ไม่มี  ไม่มี
•   เรือฝึก  (Training Ship)  เรือ ฝ. AX  ไม่มี
•   เรือพระที่นั่ง  (Royal Yacht เรือพระที่นั่ง)  YAC  ไม่มี


  911 CHAKRI NARUEBET 1997 



เรือหลวงจักรีนฤเบศร เป็นเรือบรรทุกอากาศยานลำแรกและลำเดียวในขณะนี้ของราชนาวีไทยและอาเซียน

 ประจำการในส่วนกำลังรบของกองทัพเรือ เป็นเรือที่ต่อขึ้นจากประเทศสเปน ขึ้นระวางประจำการ

เมื่อ วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2540 ได้ใช้งานปฏิบัติภารกิจด้านยุทธการและช่วยเหลือภัยพิบัติ

ตลอดน่านน้ำไทยทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน นอกจากนี้ยังเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมตามวันและเวลาที่กำหนดด้วย

  ประวัติ 

เมื่อเกิดภัยพิบัติจากพายุเกย์บริเวณฝั่งทะเลอ่าวไทย จังหวัดชุมพร เมื่อปี พ.ศ. 2533

 กองทัพเรือได้ใช้เรือและอากาศยานที่มีอยู่ทำการช่วยเหลือและค้นหาผู้ประสบภัย

 แต่นับว่ายังขาดเรือที่มีความทันสมัยและพิสัยทำการที่กว้างไกล กองทัพเรือจึงมีแนวคิด

ที่จะสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งสามารถนำมาใช้ปฏิบัติภาระต่างๆ เหล่านี้ได้ จึงได้ว่าจ้าง

บริษัท บาซาน เมืองเฟรรอล ประเทศสเปน เป็นเงิน 7,000 ล้านบาท

ทั้งนี้กองทัพเรือได้ขอพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

และได้ทรงพระกรุณาฯ พระราชทานชื่อว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศร


  ภายในเรือ  [/size][/b]

ภายในเรือจักรีนฤเบศรประกอบด้วยห้องต่างๆ ทั้งส่วนที่ใช้ปฏิบัติงาน

และห้องพัก รวมกว่า 600 ห้อง โดยมีส่วนหลักๆ ดังนี้


• สะพานเดินเรือ เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติงานของเรือ
• หอบังคับการบิน
• ห้องควบคุมการจราจรทางอากาศ
• ห้องอุตุนิยมวิทยา
• ห้องควบคุมดาดฟ้าบิน
• ห้องบรรยายสรุปการบิน
• ห้องศูนย์ยุทธการ
• ห้องครัว
• โรงพยาบาล ขนาด 15 เตียง มีส่วนสำคัญคือห้องผ่าตัด ทันตกรรม และเอกซเรย์



  เรือหลวงนเรศวร 


421 Naresuan 1994
458 Taksin 1995

เรือหลวงนเรศวร เป็นเรือฟริเกตติดอาวุธนำวิถีรุ่นใหม่ แห่งราชนาวีไทย

ในยุคที่ไทยได้เปลี่ยนกองทัพเรือชายฝั่งไปสู่กองเรือนำลึก ( Deep Blue Sea )

เรือชั้นนี้ได้รับการต่อเรือชั้นนี้จากประเทศจีน โดยขยายแบบจากเรือ ชั้นเจียงหูกองทัพเรือจีน

ด้วยการร่วมมือระหว่างกองทัพเรือไทยและ อู่ต่อเรือจงหัวของจีน

ในการออกแบบเรือชั้นนี้ใหม่ ได้รหัสว่า Project F25T

ซี่งกำหนดให้ติดตั้งระบบอาวุธผสมระหว่างจีนและทางตะวันตก

เช่น ปืนใหญ่ 5 นิ้ว MK 45, การใช้เครื่องยนต์ CODOG เป็นต้น เรือชั้นนี้ได้รับการออกแบบ

 
ให้ทำการรบได้ทั้ง 3 มิติ และสามารถทำความเร็วได้ถึง 32 น๊อต สูงกว่าเรือ ลำอื่นในกองทัพเรือไทย

เรือชั้นนี้ได้รับคำชมในการออกแบบตัวเรือได้ สวยงาม

รวมทั้งคำนึงถึงการลดการสะท้อนเรดาห์ อันเป็นหลักในการออกแบบ เรือสมัยใหม่


  คุณลักษณะ : ข้อมูลจำเพาะ


ประเภท : เรือฟริเกต
ความยาว 120.5 ม.
ความกว้าง 13.7 ม.
กินน้ำลึก 6 ม. ,
ระวางขับน้ำ : ปกติ 2,800 ตัน
เต็มที่ 2,985 ตัน,
ความเร็วสูงสุด 32 น๊อต
ความเร็วมัธยัสถ์ 18 น๊อต,
รัศมีทำการ 4,000 ไมล์ ,
เครื่องจักร : ดีเซล 44,250 แรงม้า,
กำลังพล 184 นาย
  อาวุธ 

ปืนใหญ่อัตโนมัติ 5/54 นิ้ว 1 กระบอก,
ป.ต.อ.37 มม. 2 แท่นคู่ 4 กระบอก ,
จรวดนำวิถีพื้นสู่พื้น ฮาร์พูน 2 แท่น 8 ท่อยิง,
เป้าลวง 2 แท่น 26 ท่อยิง,
ท่อตอร์ปิโดแฝดสามปราบเรือดำน้ำ 6 ท่อยิง ,
เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ 1 ลำ ,
จรวดนำวิถีพื้นสูอากาศซีสแปร์โร่ ท่อยิงแนวตั้ง MK41 1 แท่น 8 ท่อยิง
( ยังไม่ติดตั้ง )


  เรือรบหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ( Knox)

461 Phuttha Yotfa Chulaok 1974
462 Phittha Loetia Naphalai 1970
เรือรบหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
เป็นเรือฟริเกตชั้นพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ของกองทัพเรือไทย แต่เดิมคือ USS Truett(FF-1095)

ซึ่งเป็นเรือรบชั้น Knox ของกองทัพเรือสหรัฐ และกองทัพเรือไทยได้ซื้อต่อ

จากกองทัพเรือสหรัฐเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2537 และได้รับมอบเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2542

  ข้อมูลทั่วไป


ความกว้าง : 14.2 เมตร
ความยาว : 133.5 เมตร
ระวางขับน้ำสูงสุด : 4,260 ตัน
ความเร็วสูงสุด : 28 นอต
ระยะปฎิบัติการ : ที่ความเร็วสูงสุด 3,304 ไมล์
ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 5,550 ไมล์
ระบบอาวุธ : ปืน 5"/54 1 กระบอก
ปืน .50 4 กระบอก
ระบบป้องกันตัวระยะประชิด (CIWS) 1 ระบบ
ระบบ ASROC ใช้ยิงอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น สู่ พื้น RGM-84 Harpoon 4 ท่อยิง
ระบบ ASROC ใช้ยิงจรวดปราบเรือดำน้ำ 4 ท่อยิง
แท่นยิง Torpedo MK.32 ใช้ยิง Torpedo MK.44 และ Torpedo MK.46


  เรือปัตตานี

512 Naratiwat 2006
511 Pattani 2006

เรือปัตตานีเป็นเรือ OPV หรือเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งครับ โดยในชั้นนี้มีสองลำคือเรือหลวงปัตตานีและเรือหลวงนราธิวาส

 เรือติดตั้งปืนเรือ 76/62 Super Rapid (อัตราการยิง 120 นัดต่อนาที) เรือลำนี้สั่งต่อจากจีนโดยเราเป็นผู้ออกแบบเอง

ใช้ระบบทั้งหมดจากยุโรปครับ (จีนต่อแค่ตัวเรือเท่านั้น)

แต่ก่อนนั้น เรือหลวงนเรศวรมีโครงการติดตั้งระบบท่อยิงทางดิ่ง (Vertical Launching System: VLS)

ซึ่งใช้จรวด Sea Sparrow ในบริเวณที่ว่างด้านหลังปืนเรือครับ แต่การติดตั้งก็ไม่ได้ดำเนินการ

 ซึ่งมาจากหลายปัจจัยทั้งจากตัวเรือเองและจากเงินงบประมาณ ทำให้เรือลำนี้ขาดระบบอาวุธพื้นสู่อากาศมาโดยตลอด

แต่การมี Mistral นั้นก็คงทำหน้าที่ได้ไม่เท่ากับ Sea Sparrow

 เพราะ Mistral มันทำได้แค่ป้องกันเรือที่มันอยู่เท่านั้น มิได้เผื่อแผ่ไปถึงเรือข้างเคียงอย่าง Sea Sparrow



แต่การมีก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย อย่างน้อยที่สุด เราก็มีด่านสุดท้ายที่ไว้ใจได้ก่อนที่จรวดจะกระทบเรือเรา

แต่สำหรับเรือปัตตานีถือเป็นอีกเรื่องครับ การติดตั้ง Mistral ในครั้งนี้ทำให้น่าจะเห็นความตั้งใจของทร.ได้ว่าน่าจะใช้เรือลำนี้เสมือนหนึ่งเรือฟริเกตเบาดี ๆ นี่เอง (ระวางขับน้ำ 1000 กว่าตัน) การติดตั้ง Mistral นี่จะช่วยเพิ่มการป้องกันตัวเรือได้เป็นอย่างดี บวกกับระบบอำนวยการรบของยุโรปแล้ว สุด ๆ ไปเลย

นอกจากนั้น เมื่อเรือปัตตานีได้รับการติดตั้ง Mistral แล้ว สิ่งที่น่าจะได้เห็นต่อไปก็คือการติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีให้กับตัวเรือ ซึ่งอาจจะเป็นของที่เราคุ้นเคยอย่าง Harpoon หรืออาจะเป็นระบบยุโรปอย่าง RBS-15 หรือ Exocet ก็ได้

และอาจจะได้เห้นเพิ่มขึ้นคือการต่อเรือ OPV มาใช้งานเพิ่มขึ้นแทนเรือรุ่นคุณปู่ที่จะต้องปลดประจำการในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งก็คงใช้แนวทางเดียวกันคือ ให้ OPV ทำหน้าที่เสมือนหนึ่งเรือฟริเกตนั้นเอง

สุดท้าย การติดตตั้ง Mistral ครั้งนี้ ถ้าเป็นความจริง ก็จะช่วยอุดรอยรั่วให้กับกองเรือไทยที่อ่อนด้อยด้านการป้องกันภัยทางอากาศเป็นอย่างดี....อย่างน้อยก็ส่วนหนึ่ง....เพื่อที่ว่าวันหนึ่งทร.สามารถจัดหาเรือฟริเกตป้องกันภัยทางอากาศมาได้จริง ก็จะทำให้กองเรือไทยพัฒนาไปได้ในทิศทางที่น่าสนใจ
บันทึกการเข้า

