GUN IN THAILAND
31,10, 2014, 23:13:55 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google

หน้านี้ ยุติการ Post แล้วครับ !!
 เวปบอร์ด gun.in.th ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่


   http://2013.gun.in.th
หน้า: [1] 2 3 ... 8   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วงจรอุบาทว์ ของ ปืนลูกซอง  (อ่าน 117524 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
20,09, 2007, 18:30:25
Fabbri
ผู้ดูแล
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,866


ขอมอบ ดอกไม้ ในสวน ให้คุณ


« เมื่อ: 20,09, 2007, 18:30:25 »

             
                                            ท่านเป็นอีก ผู้หนึ่งที่ถูกหลอกให้เข้ามาอ่านเรื่องไร้สาระ ของ FABBRI

 อ้าวเร่เข้ามา พี่ๆ น้องๆ หลานๆ  สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้ามา มีหมวกใส่หมวก มีแว่นใส่แว่น    ยินดีต้อนรับ สู่วงจรอุบาทว์ ของปืน

ลูกซอง ที่จะทำให้ท่านต้องล้วงมือที่กำเงินออกจากกระเป๋ามาจ่ายเพื่อ สนองตัณหา มากบ้างน้อยบ้าง ตามความเรียกร้องจากใจ ที่โหยหา


   

61     

62    

63      

64   

65  
          


   



297




298






                        

                                         คำศัพท์

Action     เครื่องกลไก, เครื่องกลไกชุดนี้ประกอบติดตั้งอยู่ท้ายลำกล้องปืน มีหน้าที่ประจุกกระสุนเข้ารังเพลิง อัดกระสุนให้แน่นสนิทกับรังเพลิง และป้องกันมิให้ปลอกกระสุนถอยหลังในขณะดินปืนแปรสภาพเป็นแก๊สขับดันกระสุน กอปรด้วยลูกเลื่อนและชุดกลไกในการลั่นไกยิงทั้งหมด Short Action เครื่องกลไกปืนช่วงสั้น เช่น แบบของ “เมาเซอร์ ชอร์ท แอคชั่น” เครื่องกลไกแบบนี้มักนิยมใช้ในการสร้างปืนแบบลูกเลื่อน ซึ่งใช้กระสุนช่วงยาวเพื่อปรารถนาจะให้ช่วงของการชักลูกเลื่อนสั้นลงความยาวของช่องสลัดปลอก ซึ่งเจาะไว้ในปืนสั้นกว่าความยาวของช่วงตัวกระสุน แต่ยังยาวกว่าปลอกกระสุนของกระสุนนั้นๆ
  รวมถึงชุดปิดท้ายรังเพลิงของปืน ระบบกลไก แบบต่างๆ เช่น คานเหวี่ยง  โยนลำ(ป้ำ ) ทั้งเดี่ยว และ แฝดลูกซอง เป็นต้น Fabbri

Auto-Loader   ปืนประจุเอง, ซึ่งจัดอยู่ในจำพวกปืนกึ่งอัตโนมัติ สามารถป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงเองแต่ไม่สามารถยิงได้ในตัวเหมือนปืนกล การยิงทุกครั้งผู้ยิงต้องเหนี่ยวไกทุกนัดไป เป็นคำใช้เรียกของปืน ซึ่งนิยมกันแพร่หลายมากกว่า คำว่า “Semi-Automatic” มีความหมายเป็นอย่างเดียวกันกับ “Self-Loading” ซึ่งใช้แทนกันและกันได้

Automatic   อัตโนมัติ เป็นคำคุณศัพท์ ขยายมุ่งแสดงแบบของปืน ปืนอัตโนมัติในด้านอาวุธศึกษาหมายถึงปืนกล เพราะหลักการของปืนประเภทนี้ เพียงแต่เหนี่ยวไกอุบนิ่งเฉยไว้ปืนก็สามารถสลัดปลอกป้อนกระสุน ปิดรังเพลิง และยิงได้เองในตัวต่อเนื่องกันไปจนกระสุนหมดแม็กกาซีน แต่โดยทั่วไปมักจะใช้คำนี้อย่างแพร่หลายจนเคยชิน โดยหมายถึงปืนแบบประจุเอง หรือปืนแบบกึ่งอัตโนมัติ

Ballistics   ขีปนวิทยา เป็นวิทยาการเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกระสุนปืน เป็นวิชาการอย่างกว้างขวางแผ่คลุมไปถึงหลักการสร้างอาวุธปืน และผลิตกระสุนอันเป็นสมุฏฐานในการก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวแหวกพุ่งของกระสุน พร้อมทั้งผลซึ่งกระสุนยังให้เกิดขึ้นแก่เป้าหมาย

Ballistic Properties    พฤติขีปนะ (the functioning peoperties of the ammunition or those properties other than dimensions and appearance) หมายถึงพฤติการณ์ต่าง ๆ แสดงถึงการเคลื่อนไหวและผลงานซึ่งกระสุนจะประสิทธิ์ให้ อันเป็นวิสัยของกระสุน ซึ่งนอกเหนือไปจากลักษณะ รูปร่าง และขนาด

Barrel   ลำกล้องปืน Tapered barrel ลำกล้องปืนแบบโคนใหญ่และค่อยๆ เรียวเล็กลงทางปลาย แบบโคนใหญ่ปลายเล็ก

Base Ward   หมอนรองดิน ส่วนมากประกอบติดตายตัวมากับปลอกกระสุนของกระสุนลูกซอง เพื่อให้ดินทั้งหมดอยู่ตรงหน้าประตูของห้องแก๊ป คอยรอการจุดจากประการแก๊สร้อนของแก็ป ซึ่งจะวิ่งพุ่งผ่านรูหรือประตูออกมา

Battery Cup   ถ้วยแก๊ปหรืออีกนัยหนึ่งฝาครอบแก๊ปนั่นเอง ติดตั้งประกอบปิดเป็นฝาของห้องแก๊ป อยู่ตรงกึ่งกลางจานท้ายกระสุน โดยแท้จริงแก๊ปบรรจุอยู่ในถ้วยหรือติดอยู่กับฝาครอบแก๊ป

Beavertail   ในด้านวิชาเทคนิค หมายถึงรูปร่างและลักษณะอันใหญ่โตของกระโจมมือของปืนไรเฟิลหรือของปืนลูกซอง กระโจมมือแบบนี้ (บีเวอเทล) กว้างกว่ากระโจมมือขนาดมาตรฐาน ซึ่งนิยมเป็นหลักการสร้างของกระโจมมือทั่วไป มีความมุ่งหมายเพื่อให้จับได้เต็มมือมั่นเหมาะขึ้น กระโจมมือของปืนไรเฟิลยาวแบบยิงเป้าจัดอยู่ในจำพวกนี้

Belted Cartridge   ปลอกกระสุนซึ่งมีสันสูงตรงโคนปลอก เช่นกระสุนขนาด .375 H&H แม็กนั่ม สันนี้สร้างติดตายตัวกับปลอกกระสุน นับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของปลอกกระสุน ค่าใช้จ่ายในการสร้างปลอกแบบนี้สูง  สันนี้อยู่ถัดต่อจากร่องสำหรับฝังขอรั้ง (Cannelure) บ่าในรังเพลิงชนแน่นสนิทกับสันในการอัดกระสุนให้แน่นติดกับรังเพลิง

Big Game   กีฬาล่าสัตว์ใหญ่ คำนี้นิยมใช้ในประเทศอเมริกากันมาก แต่จะนำไปใช้ในประเทศอื่นดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องกัน แท้จริงในประเทศอเมริกามิได้มีสัตว์ป่าใหญ่ๆ เลย จึงนิยมกันเฉพาะในสหรัฐว่าสัตว์ซึ่งมีขนาดใหญ่ เช่น กวางดาว Deer  ละมั่ง Antelope และหมีดำ Black Bear  จัดว่าเป็นสัตว์ใหญ่ทั้งสิ้น แต่ในประเทศเราจัดเป็นสัตว์ขนาดกลาง สัตว์ใหญ่ของเราควรจะเป็นตั้งแต่ชั้นวัวแดงขึ้นไป

Bolt
  ลูกเลื่อน นอกจากจะป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงและดึงกระสุนออกแล้ว หน้าที่อันสำคัญของลูกเลื่อนอย่างแท้จริงก็เพื่อป้องกันการดันกลับของปลอกกระสุนในขณะดินปืนแปรสภาพเป็นแก๊ส

Bolt Release   หมุดคลายลูกเลื่อน โดยมากมักมีประกอบใช้กับปืนแบบโยนลำและแบบกึ่งอัตโนมัติ ต้องกดหรือผลักหมุดนี้เสียก่อน จึงสามารถกระชากลูกเลื่อนให้ถอยหลังเปิดสลัดกระสุนออกจากรังเพลิงได้โดยไม่ต้องยิงปืน

Bore   รูลำกล้อง ไม่จำกัดว่าจะมีเกลียว หรือเกลี้ยงปราศจากเกลียว เป็นทางเดินของหัวกระสุนและลูกปราย Smooth Bore ลำกล้องเกลี้ยงปราศจากเกลียวเช่น รูลำกล้องของปืนลูกซอง

Breech
  ท้ายลำกล้องของลำกล้องปืนทุกแบบ ต้องเป็นทางเข้าหรือประตูเข้าของกระสุนไปสู่รังเพลิง

Breech Bolt  หรือ  Breech Block    คำสองคำนี้ใช้แทนกันได้และบางครั้ง ในบางกรณีก็ใช้ลูกเลื่อน Bolt แทน คำทั้งสองนี้ได้ เป็นเครื่องกลไกเปิดท้ายลำกล้องของปืนเพื่อป้องกันการดันกลับของกระสุนเช่นกัน ในสมัยปืนประจุปากก็เรียกส่วนที่เปิดท้ายลำกล้องว่า Breech Block และในปัจจุบันสำหรับปืนลูกซองทั้งเดี่ยวและแฝดก็เช่นกัน  นิยมเรียกแท่งเหล็กซึ่งสร้างติดตายตัวเป็นส่วนหนึ่งของโครงปืน ซึ่งทำหน้าที่ปิดท้ายลำกล้อง Breech Block ส่วนปืนแบบลูกเลื่อนก็เรียกว่า Bolt  ในด้านปืนยิงซ้ำในแบบอี่นๆ รวมทั้งปืนกึ่งอัตโนมิติและปืนกลนิยมเรียกว่า Breech Bolt

Breech Loading   หลักการประจุท้ายซึ่งเป็นหลักการของปืนทั่วไปในสมัยปัจจุบัน หลักการประจุกระสุนเข้ารังเพลิงทางโคนลำกล้อง

Breech with Wings   ท่านจะพบคำนี้บ่อยๆ เมื่อศึกษาอาวุธปืนลูกซองแฝดและปืนไรเฟิลแฝด หมายถึงโครงเหล็กปิดท้ายลำกล้อง (Breech Block) มีแผ่นเหล็กเล็กๆ รูปร่างคล้ายเล็บมือยื่นออกมาคอยประคองท้ายลำกล้องไว้ทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันมิให้โคนลำกล้องเอียงไปท้างซ้ายหรือทางขวาในขณะปืนลั่น เรานิยมเรียกกันว่า “บังไฟ”

Bullet   หัวกระสุน

Butt   ฝ่าพานท้าย พานท้ายปืนกอปรด้วยคอพานท้าย บ่าพานท้าย โหนกพานท้าย สันพายท้าย ส้นพานท้าย ฝ่าพานท้าย ปลายพานท้ายและตุ้มพานท้าย

Butt-Plate   รองพานท้าย

Caliber   ขนาดลำกล้องของปืนไรเฟิลและปืนพก ขนาดลำกล้องจะเป็นอย่างไรก็อาศัยเส้นผ่าศูนย์กลางของลำกล้องวัดจากสันเกลียวถึงสันเกลียวด้านตรงกันข้ามเป็นสำคัญ

Canneluae   ร่องแนว คำนี้จะพบเสมอในการศึกษากระสุนปืนมีความหมายและใช้แตกต่างกันดังนี้
1.   ในด้านปลอกกระสุน  หมายถึงร่องรางรอบๆ ปลอกซึ่งอยู่ถัดจากจานท้ายกระสุน สำหรับเป็นร่องฝังของรังกระสุน ในบางกรณีก็ใช้เรียกร่องราง ซึ่งมีอยู่บนตัวปลอกกระสุนตรงใกล้ปลายปลอกกระสุนปืนบางแบบ เช่น ปลอกกระสุนของกระสุนขนาด .357 แม็กนั่ม และขนาด .38 สเปเชียลบางแบบเป็นต้น
2.   ในด้านหัวกระสุน หมายถึงร่องรองรอบๆ ฐานกระสุน ซึ่งเป็นที่อยู่ของน้ำมันเครื่องอย่างแข็งซ่อนฝังไว้ใต้ปากปลอก และหมายถึงร่องแนวต่างๆ ซึ่งทำไว้ตรงปากเปลือกกระสุนของกระสุนหัวอ่อน และกระสุนซึ่งมีระบบการควบคุมการขยายตัว เพื่อให้เป็นแนวทางในการฉีกเปลือกของหัวกระสุนออกในการบานขยายตัวของหัวกระสุน



Carbine    เป็นชื่อใช้สำหรับเรียกปืนไรเฟิล ซึ่งมีลำกล้องสั้นๆ แรกเริ่มเดิมทีปืนประเภทนี้สร้างขึ้นเพื่อให้หน่วยทหารม้าใช้ในการปฏิบัติงาน

Case   ปลอกกระสุน หรือหีบใส่ปืน    Empty Case  ปลอกเปล่า  ,   Efred Case ปลอกซึ่งยิงแล้ว
Centerfire   หลักการแทงชนวนตรงกลางของจานท้ายกระสุน

Chamber   รังเพลิง

Chamber Cone   บ่ารังเพลิงหรือกรวยรังเพลิง คำนี้พบมากในขณะศึกษาปืนลูกซอง หมายถึงบริเวณพื้นหน้าตะแคงเท เชื่อมต่อรังเพลิงและลำกล้อง

Choke    อุปกรณ์ปรับม่านลูกปรายของปืนลูกซอง

Comb   โหนกของพานท้ายปืน เป็นยอดสูงของสันพานท้าย เชื่อมต่อบ่าของพานท้ายและสันของพานท้าย

Combustion    การเผาไหม้ของดินปืนในลำกล้อง

Corrosion    การเป็นสนิมอย่างช้าโดยปฏิกิริยาของอ๊อกซิเจน ซึ่งเป็นแก๊สผสมอยู่ในอากาศ

Creep    อัตราการลากไก  อาการลากไกปืน  เริ่มตั้งแต่ไกถูกกดให้เคลื่อนเรื่อยๆ มาจนถึงการสับของนก

Crimp   ปลายจีบ  หมายถึงส่วนของปากของปลอกกระสุนลูกซองตรงบริเวณซึ่งถูกจีบพับไปปิดปากกระสุนดังนี้เป็นต้น

Deflector    แผ่นโลหะ  ทำหน้าที่เป็นแผงกำบังประกอบติดตั้งตรงช่องสลัดปลอกของโครงปืน  เพื่อป้องกันมิให้ปลอกกระสุนกระเด็นขึ้นสูง และกระเด็นย้อนหลังและช่วยป้องกันควันจากดินปืน

Double Action   หมายถึงปฏิกิริยาของนกปืนซึ่งง้างขึ้นเองและสับลงได้เองโดยการน้าวไกเข้าเพียงครั้งเดียว  หรืออาจจะเรียกได้ว่า “สองตวัด”

Drift    ลอยตามลม  การลอยตัวของกระสุนเบนออกจากแนวของการวิ่งด้วยกำลังลม

Drop    ลาดต่ำหรือตกต่ำ  มีความหมายดังนี้
1.   หมายถึงการลาดต่ำลงของสันพานท้ายจากแนวเส้นเล็งเมื่อลดศูนย์ลงต่ำสุด
2.   อัตรากระสุนตกหมายถึงการตกต่ำของกระสุนจากแนวระดับเส้นระยะทางหรือจากจุดกึ่งกลางของเป้าหมาย


Ejector   หมุดสลัดปลอก  หรือคานดีดกระสุน
   Non-Ejector Shotgun ปืนลูกซอง ซึ่งมีแต่เพียงคานดันปลอกกระสุนให้เผยออกจากรังเพลิงเท่านั้น

Ejector Shotgun  ปืนลูกซอง สลัดปลอกให้กระเด็นลอยออกด้วยคานดีดปลอกกระสุน

Elevation    ปรับสูง  หมายถึงการเคลื่อนศูนย์หลังของปืนให้สูง  เพื่อให้กระสุนวิ่งสูงขึ้น

Energy   อำนาจทะลุทะลวง  หรือแรงปะทะ

Erosion    การเป็นสนิมอย่างเร็ว โดยการรอกรวกผิวหน้าของรังเพลิงหรือลำกล้องด้วยความร้อนให้ถลอกออก

Extractor   ขอรั้งกระสุน

Exit pupil    กลุ่มของลำแสง  ซึ่งลอดออกมาจากเล็นซ์รับภาพของศูนย์กล้อง  ในขณะที่ท่านชูกล้องออกห่างจากดวงตาไกลๆ และหันไปทางแสงสว่าง  ท่านจะเห็นจุดแสงกลมเล็กๆ รวมพุ่งเป็นจุดอยู่บนเล็นซ์ภาพ  เล็นซ์ชิ้นสุดท้ายหลังสุดของศูนย์กล้อง


[
 



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29,12, 2008, 19:43:20 โดย Fabbri » บันทึกการเข้า


สด สด ซิงซิง ๆๆๆ
20,09, 2007, 18:30:41
Fabbri
ผู้ดูแล
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,866


ขอมอบ ดอกไม้ ในสวน ให้คุณ


« ตอบ #1 เมื่อ: 20,09, 2007, 18:30:41 »

Gallery load    กระสุนกำลังขับต่ำ  ใช้ในการยิงเป็าในสนามฝึก

Gauge   ชื่อแสดงขนาดของปืนลูกซอง  ปืนลูกซองขนาด 12 หมายถึงเมื่อเอาตะกั่วหนัก 1/12 ของตะกั่วบริสุทธิ์หนักหนึ่งปาวนด์ไปปั้นเป็นลูกกลม (ball) แล้วจะหยอดใส่ผ่านลำกล้องได้ครือๆ พอดี

Grip    อาการกำของมือ ด้าม และคอปืน
1.   ปืนสั้น  หมายถึงแผ่นแก้มของด้ามทั้ง 2 ข้าง ซึ่งประกอบเป็นด้ามปืนพก  และบางครั้งก็หมายถึงชื่อ     และอุปกรณ์เสริมให้ด้ามปืนกว้างขึ้นเพื่อการกำอย่างมั่นเหมาะ
2.   ปืนยาว  หมายถึงบริเวณคอปืน  แต่ส่วนมากทั่วไปมักจะเรียกคอของปืนยาวว่า “Pistol-grip”
Full pistol-grip  หมายถึงคอปืนยาว  ซึ่งมีตุ้มของพานท้ายยื่นต่ำเห็นได้ชัด
      Half pistol-grip  หมายถึงคอปืนยาว  ซึ่งมีตุ้มของพานท้ายกลมมนยื่นต่ำลงมาเล็กน้อยไม่มากนัก