ใครรัก       ใครชัง      ช่างเถิด 
ใครเชิด     ใครชู       ช่างเขา
ใครเบื่อ     ใครบ่น     ทนเอา
ใจเรา        ร่มเย็น      เป็นพอ
26,08, 2009, 12:49:13
ABOUT ME??
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 13,576


แม่สั่งให้เรารู้คุณคน ลำบากลำบน อดทนไว้


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 26,08, 2009, 12:49:13 »

  เรือหลวงเจ้าพระยา


455 Chao Phraya 1991
456 Bangpa-Kong 1991
457 Kraburi* 1992
458 Saiburi* 1992

  ประวัติ :

เรือหลวงเจ้าพระยา เป็นเรือฟริเกตติดอาวุธนำวิถีลำแรกของเรือชุดเจ้าพระยาจำนวน 4 ลำ แห่งราชนาวีไทย

 ในยุคที่ไทยได้เปลี่ยนกองทัพเรือชายฝั่งไปสู่กองเรือนำลึก ( Deep Blue Sea )

เรือชั้นนี้ได้รับการต่อเรือชั้นนี้จากประเทศจีน โดยเป็นเรือชั้นเจียงหูรุ่นปรับปรุงของกองทัพเรือจีนรุ่นแรกที่มีดาดฟ้าปิด

 และติดอาวุธที่ได้รับเทคโนโลยีจากตะวันตกหลายด้านทั้งรูปแบบของเรือและอาวุธหลักคือ จรวด C-801

 ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากฝรั่งเศสจึงทำให้ความคล้ายกับจรวด Exocet อันโด่งดัง

จึงได้รับฉายาว่า "เอ็กโซเซ่จีน"
แม้ว่าจะเป็นเรือที่ต่อจากจีนแต่ก็ใช้เครื่องยนต์ MTU จากเยอรมัน

ทำให้มีความสามารถไม่แพ้เรือที่ต่อจากตะวันตกเลยทีเดียว

  ข้อมูลจำเพาะ :

ระวางขับน้ำเต็มที่ 1,924 ตัน ความยาว 103 เมตร ความกว้าง 11.33 เมตร

ความเร็วสูงสุด 30 น๊อต กำลังพล 211 คน จรวดนำวิถีพื้นสู่พื้น แบบ C-801 จำนวน 8 ท่อยิง ,

ปืนใหญ่อัตโนมัติขนาด 100 ม.ม. แท่นคู่ จำนวน 2 ป้อม รวม 4 กระบอก ,

ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานขนาด 37 ม.ม.แท่นคู่ จำนวน 4 แท่น รวม 8 กระบอก ,ท่อยิงจรวดปราบเรือแบบ RBU 1200 จำนวน 10 ท่อยิง


เรือหลวงบางปะกง (ลำที่ 2)

เป็นเรือฟริเกตติดอาวุธนำวิถีลำที่ 2 ของเรือชุด เจ้าพระยาจำนวน 4 ลำ แห่งราชนาวีไทย

 ในยุคที่ไทยได้เปลี่ยนกองทัพเรือ ชายฝั่งไปสู่กองเรือนำลึก ( Deep Blue Sea )

 เรือชั้นนี้ได้รับการต่อเรือชั้นนี้ จากประเทศจีน โดยเป็นเรือชั้นเจียงหูรุ่นปรับปรุงของกองทัพเรือจีนรุ่นแรก ที่มีดาดฟ้าปิด

และติดอาวุธที่ได้รับเทคโนโลยีจากตะวันตกหลาย ด้านทั้งรูปแบบของเรือและอาวุธหลักคือ จรวด C-801

ซึ่งได้รับการถ่ายทอด เทคโนโลยีจากฝรั่งเศสจึงทำให้ความคล้ายกับจรวด Exocet อันโด่งดัง จึงได้รับฉายาว่า "เอ็กโซเซ่จีน"

แม้ว่าจะเป็นเรือที่ต่อจากจีนแต่ก็ใช้ เครื่องยนต์ MTUจากเยอรมันทำให้มีความสามารถไม่แพ้เรือที่ต่อจากตะวันตก เลยทีเดียว

เรือหลวงกระบุรีมีนามเรียกขานสากล HSMC และมีหมายเลขเรือ 457 เป็นเรือรบประเภทเรือฟริเกต ติดอาวุธปล่อยนำวิถีชุด

เรือหลวงเจ้าพระยา สังกัดหมวดเรือที่ 2 กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ

ซึ่งทาง กองทัพเรือได้สั่งต่อจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

นับเป็นเรือฟริเกตลำแรกของกองทัพเรือที่สามารถนำ เฮลิคอปเตอร์ ไปกับเรือได้

ภายในเรือติดตั้งระบบอาวุธที่ทันสมัยตลอดจนยุทโธปกรณ์และสิ่งอำนวย ความสะดวกมากมาย

อีกทั้งเสริมด้วยการปฏิบัติการร่วมของอากาศยานซึ่งสามารถนำไปกับเรือได้

อันจะเป็นการ เพิ่มพูนความสามารถในการรบทั้ง 3 มิติให้มากยิ่งขึ้น

จึงนับได้ว่าเรือลำนี้เป็นกำลังรบอันสำคัญของ กองทัพเรือที่จะช่วยปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติทางทะเลและสกัดกั้นผู้บุกรุกทางทะเล