Grooves    ร่องเกลียวในลำกล้องของปืนไรเฟิล  บางครั้งก็ใช้แทนคำว่า Cannelure

Group    กลุ่มของกระสุนบนเป้าหมายซึ่งเกิดจากการยิงหลายๆ นัด

Hammer    นกปืน

Hammer-shotgun   ปืนลูกซองนกนอก

Hammerless-shotgun   ปืนลูกซองนกใน

Hammer-spur   หงอนของนกปืน  เป็นที่รั้งของหัวแม่มือในการง้างนก

Hammer time    ระยะเวลาซึ่งสูญสิ้นไปตั้งแต่ไกปืนถูกกด  จนถึงนกตกลงตีเข็มแทงชนวน

Hand gun
   ปืนสั้น

Hang fire   การชักช้าเฉื่อยชาในการระเบิดของกระสุนภายหลังการเหนี่ยวไก

Heat-treated   ชุบพื้นหน้าให้แข็งเพื่อให้ทนต่อความร้อนสูงของแก๊สได้

Heel   ส้นปืน

High power    ใช้เป็นคำเรียกแบบปืนและกระสุน  ซึ่งมีความเร็วสูงตั้งแต่ 2,000 ฟุตต่อวินาทีขึ้นไป

High intensity   ใช้เป็นคำเรียกแบบปืนและกระสุน  ซึ่งมีความเร็วสูงตั้งแต่ 2,500 ฟุตต่อวินาทีขึ้นไป (ความเร็วอุกฤษฏ์)

Impact   การปะทะหรือการวิ่งพุ่งชนเป้าหมายโดยแรงของหัวกระสุน ในบางกรณีใช้เป็นคำคุณศัพท์  บ่งถึง “แรงปะทะ”

Inner-belted   หลักการสร้างเปลือกกระสุนให้มีสันยื่นเข้าทางด้านภายในของเปลือก  เพื่อป้องกันมิให้หัวกระสุนบานตัวต่อไปอีกได้  เพื่อจะใช้น้ำหนักของกระสุนตอนท้ายไปเพิ่มอำนาจการทะลุทะลวงให้ลึกๆ เข้าไปอีก  หลักการสร้างอันเดียวกันกับแบบ Core-lock

Invisible hammer   นกใน



   




Jacket   เปลือกกระสุน  ซึ่งห่อหุ้มไส้ในของหัวกระสุน

Jump
   สะท้อน  หมายถึงการสะท้อนของลำกล้องปืนให้ปากกระบอกกระดกขึ้น  โดยแรงสะท้อนถอยหลังของปืน

Key-hole   รูกระสุนเป็นทางยาวบนเป้าหมาย  ซึ่งหัวกระสุนหัวใดหัวหนึ่งเจาะไว้

Knocking-power
   คำนี้มีความหมายหนักไปทางประกาศิตหยุดยั้งของปืน  คล้ายๆกับคำ Knock out  ดูเหมือนว่าจะไม่เหมาะที่จะใช้หมายถึง “แรงปะทะ”

Lands   สันเกลียวในลำกล้อง

Lead   ตะกั่วหรืออัตราการเล็งปืนเผื่อไว้ในการยิงเป้าเคลื่อนที่

Leading    คราบของตะกั่วซึ่งติดค้างเกาะแน่นอยู่ในลำกล้องปืนภายหลังการยิง  หรือการเล็งเผื่อดักหน้า

Leed   คำนี้มีรากศัพท์มาจาก Lead หมายถึงคอรังเพลิงตรงบริเวณที่เป็นหน้าลาดเท  ตอนต่อหรือเชื่อมรังเพลิงให้ประจบกับเกลียวของลำกล้อง

Length of pull   ระยะทางจากกึ่งกลางของไก  ถึงกึ่งกลางของพานท้ายปืน  วัดทางด้านข้าง

Line of sight   แนวเส้นเล็ง  เป็นเส้นแนวสมมุติ  จากดวงตาผ่านศูนย์หลังศูนย์หน้าของปืนตรงไปยังจุดกึ่งกลางของเป้าหมาย

Lock
   เครื่องลั่นไก เครื่องกลไกในการลั่นไกของปืน

Lock speed
   เช่นเดียวกับ Hammer time

Long Rifle (L.R.)
   ชี่อเรียกแบบของกระสุนลูกกรด  ซึ่งนิยมกันแพร่หลายที่สุด

Lubaloy   ชื่อจดทะเบียนแบบของโรงงานสร้างกระสุน Western Cartridge Company  หมายถึงหัวกระสุนชุบทองแดง ซึ่งเป็นหลักการสร้างเดียวกันกับกระสุน Kopperklad ของโรงงาน Winchester

ซ้ำ
Machine rest   อุปกรณ์ค้ำจุน  บังคับลำกล้องของปืนให้ติดแน่นมั่นคงในการยิงทดสอบความแม่นยำของลำกล้อง

Magazine   ซองกระสุน

Magnum   เป็นชื่อเรียกแบบปืนและกระสุน  ซึ่งมีอานุภาพสูงร้ายแรง  คำนี้มีสมุฏฐานจากคำซึ่งใช้เรียกเหล้าแชมเปญขวดใหญ่  ซึ่งบรรจุเหล้าได้มากกว่าขวดธรรมดา  ปลอกกระสุนแม็กนั่มก็จุดินได้มากกว่าปลอกกระสุนขนาดธรรมดา

Metallic cartridges   กระสุนปลอกโลหะ

Middle sight   ศูนย์หลังซึ่งมักเป็นศูนย์เปิด  ติดตั้งอยู่ตรงโคนลำกล้องหน้าโครงปืน

Mid-range   เป็นชื่อนิยมใช้เรียกกระสุนแบบประจุเพื่อการยิงเป้า

Minute    ลิปดา

Mushroom   นิยมใช้กล่าว  หมายถึงการบานขยายตัวของหัวกระสุนซึ่งบานปลายเหมือนดอกเห็ด

Muzzle
   ปากลำกล้อง  ซึ่งกระสุนวิ่งผ่านออกมา
Crowned on the muzzle  หมายถึงการทำขอบของปลายลำกล้องให้นูนสูงขึ้น  เพื่อป้องกันปลายเกลียวของลำกล้องมิให้ไปกระทบกับอะไรจนช้ำหรือชำรุดไป
Dented at the muzzle   ขูดขอบในของปากลำกล้องให้เป็นแอ่งลึกลงไป  เพื่อป้องกันปลายเกลียวของลำกล้องเช่นกัน

Muzzle energy   เป็นอำนาจทะลุทะลวง  หรือแรงปะทะต้นตรงปากลำกล้อง

Muzzle velocity
   ความเร็วต้น  ตรงปากลำกล้อง

Objective   เล็นซ์รับแสงของศูนย์กล้อง  เล็นซ์ชิ้นหนาของกล้องซึ่งหันไปยังเป้า

Operating-handle   คาน  ขอ  หรือหมุด  สำหรับเหนี่ยวดึงเพื่อประจุกระสุนขึ้นลำ

Pattern    ม่านลูกปรายของกระสุนลูกซอง

Partridge-sight   ศูนย์หน้าซึ่งเป็นเสาตั้งตรง  ยอดตัด (ศูนย์ฉาก)

Pistol   ปืนสั้นไม่จำกัดว่าเป็นปืนแบบนัดเดียวหรือแบบยิงซ้ำอื่นๆ ซึ่งมิใช่เป็น “ลูกโม่”

Pocket pistol    ปืนพก

Pressure   กำลังขับดันของแก๊สเพื่อต้องการหาทางออก  อัตราการวัดเทียบเป็นตารางนิ้วตามเนื้อที่หน้าตัด  ส่วนกว้างของรังเพลิง

Primer   บางครั้งก็หมายถึงถ้วยแก๊ป  บางคราวก็หมายถึงแก๊ปปืน

Pull    น้าวไกปืน  และก็หมายถึงระยะความยาวจากไกถึงกึ่งกลางของพานท้ายด้านข้าง

Receiver   โครงปืนพร้องทั้งเครื่องกลไกในการประจุกระสุนเข้ารังเพลิง  รวมทั้งลูกเลื่อนและอื่นๆ นอกจากลำกล้อง ไกปืน และซองกระสุน

Rechamber    เปลี่ยนรังเพลิงหรือคว้านรังเพลิงใหม่  เพื่อใช้กระสุนแบบอื่น  ซึ่งมีขนาดลำกล้องเดียวกัน

Recoil
   แรงสะท้อนถอยหลังหรือแรงถีบของปืน

Recoil-spring   สปริงซึ่งคอยดันลูกเลื่อนกลับให้เปิดรังเพลิง

Reload
   ปืนลูกโม่อย่างเดียวไม่รวมปืนแบบอื่นใด

Revolver
   ปืนพกลูกโม่อย่างเดียวไม่รวมปืนแบบอื่นใด

Repeating Rifle   ปืนไรเฟิลแบบยิง

Rifle
   ปืนซึ่งมีเกลียวในลำกล้อง  ไม่จำกัดว่าจะเป็นปืนสั้นหรือปืนยาว

Repeating   เกลียวในลำกล้อง  (มีความหมายหนักไปทางร่องเกลียว  เพราะการทำลำกล้องให้เป็นเกลียวก็คือการเซาะร่องนั่นเอง)

Rim
   ขอบของจานท้ายกระสุน

Rim fire (R.F.)   หลักการแทงชนวนปืนตรงขอบของจานท้านกระสุน (ชนวนริม)

Safety   เซฟปืน  หรือห้ามไก

Grip Safety   ส่วนมากหมายถึงปืนพก  ซึ่งเรานิยมเรียกกันว่า “แบบหลังอ่อน”  ต้องกำปืนใช้อุ้งมือกดหลังให้ลงไปสนิทก่อนจึงจะเหนี่ยวไกยิงได้
   Magazine Safety  ปืนซึ่งต้องใส่ซองกระสุนเข้าที่เสียก่อนจึงจะเหนี่ยวไกยิงได้

Sear    จักร  เป็นตัวจักรในการแปรสภาพของกำลังงานเหนี่ยวไกให้เปลี่ยนเป็นการปล่อยนกหรือปล่อยเข็มแทงชนวน

Self-loading    ประจุเอง  ปืนประจุเอง

Shot   ลูกปราย

Sight   ศูนย์ปืน

Sight radius   ระยะทางระหว่างศูนย์หลังและศูนย์หน้า

Sighting-in   ปรับศูนย์
         Hunting sighting-in  ปรับศูนย์จี้ตรงจุด
         Target sighting-in  ปรับศูนย์หมายเป้านั่งแท่น
         Tangent rear sight  ศูนย์หลังซึ่งเป็นแผ่นสำคัญ

Signal pin   หมุดสัญญาณ  โดยมากมักจะพบประกอบติดมากับปืนแฝด  ถ้าหมุดโผล่ยื่นออกมา  หมายความว่าลำกล้องนั้นยังมิได้ยิง  ถ้าหมุดจมกลับเข้าไปหมายความว่าเหนี่ยวไกแล้ว  ในด้านปืนสั้นเช่น ปืนวอลเธอร์  ถ้าปรากฏว่าหมุดยื่นออกมาแสดงว่ามีกระสุนในรังเพลิง

Single Action   ปืนวอลเธอร์  ซึ่งต้องง้างนกขึ้นก่อนจึงจะเหนี่ยวไกยิงได้  ปืนโอโตเมติคนกนอก  เมื่อลดนกลงแล้วต้องง้างนกขึ้นก่อนจึงจะเหนี่ยวไกยิงนัดแรกได้

Single barrel (S.B.)  ปืนเดี่ยว  ลำกล้องเดี่ยว

Sling    สายสะพายปืน

Automatic sling  สายสะพานม้วนตัวเองเข้าไปซ่อนในพานท้ายปืนได้  เมื่อปลดห่วงสายสะพานตรง  กระโจมมือออก

Stock    พานท้ายปืน  ด้ามปืน

Straight stock
พานท้ายปืนซึ่งมีคอตรง  ปราศจากตุ้มของพานท้าย  นิยมในการทำพานท้ายปืนลูกซอง    พานท้ายแบบนี้เหมาะที่สุดที่จะเป็นพานท้ายของปืนลูกซอง  เพราะการยิงลูกซองอาศัยการวางลำกล้องเท่านั้น  มิได้ใช้การเล็งแบบปืนไรเฟิล

Monte Carlo stock พานท้ายสันยก  พานท้ายแบบซึ่งสร้างโดยยกสันชูขึ้นให้สูง  เหมาะกับการใช้ศูนย์กล้อง

Striker    เข็มแทงชนวนจำพวกซึ่งพุ่งไปแทงแก๊ปได้  โดยมิต้องอาศัยการตีหรือการสับนก  เช่นเข็มแทงชนวนของปืนไรเฟิลแบบลูกเลื่อนเป็นต้น

Swivel    ห่วงเหล็กสายสะพายของปืน “หูกระวิน”

Throat   คอรังเพลิง  เช่นเดียวกับ Leed

Toe
   ปลายพานท้าย

Trajectory   วิถีกระสุน

Trigger   ไกปืน
   Hair trigger  ไกแบบชนิดเป็นไกเบา
   Trigger guard  โกร่งไก

Twist    การบิดม้วนของเกลียวในลำกล้องปืน

Weights
   แท่งโลหะถ่วงลำกล้องให้หนักลง  เพื่อใช้น้ำหนักเป็นการหักล้างกำลังสะท้อนขึ้นสูงของลำกล้องเพื่อให้การเล็งและยิงนัดต่อๆ ไปรวดเร็วขึ้น

Wobble    การปรากฏการณ์  “วูบวาบ”  ในกล้อง  เนื่องจากผู้เล็งมือสั่น

X-A ring   วงกลมวงเล็กสุดในวงกลม 10 แต้มของเป้ากระดาษใช้เป็นการตัดสินชี้ขาดในการแข่งขันยิงเป้า

Zero   ปรับศูนย์จนกระสุนตกเป้า (ให้ยอดจุดศูนย์หน้าอยู่ตรงกึ่งกลางของรูกระสุน


         ผมเชื่อว่าหลายท่าน เป็นส่วนใหญ่ได้ เคยอ่าน คำศัพท์ เหล่านี้แล้ว ครั้งแรกว่าจะไม่ลง  แต่มานึกได้ อีกทีหลายท่านในส่วนน้อย ยังคงไม่เคยอ่าน หรือรู้มาก่อน ก็เลยต้องนำลงให้อ่าน เพื่อ ที่จะเล่าเรื่องไร้สาระ ต่อๆไป และในเรื่องที่จะเล่าก็มีหลายท่านอ่านแล้ว เช่นกัน ถ้าขวางหูขวางตา ก็ อย่าไปเปิดมัน ให้รกลูกกะตา เสียเวลาเพ่งเล็ง 
  อย่างไรก็ตาม ขอให้เห็นใจ ส่วนน้อยนิดที่ยังไม่เคยอ่านก็แล้วกัน กระผมจะได้มีเรื่อง คุยโม้คุยโตไปตามภาษา
[/size]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21,09, 2007, 00:09:51 โดย Fabbri » บันทึกการเข้า


สด สด ซิงซิง ๆๆๆ
20,09, 2007, 18:30:58
Fabbri
ผู้ดูแล
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,866


ขอมอบ ดอกไม้ ในสวน ให้คุณ


« ตอบ #2 เมื่อ: 20,09, 2007, 18:30:58 »



              ปืนลูกซองเป็นปืนที่ถูกที่สุดในโลก และเป็นปืนที่แพงที่สุดในโลกเช่นกัน  ข้าพเจ้าหมายถึง ปืนที่เป็นเหล็กและไม้ธรรมดาไม่ได้มีองค์ประกอบของวัตถุมีค่า
          ปืนลูกซองราคาแพงนั้น ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับยิงเป้าบิน หรือ เป้าเคลื่อนที่
  ปืนลูกซองเป็นปืนที่ยิงง่ายที่สุด และยิงยากที่สุดเช่นกัน เพราะปืนลูกซองมีหลายขนาด หรือ เบอร์ (G = gauge) ในแต่ละ ขนาด ยังมีความแตกต่างของปากปลายลำกล้อง กว้างหรือแคบ (โช๊ค  Choke=อุปกรณ์ปรับม่านกระสุน)อยู่ 5-6 ขนาด ยังมีความสั้น ยาว ของลำกล้อง ความยาวของปลอกกระสุน 4 ความยาว และมีกระสุนให้เลือกกว่า 15 ชนิด เม็ดลูกปรายในกระสุน 15 ชนิดนั้น มีตั้งแต่บรรจุกระสุน 1 เม็ดจนถึงกว่า 1000 เม็ดในกระสุนปืน 1 นัด
    ถ้าท่านเอากระสุนลูกซองที่มีเม็ดลูกปรายขนาดใหญ่ไปยิงสัตว์ หรือ วัตถุขนาดเล็ก ก็จะมีโอกาสผิดมาก เช่นกัน ถ้าเอากระสุนที่มีเม็ดลูกปรายขนาดเล็กไปยิงสัตว์หรือวัตถุขนาดใหญ่ก็จะไม่สามารฆ่าหรือทำลายวัตถุนั้นได้
     ถ้าเลือกขนาดของโช๊ค ผิดก็ไม่สามารถยิงให้ถูกได้ เช่น ถ้าเลือกโช๊ค แคบ ไปยิงใกล้ หรือ โช๊ค กว้าง ไปยิงไกล ก็ไม่มีโอกาสยิงถูกอีกเช่นกัน บางท่านอาจแย้งว่าเป็นไปไม่ได้ที่ไม่ถูกเลย ใช่ครับมีถูกบ้าง แต่ไม่เต็มประสิทธิภาพของ โช๊ค ฉะนั้นปืนลูกซองจะต้องมีความสัมพันธ์กันระหว่าง ลำกล้องปืน กระสุน และวัตถุที่เป็นเป้าต้องเลือกให้ถูกต้อง ลูกซอง 1 นัด อาจยิงนกได้หลายสิบตัวใน 1 นัด แต่กระสุนหลายนัดไม่อาจยิงนกได้สักตัว ข้าพเจ้าหมายถึง
    ถ้าท่านเอาปืนที่เลือกขนาดโช๊คกับขนาดลูกปรายที่เหมาะสมไปยิงนกที่เกาะอยู่เป็นฝูงท่านก็ยิงได้หลายตัว เป็นแน่แท้ แต่ถ้าปืนกระบอกเดียวกันนี้ยิงในระยะเท่ากัน แต่เป็น นกที่กำลังบินอยู่ที่ความเร็ว 60 ไมล์ต่อชั่วโมง ระยะห่างประมาณ 30-40 เมตร ท่านว่าท่านมีโอกาสยิงถูกกี่ตัวในกระสุน 100 นัด
   