 ด้วยเหตุ นี้กำลังพลของเรือหลวงกระบุรีจึงมีความภาคภูมิใจ

ในประสิทธิภาพของเรือลำนี้และพร้อมที่จะปฏิบัติ หน้าที่อย่างเต็มความสามรถเพื่อปกป้องเอกราชอธิปไตยของประเทศ

อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราดังคำขวัญ ที่พวกเราชาวเรือหลวงกระบุรียึดถือไว้ในใจว่า " เราจะทำเพื่อส่วนรวม "

ความหมายของชื่อเรือ ชื่อ" กระบุรี"เป็นชื่อของแม่น้ำ กระบุรีหรือแม่น้ำปากจั่น

ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของประเทศมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาตะนาวศรีกั้น พรมแดนระหว่างไทยกับพม่ามีความยาว๑๓๙กม.

ไหลลงทะเลอันดามันบริเวณอำเภอเมืองจังหวัดระนอง


 ซึ่งแม่น้ำสายนี้ก่อให้ประวัติศาสตร์ทั้งในอดีตจวบจนปัจจุบันและทางกองทัพเรือจึงได้ขอพระราชทาน

 ชื่อแม่น้ำกระบุรีมาเป็นชื่อของ"เรือหลวงกระบุรี" ดังกล่าว เรือหลวงสายบุรี

มีนามเรียกขานสากล HSMD และมีหมายเลขเรือ 458 สังกัดหมวดเรือที่ 2 กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ

 เป็นเรือฟริเกตติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น-สู่-พื้น ซึ่งสามารถปฏิบัติการร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ได้

โดยมีดาดฟ้าเฮลิคอปเตอร์อยู่บริเวณท้ายเรือ มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการทั้ง 3 มิติ สามารถปฏิบัติการเพื่อป้องกันประเทศได้ดังนี้


1.ป้องกันน่านน้ำอาณาเขตให้ปลอดภัยจากการรุกรานของข้าศึก ทางทะเล
2. ปฏิบัติการร่วมกับเรือยนต์เร็วโจมตี
3. ต่อตีเรือผิวน้ำ
4. ต่อสู้อากาศยาน
5. ทำการระดมยิงฝั่ง
6. ทำหน้าที่เป็นเรือคุ้มกันให้กับกองเรือ
7. ปฏิบัติการปราบเรือดำน้ำโดยอิสระ หรือร่วมกับกองเรือ หรือเครื่องบินปราบเรือดำน้ำ





เรือหลวงสายบุรี

เป็นเรือรบสมัยใหม่ ที่ได้รับการต่อด้วยกรรมวิธีอันทันสมัย มีระวางขับน้ำเต็มที่ 1924 ตัน

 กว้าง 10.8 เมตร ยาว 103.2 เมตร กินน้ำลึก 3.38 เมตร ตัวเรือประกอบด้วยดาดฟ้าชั้นต่าง ๆ

 ตั้งแต่ท้องเรือจนถึงดาดฟ้าทัศนะสูงสุดรวม 7 ชั้น มีห้องต่าง ๆ มากกว่า 100 ห้อง

ที่พักอาศัยของคนประจำเรือ ประกอบด้วย ห้องนอน ซึ่งมีเครื่องใช้ที่สะดวกสบาย

 ห้องอาหาร ห้องพักผ่อน และห้องครัวขนาดใหญ่ พร้อมด้วยอุปกรณ์ปรุงอาหารที่ทันสมัย

 เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า สำหรับอำนวยความสะดวกให้กับทหารประจำเรือ

ห้องเย็นสำหรับเก็บอาหารได้นานวัน มีระบบปรับอากาศ เพื่อรักษาอุณหภูมิของอุปกรณ์เครื่องอิเล็กทรอนิกส์

และอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ทหารประจำเรือตามห้องต่าง ๆ อีกด้วย

อุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งเครื่องจักร เครื่องไฟฟ้า และอาวุธเป็นระบบควบคุมโดยอัตโนมัติ

บริษัทหูตง ชิพบิลดิ้ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นผู้สร้าง

ปล่อยลงน้ำเมื่อ 27 สิงหาคม 2534 และเดินทางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนถึงประเทศไทยวันที่ 2 กันยายน 2534

หลังจากนั้นขึ้นระวางประจำการ ใน 4 สิงหาคม 2535 ปัจจุบันสังกัด กองเรือฟริเกตที่ 2



  เรือหลวงรัตนโกสินทร์

Rattanakosin
441 Rattanakosin 1986
442 Sukhothai 1987

เรือหลวงรัตนโกสินทร์
ร.ล.รัตนโกสินทร์ เป็นเรือหลวงประเภทเรือคอร์เวต เป็นเรือปืนเบา เป็นเรือฝึกหัดนักเรียนนายเรือ

พ.ศ.2468 เป็นวันทำพิธีปล่อยเรือหลวงรัตนโกสินทร์ ลำที่ 1 ลงน้ำ

ต่อที่อู่บริษัท อาร์มสตรองวิทเวิร์ธ ประเทศอังกฤษ โดยมีพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเจิม

พ.ศ.2528 เป็นวันกระทำพิธีปล่อยเรือหลวงรัตนโกสินทร์ ลำที่ 2 ลงน้ำ ณ อู่บริษัท ทาโคม่า โบ็ต บิลดิ้ง จำกัด ประเทศสหรัฐอเมริกา