   กีฬายิงเป้าบิน คือการทำลายวัตถุ หรือสัตว์ขณะลอยอยู่ในอากาศ เช่น นกบิน สัตว์สี่เท้ากำลังวิ่ง ลูกแก้ว และเป้าดินเผา
   เป้าบิน ถือกำเนิดใน สมัยกรีกโบราณ   โดยพวกทหารใช้ธนูยิงนกขณะบิน แล้วต่อมาได้พัฒนามาใช้ผลไม้ โยนไปในอากาศแล้วใช้ธนูยิงแข่งขันกัน เพื่อจะได้ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เมื่อพัฒนาการเจริญขึ้นมีอาวุธปืนใช้ กีฬายิงเป้าบินก็ได้พัฒนาให้ใช้เครื่องดีดลูกแก้วที่ภายในบรรจุขนนกไว้ เมื่อยิงแตกขนนกก็ฟุ้งกระจาย แต่ราคาลูกแก้วก็แพงมาก ต่อมาได้คิดค้นไปใช้เป้าที่เป็นกระเบื้องดินเผา ก็มีปัญหาที่ ทำบางก็แตกง่ายหรือทำหนาก็แตกยาก ต่อมาก็เป็นเป้าทำด้วยดินผสมยางมะตอยในปัจจุบัน
   แต่ก่อนที่จะใช้ลูกแก้วและดินเผา ก็มีการที่ใช้นกพิราบเป็นเป้าและเลิกไป เนื่องจากมีการต่อต้านจากพวกรักสัตว์ยิ่งกว่าญาติ แต่ก็ยังมีการยิงนกพิราบพนันในบางประเทศแถบยุโรปและอเมริกาใต้แต่อยู่ในวงการแคบๆ จะรู้กันเป็นการภายในเท่านั้น แม้แต่ปืนก็ยังมีผลิตออกมาใช้ในการนี้
 ในการยิงนกพิราบแข่งขันหรือการพนันมีอยู่ 2 อย่าง คือ
1.   เอานกใส่ลงในหมวกทรงสูงแบบอังกฤษ แล้วใช้เชือก กระตุกหมวกให้เปิด ต่อมาก็ทำกล่องสี่เหลี่ยมมีกลไกสปริงเมื่อกระตุกกล่องก็จะเปิดให้นกบินไป โดยคนยิงจะถอยห่างออกมา ประมาณ 20เมตร  เมื่อคนยิงพร้อมก็ออกเสียงพนักงานก็จะปล่อยนกออกไป แต่ก็มีลูกเล่นของเด็ก ที่เอานกไปใส่กล่อง พีแกจะเด็ดปีกบ้างหางบ้างเพื่อให้นกบินไปแบบไร้ทิศทาง ต่อมาได้พัฒนาเป็นการยิง TRAP
2.   อีกอย่างหนึ่งคือการขีดวงกลมแล้วโยนนกพิราบขึ้นไปในอากาศและคนยิงจะต้องยิงนกให้ตกภายในวงกลม เช่นกัน เมื่อมีการพนันขันต่อก็ หนีไม่พ้นต้องมี เล่เหลี่ยมเข้ามา ก็เช่นเคย คนโยนจะแอบเด็ดปีกหรือหาง หรือ ไม่เด็ด แล้วแต่ว่าเล่นพนันไว้ฝ่ายนกหรือมือปืน ต่อมาได้พัฒนาเป็นการยิง SKEET 
    การยิงนกพิราบแบบโยนนี้นิยมมากในยุโรป โดยเฉพาะอิตาลีและสเปน และในแถบอเมริกา เช่น เม็กซิโก แต่ปัจจุบันได้เลิกไปหมดแล้ว อาจมีหลงเหลืออยู่บ้างแถวอเมริกาใต้ มีการพนันขันต่อกันด้วยจำนวนเงินสูงมาก
   ปัจจุบันมีการยิงเป้าบินโดยใช้เป้าดินเผามีหลายแบบแต่ไม่นิยมมากนัก มียิงในบางประเทศ เช่น Electrocibles  American Trap-Skeet  ส่วนSporting กำลังนิยมในหลายประเทศ รวมถึง Web เรา  ส่วนที่ใช้ในการแข่งขัน Olympic  Asia Game Sea game ก็จะเป็น Olympic Trap  Olympic Skeet และ Double Trap ซึ่งมีกฎกติกาในการยิงที่รัดกุมจะพูดถึงในบทต่อไป
   ปืนที่ใช้ในกีฬายิงเป้าบินในปัจจุบัน คือปืนลูกซอง  ปืนลูกซองในปัจจุบันมีหลายชนิด ดังนี้
1.   ลูกซองเดี่ยว
2.   ลูกซองแบบโยนลำ (Slide Action  หรือ Pump Action)
3.   คานเหวียง (Lever Action)   
4.   ลูกเลื่อน (Bolt Action)
5.   อัตโนมัติ (Autoloaders)
6.   แฝดขนาด (Side By Side)
7.   แฝดลำกล้องซ้อน (Over & under)

และ มีประเภท ประหลาดๆ ที่มีการผลิตน้อยมาก เช่น Auto+ Pump หรือ เดี่ยวหักลำ + Auto หรือ ลูกโม่ Auto By มือ เป็นต้น
 
ปืนที่ใช้ในการแข่งขันจะต้องเป็นปืนแฝดลำกล้องซ้อนเท่านั้น ที่จะทำคะแนนให้ได้เหรียญ ที่พอจะทดแทนกันได้รองลงไปก็คือ Auto และ Side By Side แต่นำมาแค่ยิงได้เท่านั้นไม่สามารถทำคะแนะได้เท่าที่ควร ในกฎกติกาในกีฬายิงเป้าบินของสหพันธ์ยิงปืนโลก (ISSF) จะต้องใช้ปืน สามชนิดนี้เท่านั้น. และมีขนาดของลำกล้องต้องไม่โตกว่าเบอร์ 12 {12G}  จะพูดถึงในบทกระสุน
        ปืนลูกซอง เป็นปืนที่มีลำกล้อง เกลี้ยงไม่มีเกลียว โตเสมอต้นเสมอปลายตลอดกันตั้งแต่คอรังเพลิงจรดปลายลำกล้อง การวัดขนาดของปืนลูกซองไม่ได้วัดจากเส้นผ่าศูนย์กลางของลำกล้อง ดังเช่นปืนพกหรือปืนไรเฟิล ซึ่งจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางเป็นเศษส่วนของนิ้ว (USA) หรือเป็น mm (ยุโรป) แต่ปืนลูกซองวัดขนาดโดยการนำตะกั่วหนัก 1 ปอนด์ มาแบ่งทำเป็นลูกกลมๆ แบบมาตรฐานแล้วใส่ลงไปในลำกล้องได้ก็จะเรียก ขนาด เบอร์ gauge 1 ถ้าเป็น ขนาด 12 ก็นำตะกั่วหนัก 1 ปอนด์มาทำเป็นลูกกลมๆ 12 ลูกแล้วนำ 1 ใน12 ลูกนั้น.มาใส่ลงในลำกล้องปืนได้ก็จะเรียกขนาด12  ถ้าเป็นขนาด20 ก็จะนำตะกั่ว  1 ใน 20 มาใส่ในรูลำกล้องได้ก็จะเป็นขนาด 20 ดังนี้  ปัจจุบันมีการทำปืนลูกซอง ขนาด 4,8,10,12,16,20,28,เท่านั้น ส่วนขนาด.410นั้นเป็นกระสุนขนาดของลำกล้องแบบอเมริกัน คือ .410นิ้ว และเป็นขนาดเล็กสุดของปืนลูกซองในทางการค้าในปัจจุบัน
ขนาด 12 จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ .729 นิ้ว
ขนาด 20 จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ .615 นิ้ว
   ลำกล้อง ปืนลูกซองสำหรับยิงเป้าบินมีหลายขนาด ความยาวส่วนมากที่นิยมใช้กัน จะอยู่ระหว่าง 26-32 นิ้ว หรือ 66cm-82cm สำหรับคนไทยแล้ว ปืนที่ใช้ยิงระบบSkeet จะมีความยาวระหว่าง 28นิ้วหรือ70cm ส่วนในระบบ Double Trap และ Trap จะอยู่ที่ความยาว 30 นิ้วหรือ75cm หรืออาจจะกว่าอีกนิดหน่อยเท่านั้น ขึ้นอยู่กับความสูงของนักกีฬาหรือการยิง ช้า เร็วของนักกีฬา เช่นกัน ส่วนในระบบ Sporting  แล้วก็จะอยู่ที่ความยาว 28นิ้ว (70cm)

   
 เมื่อพูดถึงลำกล้องแล้วก็ต้องพูดถึง อุปกรณ์ปรับม่านกระสุน (Choke) โปรดอย่าลืมว่าปืนลูกซองมิได้ยิงออกไปด้วยกระสุนเม็ดเดียวเช่นปืนอื่นๆ แต่ยิงไปเป็นกลุ่มหรือม่านที่มีเม็ดจำนวนกว่า 300 เม็ดในคราวเดียว จึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ปรับให้กลุ่มกระสุนอยู่ในวงจำกัด เพื่อควบคุมการขยายตัวของม่านกระสุนที่เรียกว่าโช๊ค (Choke)  โช๊คมีทั้งแบบตายตัวและปรับเปลี่ยนได้ ปืนสำหรับยิงSkeet และ Trap ควรจะมีโช๊คตายตัว ส่วนโช๊คที่ปรับแต่งหรือเปลี่ยนได้ควรใช้กับปืน Double Trap และ Sporting
    ในสมัยก่อนเมื่อครั้งที่ใช้ดินดำ เป็นดินส่ง  ปลอกกระสุนก็เป็นกระดาษ มีหมอนรองกระสุนเป็นไม้ค็อกการทำโช๊คจะต้องเริ่มทำตั้งแต่โคนแล้วเรื่อยไปถึงตรงปลาย วิธีการนั้นทำใช้กันอยู่นานกว่า 100 ปีและคนส่วนใหญ่ มักจะคิดว่าปืนที่มีลำกล้องยาวๆ จึงจะกระเตงลูกจูงหลานทำให้ยิงได้ไกลและม่านกระสุนจะแคบ ส่วนปืนลำกล้องสั้นจะยิงได้ใกล้ม่านกระสุนจะแคบเมื่อยิงใกล้ๆ ถ้ายิงไกลออกไปแล้วจะกว้างจนยิงอะไรไม่ถูกนั้นเป็นการเข้าใจผิด มีปืนบางยี่ห้อที่ทำลำกล้องยาวแค่ 25นิ้วก็สามารถจะยิงได้ ม่านกระสุนที่แคบเท่าปืน 30 หรือ 32นิ้ว เพราะเขาจะเริ่มบีบลำกล้องให้แคบตั้งแต่คอรังเพลิงเป็นต้นไปจนจรดปลาย
    แต่ปัจจุบันการทำกระสุนปืนลูกซองได้พัฒนาเป็นปลอกพลาสติกและมีหมอนรองเป็นถ้วยพลาสติกจึงช่วยประคอง เม็ดลูกปรายให้วิ่งไปในลำกล้องจนจดปลายไม่แตกกระจายก่อนจะหลุดพ้นลำกล้อง ในช่องปลายลำกล้องประมาณ 4 นิ้ว ก่อนถึงปากลำกล้องจะเป็นตัวปรับม่านกระสุน(หรือ โช็ค )เพื่อบีบหรือขยายให้ถ้วยที่บรรจุเม็ดกระสุนแคบหรือกว้าง โดยไม่จำเป็นว่าลำกล้องจะสั้นหรือยาว แต่โดยมากแล้วลำกล้องสั้นจะทำโช็คกว้างและลำกล้องยาวจะทำโช็คแคบ ซึ่งในปัจจุบันจะพบเห็นปืนที่มีลำกล้องอยู่ระหว่าง 18-30 นิ้ว แต่ถ้าเป็นลูกซองแฝดหรือแฝดลำกล้องซ้อนจะอยู่ระหว่าง 26-32 นิ้วเท่านั้น

 เมื่อเล่าถึงโช๊ค ทุกครั้ง ก็ต้องให้ท่านนี้ สาธยาย ดังต่อไปนี้
ผมขออ้างถึงข้อความของท่าน Aotนะครับ
 


โช็ค Choke

ส่วนปลายของลำกล้องปืนลูกซองจะมีตัวท่อควบคุมกลุ่มกระสุน(ที่เรียกกันว่า โช้ค :CHOKE)  มีทั้งชนิดที่ทำเป็นส่วนหนึ่งของปลายลำกล้องเลยหรือแบบติดตั้งเพิ่มเติม  ถอดเปลี่ยนได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการควบคุมให้กลุ่มหรือม่านกระสุน(Pattern)กว้างหรือบีบให้แคบตามระยะยิงที่เหมาะสมกับประเภทของเป้าหมายที่จะยิง

-ถ้าต้องการบีบกลุ่ม/ม่านกระสุนให้แคบมากๆหรือบานน้อยมากจะใช้ ฟูลโช้ค (Full Choke) ใช้สัญญลักษณ์รูป *  แสดงถึงม่านกระสุนแคบมาก หรือย่อด้วยอักษร F
-ม่านกระสุนแผ่กว้างขึ้นมากกว่าFull Choke อีกนิดเรียกว่า อิมพรูฟโมดิฟายด์โช้ค ( Improve Modified )หรือ  IM( **)
-ม่านกระสุนบีบหรือแคบปานกลางเรียก โมดิฟายด์โช้ค (Modified Choke) หรือ M (***)
-ม่านกระสุนบีบเล็กน้อยเรียก อิมพรูฟซิลินเดอร์โช้ค( Improved Cylinder)หรือ IC(****)
-และท่อตรงๆ ไม่บีบเลยหรือบานมากที่สุดหรือไม่มีChokeเลยเรียก ซิลินเดอร์โช้ค (Cylinder Choke)หรือ C(*****)

2.ระยะหวังผลของโช้ค

-Full Choke จะมีระยะหวังผล(Effective Range)ที่ระยะ50หลาขึ้นไปคือที่ระยะประมาณ50หลา ม่านกระสุนส่วนใหญ่จะอยู่ในเป้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง30นิ้วเป็นส่วนใหญ่เหมาะสำหรับยิงสัตว์ปีกบินสูงๆหรือยิงแนวราบระยะปานกลางถึงระยะไกล แต่ลำกล้องที่ใช้ก็ยาวเกะกะหน่อยประมาณ 30-32นิ้ว

-Modified จะมีระยะหวังผลที่ระยะ 35 -45หลาเอาไว้ยิงสัตว์ปีก  นกเป็ดน้ำ  ไก่ป่า กระทาดง สัตว์หากินตามทุ่งเช่นกระต่าย หรือสัตว์สี่เท้าพวกเก้ง กวางในระยะปานกลาง ลำกล้องปืนที่ใช้มักยาว24-28นิ้ว

-Improved Cylinder จะมีระยะหวังผลที่ระยะ 25-35หลา เหมาะกับการต่อสู้ป้องกันตัวในระยะใกล้-ปานกลาง ใช้ล่าสัตว์ก็ยังได้ และโช้คขนาดนี้ยังเหมาะสำหรับการยิงด้วยกระสุนลูกโดดด้วย ลำกล้องปืนที่ใช้โช้คแบบนี้มักยาวประมาณ 20-22นิ้ว

-Cylinderหรือท่อตรง(ไม่มีโช้ค) จะมีระยะหวังผลที่ระยะ 20-25 หลา ใช้เฝ้าบ้าน สวน ไร่นาดีมาก ก็คล้ายๆกับImproved Cylinderครับ ปืนลูกซองลำกล้องยาว18นิ้วเช่นปืนปราบจลาจล Remington 870 Police ที่ตำรวจนิยมใช้มักจะไม่มีโช้คเพื่อหวังผลการยิงระยะใกล้ๆให้ม่านกระสุนบานเร็ว ครอบคลุมเป้าขนาด(หุ่น)คน

-Remingtonได้ทำการยิงทดสอบด้วยปืนลูกซอง12เกจลำกล้องยาว30นิ้วกับเป้าวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง30นิ้ว ที่ระยะ40หลาเท่ากันทุกโช้คแล้วจะพบว่า
-Full Chokeจะมีจำนวนเม็ดกระสุนถูกเป้าประมาณ70%ของจำนวนเม็ดกระสุนทั้งหมด
-Modified ประมาณ 60%
-Improved Cylinder 50%
-Cylinder 40%
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22,09, 2007, 19:53:38 โดย Fabbri » บันทึกการเข้า


สด สด ซิงซิง ๆๆๆ
20,09, 2007, 18:31:15
Fabbri
ผู้ดูแล
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,866


ขอมอบ ดอกไม้ ในสวน ให้คุณ


« ตอบ #3 เมื่อ: 20,09, 2007, 18:31:15 »


3.ขีปนวิถี(Ballistics)

 โดยทั่วไปมักทดสอบตำบลกระสุนตก(Trajectory)กับลูกโดด เพราะมีคุณลักษณะเทียบเคียงได้กับกระสุนไรเฟิ้ล เช่นกระสุนลูกโดดRifled Slug ของFederal 2.75 นิ้ว12เกจ น้ำหนักหัว1 ออนซ์  Max Dramยิงจากลำกล้อง30นิ้ว กรณีตั้งศูนย์พอดี(Zero)ที่50หลา
-ที่ระยะ25หลา มีความเร็ว1460ฟุต/วินาที แรงปะทะ2075ฟุต-ปอนด์ กระสุนจะสูงจากจุดเล็ง 0.3 นิ้ว
-ที่50หลา ความเร็วลดลงเหลือ1330ฟุต/วินาที แรงปะทะ1725ฟุต-ปอนด์ กระสุนจะตรงจุดเล็งพอดี
-ที่75หลาความเร็วลดลงเหลือ1220ฟุต/วินาที แรงปะทะ1450ฟุต-ปอนด์ กระสุนจะต่ำกว่าจุดเล็ง -1.5นิ้ว
-ที่100หลาความเร็วลดลงเหลือ1130ฟุต/วินาที แรงปะทะ1245ฟุต-ปอนด์ กระสุนจะต่ำกว่าจุดเล็ง -4.4นิ้ว (จะเห็นได้ว่าถ้าเลือกประเภทกระสุน เลือกความยาวลำกล้องและเลือกโช้คที่เหมาะสมแล้ว ปืนลูกซองก็มีความสามารถในการล่า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในระยะ100หลาหรือมากกว่าก็ยังมีความเร็วและ แรงปะทะที่สูง สามารถทดแทนปืนไรเฟิลในบางสถานการณ์ได้)
ถ้าจะดูเฉพาะระยะไกลสุดที่กระสุนสามารถไปถึง โดยยิงจากมุมเงยลำกล้องที่30องศาแล้ว ลูกเบอร์(Bird Shot)และลูกBuckจะมีการเตือนว่าไปได้ไกลถึง 1 ไมล์ ส่วนลูกโดดจะไปได้ถึง1-1.5ไมล์

   เส้นผ่าศูนย์กลางลำกล้องปืนลูกซอง12เกจจะเป็นมาตรฐานเดียวกันคือ 0.729นิ้ว ถ้ามีหรือใส่Chokeเข้าไปก็จะบีบปลายลำกล้องเข้ามาอีกเล็กน้อย ตามมาตรฐานของแต่ละประเทศ ปืนและกระสุนลูกซองมีมาตรฐานต่างกันไปบ้าง ทั้งของอเมริกา อังกฤษ ยุโรป อิตาลี แม้แต่ประเทศเดียวกันอาจมีความแตกต่างกันไปได้อีกตามโรงงานผู้ผลิต หรือตามภูมิภาค แต่ถ้าไม่อยากสับสนจำมาตรฐานอเมริกาซึ่งเป็นตลาดใหญ่สุดไว้ก็พอ ประเทศอื่นๆมักระบุขนาดเทียบกับของอเมริกันไว้เสมอ