เป็นเรือประเภท เรือคอร์เวต

วางกระดูกงู ๖ ก.พ.๒๕๒๗ ต่อที่สหรัฐอเมริกา
ขึ้นระวางประจำการ ๒๖ ก.ย.๒๕๒๙
ระวางขับน้ำ เต็มที่ ๙๖๐ ตัน
กินน้ำลึก ๔.๕ เมตร
ความเร็ว สูงสุด ๒๔ นอต มัธยัสถ์ ๑๘ นอต
รัศมีทำการ ๓,๕๖๘ไมล์ ที่ความเร็วมัธยัสถ์
ระบบอาวุธ ปืน 76/62 มม. ๑ กระบอก
ปืน 40L70 มม. แท่นคู่ ๑ กระบอก
ปืน 20 มม. ๒ กระบอก
ระบบอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น-สู่-พื้น แบบ ฮาร์พูน ๒ แท่น (๘ ท่อยิง)
ระบบอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น-สู่-อากาศ แบบ อัลบราทรอส ๑ แท่น (๘ ท่อยิง)
ท่อตอร์ปิโด ๒ แท่น(๖ ท่อยิง)


ชั้นเรือหลวงสุโขทัยนั้นเป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูงที่กองทัพเรือสั่งต่อจากสหรัฐฯมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๗


(ขึ้นระวางประจำการ ๒๕๓๐) อาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยาน Aspide ในแท่นยิงแบบ Albatros 8ท่อยิง

สำหรับขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานที่ติดตั้งบนเรือรบนั้น

ถ้าจะหาระบบที่พอจะทำการปรับปรุงเรือที่มีอยู่โดยไม่สิ้นเปลืองงบประมาณมากนัก

 ส่วนตัวคิดการปรับปรุงชั้น ร.ล.สุโขทัย โดยเปลี่ยนตัวขีปนาวุธจาก Aspide มาเป็น Aspide 2000 น่าจะจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

เพราะท่อยิง Albatross น่าจะรองรับได้ทันทีและการปรับปรุง Software ระบบควบคุมการยิง WM25 น่าจะจะทำได้สะดวก

 ระยะยิงก็เพิ่มขึ้นมาพอสมควรด้วย(จากประมาณ8-12กิโลเมตรเป็น 15-25กิโลเมตร)

ที่จำได้กองทัพบกเองก็มีระบบ Sparda ซึ่งใช้จรวด Aspide แบบฐานยิงบนบก



  เรือรบหลวงเสือคำรณสินธุ์


531 Khamronsin 1992
532 Thayanchon 1992
533 Longlom 1992

18 มิถุนายน พ.ศ. 2455 เรือรบหลวงเสือคำรณสินธุ์ (H.T.M.S. Sua Khamronsin)

ขึ้นระวางประจำการในกองทัพเรือในสมัย รัชกาลที่ 6 เป็นเรือรบระดับเรือพิฆาต

ที่ต่อจากอู่กาวาซากิ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น และเป็นเรือลำแรก

ที่ทหารเรือไทยขับเรือแล่นมาจากญี่ปุ่น ร.ล. เสือคำรณสินธุ์มีระวางขับน้ำ 375 ตัน

ยาว 75.66 เมตร กว้าง 7.15 เมตร กินน้ำลึก 2 เมตร ติดตั้งอาวุธปืนกล 57 มม. 5กระบอก

ปืนกล 36 มม. 1 กระบอก และท่อยิงตอร์ปิโด 45 มม. 2 ท่อยิง

ใช้เครื่องยนต์กังหันไอน้ำ (เคอร์ติส) จำนวน 2 เครื่อง มีกำลัง 6,000 แรงม้า มีกำลังพลประจำเรือ 73 นาย




  เรือหลวงหัวหิน Khamronsin

541 Huahin 2000
542 Klaeng 2000
543 Si Racha 2001


ได้รับพระราชทานชื่อจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อ ๒๗ ต.ค.๔๐ ได้แก่

 เรือหลวงหัวหิน (H.T.M.S.HUA HIN) เรือหลวงแกลง (H.T.M.S.KLAENG)

และเรือหลวงศรีราชา (H.T.M.S.SI RACHA)
สำหรับปฏิบัติราชการ ทร.

ในภารกิจลาดตระเวน รักษาฝั่ง ตรวจการณ์ทางทะเลบริเวณห่างฝั่ง

เพื่อป้องกันการแทรกซึมทางทะเล คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ ผลประโยชน์ของชาติ

และเรือประมงในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ขจัดคราบน้ำมันในทะเล

 และรักษากฎหมายในทะเล ตามที่ ทร.มีส่วนรับผิดชอบ ปริมาณงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ซึ่งการนำเรือรบประเภทอื่นมาใช้ปฏิบัติภารกิจดังกล่าว นอกจากจะมีขีดความสามารถจำกัดซึ่งอาจไม่คุ้มค่าต่อการปฏิบัติภารกิจนั้น ๆ


  คุณลักษณะ

คุณลักษณะที่สำคัญของเรือหลวง ชุด ร.ล.หัวหิน เป็นเรือตรวจการณ์ปืน (เรือ ตกป.)