American Constriction (12 gauge)
Cylinder 0.000 (ไม่มีโช้คหรือCylinder Choke)
Skeet  บีบเข้ามาอีก 0.005 inch
Improved Cylinder 0.010
Modified 0.020
Improved Modified  0.030
Full choke 0.040

British Constriction
True cylinder (or skeetของอังกฤษ) 0.000 (เหมือนCylinderอเมริกัน)
Improved cylinder 0.005 (ต่างกับอเมริกัน)
¼-choke 0.010(เท่ากับ Improved Cylinderของอเมริกัน)
½-choke 0.020 (เท่ากับModifiedของอเมริกัน)
 ¾-choke 0.030 (เท่ากับ Improved Modified ของอเมริกัน)
Full choke 0.040

ถ้าตัวปืนระบุว่าใช้โช้ค 0.729 inch ก็คงเป็นโช้คแบบCylinder Choke ซึ่งไม่ต้องการให้มีการบีบกลุ่มกระสุนเลย อย่างไรก็ตามก็ควรดูรหัสหรือตัวเลขที่ตัวปืนหรือคู่มือแบบที่คุณลูกซองสั้นว่ามาประกอบกันด้วยครับ
ขอปรับปรุงตัวเลขเศษส่วนนิดหน่อยครับ คือไปCopyตัวเลขเศษส่วนมาแล้วมันไม่ยอมขึ้น เอาใหม่นะครับ

1/4 choke 0.010(เท่ากับ Improved Cylinderของอเมริกัน)
1/2choke 0.020 (เท่ากับModifiedของอเมริกัน)
3/4 choke 0.030 (เท่ากับ Improved Modified ของอเมริกัน

โช้คปืนลูกซองแบบถอดเปลี่ยนได้หลายแบบนั้น เขาจะทำเกลียวที่ส่วนปลายภายในลำกล้องมาให้ในตัวสำหรับใส่กับโช้คของยี่ห้อนั้นๆครับเช่นRem Choke หรือWin Choke หรือเบเนลลี่และมีโช้คแถมมาให้1-5ขนาด แล้วแต่รุ่น ซึ่งต้องใช้เครื่องมือถอดที่แถมมาให้ ถ้ามีเกลียวมาให้แล้วต้องใส่โช้คตัวใดตัวหนึ่งไว้เสมอ ไม่งั้นกระสุนลูกปรายจะครูดเกลียวสำหรับใส่โช้คเสียหายได้ ส่วนลูกซองที่ทำปลายลำกล้องภายในเป็นโช้คในตัวเช่นImproved Cylinder ในRem870 20นิ้วหรือ Full Chokeในเดี่ยวไบคาลจะไม่ทำเกลียวมาให้ถอดเปลี่ยนโช้ค และไม่แนะนำให้ไปดัดแปลงทำเกลียวเพิ่มเติมที่หลังด้วย

-ส่วนโช้คแบบcylinder(หรือไม่มีโช้ค)ผมก็ไม่ทราบว่าจะสามารถให้ช่างดัดแปลงทำเกลียว ติดโช้คเพิ่มเติมที่หลังได้หรือไม่ หรือถ้าได้ก็ไม่รู้จะทำไปทำไม ผิดวัตถุประสงค์สำหรับCylinderที่ต้องการให้ม่านกระสุนบานมาก สำหรับยิงระยะใกล้ๆ

เราคุยกันเรื่องลำกล้องต่อดีกว่า

      ลำกล้องปืนประกอบด้วย รังเพลิง คอรังเพลิง ลำกล้อง และโชค็ กระสุนสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่2 จะทำด้วยกระดาษ ส่วนฐานจะเป็นเหล็กหรือทองเหลือง ภายในจะประกอบด้วย แก๊ป ดินปืน แผ่นหมอนทำด้วยสักหลาด หรือ ไม้ค็อก เม็ดกะสุนขนาดต่างๆ ปิดทับบนสุดด้วยกระดาษแล้วเม้มปากเพื่อ ไม่ให้กระสุนรั่วออกมา เมื่อบรรจุกระสุนแล้วยิง ดินปืนก็จะเผาไหม้เป็นแก็ส ดันหมอนพร้อมเม็ดกระสุนไปตามลำกล้อง จนถึงปลายลำกล้องที่เป็นโช๊ค
ลำกล้องที่ดี คอรังเพลิงจะต้องพอดีกับปลายปลอกกระสุน และ ไม่มีรอยสะดุด เพื่อประคองหมอนกับกระสุบให้คงลักษณะเดิม รวมถึงลำกล้องก็ต้องพอดีกับหมอนทั้งเส้นผ่า ศูนย์กลาง และเส้นรอบวง เพราะถ้าคอรังเพลิงกับลำกล้องไม่ดีแล้ว แก๊สจะรั่วแซงหมอนออกไปบางจุดก็จะทำให้ หมอนเดินทางเสียรูป เม็ดกระสุนก็จะถูกแก้สตีทำให้เม็ดกระสุนไม่เป็นระเบียบ ลำกล้องปืนต้องกลมสม่ำเสมอตลอดโคนจดปลาย
แต่ปัจจุบันลำกล้องปืนไม่ต้องทำพิถีพิถัน มากนัก ที่ทำดีก็ทำเลวลงที่ทำไม่ดีก็ยิ่งแย่ลง เพราะหลังสงครามโลก กระสุนลูกซองทำด้วยพลาสติกและภายในไม่ใช้หมอนสักหลาดหรือไม้คอ็ก แต่ใช้เป็นถ้วยพลาสติกใส่เม็ดกระสุน เพื่อประคองให้กระสุนอยู่ในทีของมันไปจนจดปลาย แต่จะมีปัญหาเหมือนกัน คือถ้วยแต่ละโรงงานทำไม่เท่ากัน เราจึงพบว่าปืนกระบอกนี้ถูกกับกระสุนยี่ห้อนี้ ถ้าใช้ผิดแบบหรือยี่ห้อ ม่านกระสุนก็จะไม่ดี โรงงานปืนบางโรงงาน เลยทำกระสุนเองด้วย ปัญหาอีกอย่างคือใช้กระสุนไม่ถูกกับรังเพลิง ปืนปัจจุบัน มักจะเป็นขนาด 12 G ยาว 70มม( 2 3/4นิ้ว) ถ้าเอากระสุนยาว 65มม ( 2 5/8นิ้ว ) มาใส่ยิงปลอกก็จะไม่เต็มบ่าคอรังเพลิงแก็สก็จะไปตีถ้วยให้เสียแนวได้ หรือ เอา 76 มม ( 3 นิ้ว )ไปยิงในปืน70มม ปลายปลอกก็จะไปทับคอปืนทำให้ถ้วยถูกบีบลงก็จะเสียอีกเช่นกัน
เมื่อกระสุนวิ่งมาถึงส่วนปลายก็จะพบกับโช๊ค ส่วนนี้จะเป็นตัวบังคับให้กระสุนแคบหรือกว้าง ก็อันนี้ที่สำคัญสำหรับเราว่าจะเอาปืนไปยิงอะไร ยิงใกล้หรือไกล ถ้าใกล้ก็ใช้โช๊คกว้าง ยิงไกลก็แคบ มี หลายความหมายที่ใช้เรียกกัน เป็นอักษรก็ s\\k , Cylinder,  Improved Cylinder , Modified , Improved Modified , Full Choke ใช้ เลข ก็ 2,4,6,8,10 ถ้าใช้ดาวกลับกับ ๐๐๐๐๐,๐๐๐๐,๐๐๐,๐๐,๐ ดาวเดียวแคบ ดาวมากกว้าง ลำกล้องที่ดี ม่านกระสุนเมื่อยิงไปแล้ว ต้องหนาแน่นในวงกลม 30 นิ้ว และที่สำคัญก็ต้องมีช่องไฟของเม็ดกระสุนได้ระเบียบ ถี่ ห่างต้องเท่ากัน  ระยะการยิงต้องแล้วแต่โช๊ค  ลำกล้องไม่ดี ม่านกระสุนจะเป็นรูปวงรีบ้าง เม็ดกระสุนจะไปกระจุกเป็นจุดๆ ไม่สม่ำเสมอ หรือเป็นวงแหวน เม็ดกระสุนจะมีที่ขอบ ตรงกลางจะโล่งโจ้ง
โช๊คที่ดีต้องปรับด้วยมือ คือยิงแล้วม่านกระสุนเบี้ยว ก็ใช้ แปรงสักหลาดชุบกากเพชร ขัดแต่งภายในลำกล้องส่วนที่เป็นโช๊ค จนได้ม่านกระสุนที่ต้องการ
รังเพลิง (Chamber) เป็นห้องกระสุนอยู่ส่วนโคนลำกล้องจะมีขนาดโตกว่าลำกล้องเล็กน้อยเนื่องจากปลอกกระสุน จะหนามากเมื่อเทียบกับกระสุนชนิดอื่นๆ ในปืนขนาด 12g จะมีช่วงยาวของรังเพลิงหลายขนาด 2   2 1/2  2 5/8  2 3/4  3  31/2 นิ้ว
รังเพลิงสำหรับปืนที่ใช้ในกีฬายิงเป้าบินจะมีขนาดรังเพลิงยาว 2 3/4นิ้วหรือ 70mm ทั้งขนาด 20และ 12g