ที่มีความคงทนทะเลสามารถปฏิบัติภารกิจได้จนถึง SEA STATE 4 มีระวางขับน้ำเต็มที่ ๕๙๐ ตัน

ความยาวตลอดลำ ๖๒ เมตร ความกว้าง ๘.๙ เมตร กินน้ำลึกเต็มที่ ๒.๒ เมตร

 ความเร็วสูงสุด ๒๕ นอต ระบบอาวุธประจำเรือปืน ๗๐/๖๒ มม. ๑ กระบอก ปืน ๔๐/๗๐ มม. ๑ กระบอก

ปืนกล .๕๐ นิ้ว ๒ กระบอก โดยมีกำลังพลประจำเรือจำนวน ๔๕ นาย


นับจากนี้ เรือหลวงทั้ง ๓ ลำ จะเป็นเขี้ยวเล็บใหม่ที่สำคัญของ ทร.ในการรบ

และป้องกันประเทศ รักษา เอกราช อธิปไตยแห่งน่านน้ำไทย

ให้พ้นจากการรุกรานทุกรูปแบบ และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติได้เป็นอย่างดีสืบไป


Ratcharit


เรือประจำการโจมตี321 - 323.
เข้าประจำการเมื่อปี1979 1980
ระวางขับน้ำ
235 ตัน (ปกติ) 270 ตัน (เต็มที่)
ขนาด เป็นฟุต (เมตร)
163.4 x 24.6 x 7.5 (49.8 x 7.5 x 2.3)

เครื่องยนต์

3 - MTU MD 20V 538 TB91 ดีเซล; 11,520 hp(m)(8.47 MW)
3 เพลาใบจักร
ความเร็ว (นอต) 37
ระยะปฏิบัติการ (ไมล์ทะเล)
2,000 ที่ความเร็ว 15 นอต
พลประจำเรือ
45 (นายทหาร 7)

อาวุธปืน

1 - OTO Melara 3 in (76 มม) /62 Mod 7; มุมกระดก 85 องศา อัตรายิง 85 นัด ต่อนาที

 ระยะยิงเป้าพื้นน้ำ 16 กม. (8.7 NM) ระยะยิงเป้าอากาศยาน 12 กม. (6.6 NM) น้ำหนักหัว กระสุน 6 กก.

1 - Bofors 40 mm/70 (แท่นคู่) มุมกระดก 85 องศา อัตรายิง 300 นัดต่อนาที

ระยะยิง 12.5 กม. (6.8 NM) น้ำหนักหัวกระสุน 0.96 กก.

ESM Racal RDL-2; intercept

อาวุธปล่อยนำวิถี
พื้น-สู่-พื้น - 4 x MM 38 Exocet , inertial cruise;

active radar homing ระยะ 42 กม. (23 NM) ความเร็ว 0.9 มัค น้ำหนักหัวรบ 165 กก.; sea skimmer

เรดาร์

เรดาร์พื้นน้ำ decca; I-band
เรดาร์ควบคุมการยิง Signaal WM25; I/J-band; ระยะตรวจจับ 46 กม.

Prabparapak

เรือประจำการโจมตี311 - 313.
เข้าประจำการเมื่อปี1976 1977

ระวางขับน้ำ
224 ตัน (ปกติ) 268 ตัน (เต็มที่)
ขนาด เป็นฟุต (เมตร)
149 x 24.3 x 7.5 (45.4 x 7.4 x 2.3)
เครื่องยนต์
4 - MTU 16V 538 TB92 ดีเซล; 13,640 hp(m)(10 MW)
4 เพลาใบจักร
ความเร็ว (นอต) 40
ระยะปฏิบัติการ (ไมล์ทะเล)
2,000 ที่ความเร็ว 15 นอต, 750 ที่ความเร็ว 37 นอต
พลประจำเรือ
41 (นายทหาร 5)


อาวุธปืน

1 - Bofors 57mm/70; มุมกระดก 75 องศา

อัตรายิง 200 นัดต่อนาที ระยะยิง 17 กม. (9.3 NM) น้ำหนักหัวกระสุน 2.4 กก.
8 - จรวดส่องสว่างข้างป้อมปืน 57 มม.
1 - Bofors 40 mm/70 (แท่นคู่) มุมกระดก 90 องศา

 อัตรายิง 300 นัดต่อนาที ระยะยิง 12 กม. (6.6 NM) น้ำหนักหัวกระสุน 2.4 กก.
ESM Racal RDL-2; intercept

อาวุธปล่อยนำวิถี

พื้น-สู่-พื้น - 5 x GABRIEL (1 x แท่นยิงแฝดสาม และ 2 x แท่นยิงเดี่ยว),

radar หรือ optical guidance; semi-active radar homing ระยะ 20 กม. (10.8 NM) ความเร็ว 0.7 มัค น้ำหนักหัวรบ 75 กก.

เรดาร์

เรดาร์พื้นน้ำ Kelvin Hughes Type 17 ; I-band
เรดาร์ควบคุมการยิง Signaal WM28/5; I/J-band


Chon Buri

เรือประจำการโจมตี: 331 - 333.
เข้าประจำการเมื่อปี1983 - 1984.

ระวางขับน้ำ
450 ตัน (เต็มที่)
ขนาด เป็นฟุต (เมตร)
198 x 29 x 15 (60.4 x 8.8 x 4.5)
เครื่องยนต์
3 - MTU 20V 538 TB92; 12,795 hp(m)(9.4 MW)
3 เพลาใบจักร
ความเร็ว (นอต) 30
ระยะปฏิบัติการ (ไมล์ทะเล)
2,500 ที่ความเร็ว 18 นอต, 900 ที่ความเร็ว 30 นอต
พลประจำเรือ
41 (นายทหาร 6)


อาวุธปืน
2 - OTO Melara 3 in (76 มม) /62 Mod 7; มุมกระดก 85 องศา

อัตรายิง 85 นัด ต่อนาที ระยะยิงเป้าพื้นน้ำ 16 กม. (8.7 NM)

ระยะยิงเป้าอากาศยาน 12 กม. (6.6 NM) น้ำหนักหัว กระสุน 6 กก.

1 - Breda 40 mm/70 (แท่นคู่) มุมกระดก 85 องศา อัตรายิง 300 นัดต่อนาที

 ระยะยิง 12.5 กม. (6.8 NM) น้ำหนักหัวกระสุน 0.96 กก.

อุปกรณ์ต่อต้าน

decoy; 4 Hycor Mk 135 chaff launchers
ESM Elettronica Newton; intercept
ระบบควบคุมการยิง
Signaal Lirod 8 optronic director

เรดาร์

เรดาร์พื้นน้ำ Signaal ZW08; I-band
เรดาร์ควบคุมการยิง Signaal WM22/61; I/J-band; ระยะตรวจจับ 46 กม.





(ข้อมูลและรูปเพิ่มเติม เดี๋ยวจะพยายามไปหักคอ หามาให้ค่ะ)  ยิ้มยิงฟัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26,08, 2009, 12:57:18 โดย ABOUT ME?? » บันทึกการเข้า

ใครรัก       ใครชัง      ช่างเถิด 
ใครเชิด     ใครชู       ช่างเขา
ใครเบื่อ     ใครบ่น     ทนเอา
ใจเรา        ร่มเย็น      เป็นพอ
26,08, 2009, 12:55:42
SABPHANG
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,058



« ตอบ #12 เมื่อ: 26,08, 2009, 12:55:42 »

 ตาแป๋ว ตาแป๋ว ตาแป๋ว ตาแป๋ว
บันทึกการเข้า
26,08, 2009, 13:12:02
สิงห์เหน่งตะวันตก™
VIP
Gun In Thai Mania
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 16,980


มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้าวันหลัง


« ตอบ #13 เมื่อ: 26,08, 2009, 13:12:02 »

กองทัพเรือไทย  ก็เจ๋ง เหมือนกันนิ.... รอดูเครื่องบินอีกหน่อย ...ขอมากไปป่าวน๊ะ  ยิ้มยิงฟัน ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

26,08, 2009, 13:45:55
ABOUT ME??
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 13,576


แม่สั่งให้เรารู้คุณคน ลำบากลำบน อดทนไว้


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 26,08, 2009, 13:45:55 »

ลำนี้เป็นอากาศยานประจำการ ลำล่าสุดของไทยค่ะ




  เครื่องบินขับไล่ JAS-39 Gripen

 ยาส 39 กริพเพน (สวีเดน: JAS 39 Gripen) เป็นเครื่องบินรบหลากหลาย

ภารกิจของประเทศสวีเดน ผลิตโดยบริษัทซ้าบ เข้าประจำการในสวีเดน ฮังการีและเช็ก

กำลังทยอยส่งมอบให้กับแอฟริกาใต้ และมีการใช้งานใน Empire Test Pilots’ School

วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2550 กองทัพอากาศไทยแถลงผลการดำเนินโครงการ

จัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ ทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบที่ 18 ก/ข

(เอฟ-5 B/E) ระยะที่ 1 จำนวน 6 เครื่อง ได้ตัดสินใจซื้อเครื่อง ยาส 39 กริพเพน

ในวงเงินกว่า 19,000 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2551-2555

โดยเครื่องบินฝูงใหม่จะประจำการที่กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  ประวัติ


         ในปี พ.ศ. 2525 รัฐสภาสวีเดนได้อนุมัติโครงการพัฒนาเครื่องบินรบรุ่นใหม่

ชื่อโครงการ JAS ย่อมาจาก Jakt Attack Spaning ในภาษาสวีเดนหมายถึง ต่อสู้ทางอากาศ

โจมตีภาคพื้นดิน การลาดตระเวน เครื่องบินนี้จะเข้าประจำการในกองทัพอากาศสวีเดนเป็นลำดับที่ 39

 และถูกตั้งชื่อว่า "กริพเพน" ซึ่งเป็นคำสะกดของกริฟฟินในภาษาสวีเดน

โดยมีกลุ่มบริษัทเข้าร่วมคือซ้าบ FFV Aerotech (ปัจจุบันคือ Aerotech Telub) วอลโว่ อิริคสัน

ภายใต้การควบคุมของ FMV โดยเครื่องลำแรกบินขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2531


         ยาส 39 เป็นเครื่องบินที่มีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการต่ำ คือเป็นครึ่งหนึ่งของ F-16

สามารถติดอาวุธได้หลากหลายค่ายทั้งของสหรัฐ ยุโรป หรืออิสราเอล ใช้ทางวิ่งขึ้นสั้น (800 เมตร)

 และสามารถบินขึ้นและลงจอดบนท้องถนนหลวงได้ ความเร็วสูงสุด 1.4 มัคที่ระดับน่ำทะเล และ 2 มัคที่ความสูงที่สูงกว่า