ขอรัง (Ejector)

  อยู่ส่วนท้ายลำกล้องทำหน้าที่ดีดปลอกกระสุนที่ยิงแล้วให้กระเด็นออกมา หรือยกกระสุนที่ยังไม่ได้ยิงให้ขึ้นมาจากรังเพลิงเพื่อจะได้หยิบออกได้ง่าย

สะพาน (Rib)

    ในปืนลูกซอง O/U สำหรับใช้แข่งขันจะมี Rib อยู่ 3 ด้าน คือ ส่วนบนของลำกล้อง (Top rib) จะต้องเป็นสะพานโปร่งเพื่อระบายความร้อนเมื่อยิงไปนานๆ ปืนจะเกิดความร้อน ทำให้เกิดภาพลวงตาได้ ซึ่งต้องมีสะพานระบายอากาศ มีบางแบบเป็นสะพายตันซึ่งระบายความร้อนไม่ดีนักไม่เหมาะสำหรับการยิงกีฬาเป้าบิน ส่วนบางแบบจะมีRibสูงมากเกือบ 2 cm ก็ไม่เหมาะสำหรับการยิงเป้าบินนานาชาติ[Olympic Trap & Skeet] แต่เป็นปืนที่ทำสำหรับตลาดปืนUSA เพื่อใช้ยิงในระบบของUSAเท่านั้น Ribที่เหมาะสำหรับการยิงเป้าบินในระบบนานาชาติควรเป็น Flat Rib or Step Rib ที่สูงจากลำกล้องประมาณ 6-11 mm และ กว้าง 11x11 MM คือส่วนโคนลำกล้องกว้าง11มม ยาวขนานตลอดไปจดปลายก็ยังคงกว้าง11มมหรือ 7x11 mm  คือ ส่วนโคนกว้าง 7มม แล้วขยายกว้างไปจดปลาย เป็น 11 มม แต่Rib สูงๆในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมจากพวก ยิง Double Trap เพราะ แชมป์โลกใช้Rib แบบนี้ 

 Slide Rib หรือ ริบข้างจะอยู่ด้านซ้ายและขวาของลำกล้องระหว่างลำกล้องบนและล่าง ทำหน้าที่ยึดลำกล้องล่างและบนให้ติดกันและเป็นที่จัดให้ลำกล้องทั้งสองยิงไปยังจุดหมายเดียวกัน ริบข้างนี้มีทั้งเป็นส่วนตันตลอด หนาบ้าง บางบ้าง บางแบบจะมีรูสำหรับระบายอากาศและบางแบบจะมีเฉพาะส่วนปลายเท่านั้น Rib สำหรับยิงเป้าบินควรจะเป็นริปข้างที่มีรูระบายอากาศหรือปล่อยโล่ง มีเฉพาะปลายลำกล้อง หรือ โล่ในส่วนโคนลำกล้องประมาณ 1/4 และ ¾ จะตันพร้อมรูระบายอากาศ
  ในสมัยก่อนปืนลูกซองแฝดซ้อนจะมีแต่ Rib บนตัน หรือไม่มี Rib บน

  ส่วนแฝดขนาน ก็มีแต่ Rib กลางตันเป็นหลังถนน สูงบ้างเตี้ยบ้างแล้วแต่ การออกแบบของโรงงานปืนในแต่ละยี่ห้อ เพื่อให้เข้ากับรูปทรงของปืนที่เขาออกแบบตัวปืนและพานท้าย  มี2-3โรงปืนในอเมริกาที่ทำเป็นRibสูงและโปร่ง แต่ไม่ได้รับความนิยม ก็เลยเลิกทำไป

   ในปืนลูกซองลำกล้องเดี่ยว จะมีทั้ง แบบไม่มี Rib และ แบบ มีRib เลือกได้ตาม กำลังมือที่ กำปัจจัยออกจากย่าม ไม่ใช่ ต้องจากกระเป๋า ของ ผ.บ.ส.ส. ผู้มีอำนาจเต็มแต่ผู้เดียวในกองคลัง

ชุดลั่นไก (Triggers)

       ในปืนลูกซองสำหรับยิงเป้าบินจะเป็นชุดลั่นไกแบบไกเดียวเท่านั้น เพื่อความรวดเร็วในการยิงนัดที่ 2 และจะยิงลำกล้องล่างก่อนเสมอในปืนยิงเป้าบินที่ดีจะสามารถถอดชุดลั่นไกออกจากตัวปืนได้ง่ายโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือใดๆ เพื่อทำการเปลี่ยนชุดใหม่หรืออะไหล่บางอย่างที่ชำรุดในขณะแข่งขันได้โดยเร็วในเวลาอันจำกัด เพื่อทำการแข่งขันต่อไปในปืนกระบอกเดิมตามกฎ เช่น Perazzi mx8 หรือ Beretta Ase gold หรือ DT10 เป็นต้น
     ไม่ใช่แต่ปืนแฝดซ้อนยิงเป้าบินเท่านั้นที่มีไกเดี่ยวและถอดไกได้ ปืนแฝดซ้อน สำหรับยิงนก(Field-Sport- Game Gun) ก็มีเช่นกัน และ มักจะมีปุ่มให้เลือก ว่าจะปล่อย ไม้ตาย ธรรมดา หรือ พี่ไม่ต้องน้องทำเอง อยู่ที่ขนาดของลำ  ไม่ใช่ อยู่ที่เป้าใกล้ หรือ ไกล ต่างหาก  แต่ถ้ามีสองไก แล้วไซร้ ไกหน้าก็จะขออัดลำกล้องล่างก่อนแล้วรอบสองขอข้างบนบ้างนะ   
   ในปืนลูกซองแฝดขนาน ก็เช่นกัน ส่วนใหญ่จะมี สอง ไก ไกหน้าก็จะ เป็นของน้องนางฝ่ายขวา ไกหลังย่อมมาที่หลังอยู่แล้ว ก็ต้องอยู่เบื้องซ้าย แต่ถ้าเบื้องขวาเห็นว่าสู้ไม่ไหวไปวิ่งไม่ถึง ก็ ให้ เบื้องซ้ายที่ อวบอัดแน่เต่งตึงกว่า ออกสู้แทน  หรือ ถ้ามีไกเดียว ก็มักจะมีจุดสัมผัสให้เล้าโลม ว่าจะให้เบื้องขวา หรือ เบื้องซ้าย สู้สู้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22,09, 2007, 19:41:50 โดย Fabbri » บันทึกการเข้า


สด สด ซิงซิง ๆๆๆ
20,09, 2007, 18:31:31
Fabbri
ผู้ดูแล
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,866


ขอมอบ ดอกไม้ ในสวน ให้คุณ


« ตอบ #4 เมื่อ: 20,09, 2007, 18:31:31 »



    มีอีกอย่างหนึ่งเมือพบปืนที่ถูกใจสวยปิ้งโดนใจเลย ทั้งรูปทรงทั้งไม้ทำพานท้าย ถ้าไม่ได้ซื้อ เอาไปกอดนอนแทนเมีย ต้องตายแน่ๆ (คุณ ผู้หญิงก็แทนสามี) โปรดระงับใจไว้ก่อน ต้องนึกก่อนว่าจะเอาไปทำอะไร ยกเว้นท่านที่กูรวยสะอย่างจะซื้อมีปัญหาไม๋ ก็ไม่ว่ากัน เอาว่า คนที่ต้องขอเงินคนอื่นมาซื้อก็แล้วกัน ทั้งพ่อ แม่ สามี ภรรยา ต้องเอาปืนนั้นมาประทับก่อนว่าเข้ากับเราไหม พานท้าย Skeet Trap Sporting Field ต้องแยกให้ออก อย่าชอบจนยอมฝืนตัวเองให้เข้ากับปืน หรือ ฝืนปืนให้เข้ากับตัวเรา คือประทับแล้วรู้สึกเป็นธรรมชาติ เหวี่ยงซ้ายหรือขวา สูง ต่ำ เป็นไปตามใจเรา ถ้ายาวไปสักนิด ยังแก้ไขได้ในร้านทำด้ามปืนเมืองไทย นอกนั้นแก้ไขไม่ได้ ในเมืองไทย บางทีก็มีคนพอทำได้แต่ไม่ชอบทำ เมื่อประทับปืนได้ไม่ขัดขืน เหมือนใส่เสื้อสูทที่สั่งตัดจากช่างชั้นดี ฟิตพอดีกับตัวเรา จากนั้นก็จับปืนแก้ผ้า เพื่อดูรูปร่างอัน เปลือยเปล่าที่ซ่อนทุกอณูภายในร่มผ้า

       แก้ผ้าเพื่อดูสรีระว่าสูงยาวเข่าดี 36-22-36 นิ้ว + 170ซม อันงดงาม หรือ อึ่งอ่างพองลมอึดถือ หรือ ฝากระดานดีดลูกเกดไปติดสองจุด   คือ ถอดลำกล้องออกดูที่โคนลำกล้องแถวๆใต้รังเพลิง เขาจะบอกหมดล่อนจ้อนเลยว่า ปืน ขนาดอะไร 12 20 28 .410 ความยาวของกระสุน 65 หรือ 70 หรือ 76 มม ปืนรุ่นใหม่ไม่มีปัญหาเรื่องดินปืน แต่รุ่นปืนเก่ามากต้องดูว่าใช้ดินดำหรือ ควันน้อย  ขนาด ของโช็ค ก็เช่นกัน ถ้าเป็นปืน SKEET  นอกจากพานท้ายที่ต่ำกว่าปืนทั่วไปแล้ว ที่ลำกล้องต้องตี S\\K,S\\K ทั้ง 2 ลำกล้อง ปืน Trap พานท้ายจะสูงกว่