  ระบบเรด้าร์และเครื่องยนต์

         ยาส 39 ใช้เรด้าร์พิสัยไกลของ Ericsson รุ่น PS-05/A ซึ่งมีความสามารถใน

การตรวจจับเป้าหมายได้ทั้งอากาศและพื้น ใช้เครื่องยนต์ Volvo RM12 ซึ่งปรับปรุงมา

จากเครื่องยนต์ General Electric F-404-400 ที่ติดตั้งใน F/A-18 ของสหรัฐ

  ระบบ Data Link

         สวีเดนพัฒนาเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อเครื่องบินในฝูงเป็นเครือข่าย

โดยติดตั้งระบบ Data link หรือระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องบินกับเครื่องบิน

และเครื่องบินกับพื้นดิน ซึ่งถือเป็นเครื่องบินแบบแรกที่มีระบบนี้

โดยก่อนบินนักบินสามารถใส่โปรแกรมการบิน ซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนกับทั้งเครื่องบินด้วยกันเองและภาคพื้น

ในระหว่างปฏิบัติภารกิจเป็นหมู่ ยาส 39 สามารถเปิดเรด้าห์เพียงเครื่องเดียวเพื่อลดการตรวจจับ

แต่สามารถส่งข้อมูลของเป้าหมายให้เครื่องบินอื่น ๆ ในหมู่บินได้ ดังนั้นเครื่องบินที่ไม่ได้เปิดเรด้าห์

จึงสามารถเข้าโจมตีได้โดยที่ถูกตรวจจับได้ยากและข้าศึกไม่รู้ตัว

ซึ่งระบบนี้สวีเดนเป็นชาติแรกที่พัฒนาซึ่งคล้ายกับระบบที่ติดตั้งในเครื่องบิน F-22 ของสหรัฐ



  รุ่นต่าง ๆ ของยาส 39

  JAS 39A Gripen A และ JAS 39B Gripen B


เป็นกริพเพนรุ่นตามแผนงานชุดแรก  และสอง โดยกริพเพน เอ คือรุ่นที่นั่งเดียว

ส่วนกริพเพน บี คือรุ่นสองที่นั่ง  ซึ่งทั้งสองรุ่นผลิตตามมาตราฐานทางทหารของสวีเดน


  JAS 39C Gripen C และ JAS 39D Gripen D


เป็นแบบที่ได้รับการปรับปรุง  ประสิทธิภาพตามแผนงานชุดที่สาม

โดยกริพเพน ซี คือรุ่นที่นั่งเดียว ส่วนกริพเพน ดี คือรุ่นสองที่นั่ง การปรับปรุงครั้งนี้คือ

 เพิ่มระบบการเติมเชื้อเพลิง  กลางอากาศ การเข้ากันได้กับมาตราฐานนาโต้

จอแสดงผลในห้องนักบิน ที่แสดงผลได้ชัดเจนในเวลากลางคืน


  Gripen DK และ Gripen N

สำหรับเดนมาร์กและนอร์เวย์ตามลำดับ ซึ่งปรังปรุงตาม ความต้องการของชาติทั้งสอง

ที่ต้องการมีพิสัยทำการยาวและบรรทุกน้ำหนักได้มาก ยังคงอยู่ในระหว่างการออกแบบและพัฒนา

Gripen NG เป็นรุ่นที่อยู่ในระหว่างการทดลองที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกริพเพนรุ่น ซี และ ดี

โดยเพิ่มพิสัยบิน เปลี่ยนระบบเรด้าร์ให้ทันสมัยขึ้น เปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์รุ่น F414

และเพิ่มน้ำหนักบรรทุกเป็นต้น เครื่องต้นแบบ จะขึ้นบินในปีพ.ศ. 2551

รายละเอียด ตัวเครื่อง
  ความยาว : 14.1 เมตรในรุ่นที่นั่งเดียว และ 14.8 เมตรในรุ่นสองที่นั่ง
  ความกว้าง : 8.4 เมตร
  ความสูง : 4.5 เมตร
  น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด : 14 ตัน
  ความเร็วสูงสุด : 2 มัค
  เครื่องยนต์ : RM12 ของวอลโว่ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากเครื่องยนต์ F-404 ของ เจเนอรัล อิเล็กทริค
  ระบบเรดาร์ : PS-05/A ของอิริคสัน

  ระบบอาวุธ  
ปืนใหญ่อากาศ : Mauser BK-27 ขนาด 27 มม.
  กระเปาะชี้เป้า : Litening G111 จากอิสราเอล
  กระเปาะลาดตระเวน : SPK 39, MRPS จากยุโรป
  ขีปนาวุธ :อากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ - AIM-9 Sidewinder, AIM-132
             ASRAAM, IRIS-T, Python 4, A-Darter
             อากาศสู่อากาศพิสัยกลาง - AIM-120 AMRAAM, Meteor, Darby,
             R-Darter
             อากาศสู่พื้น - CRV-7, AGM-65, Taurus KEPD 350, RBS-15
  ระเบิด : Mark-82, Mark-83, Mark-84
  ระเบิดนำวิถี : GBU-10, GBU-12, GBU-16







เครดิตของรูป จากงานแอร์โชว์ค่ะ


ขอบคุณทั้งข้อมูลเรือ และเครื่องบินรบ จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


บันทึกการเข้า

ใครรัก       ใครชัง      ช่างเถิด 
ใครเชิด     ใครชู       ช่างเขา
ใครเบื่อ     ใครบ่น     ทนเอา
ใจเรา        ร่มเย็น      เป็นพอ
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: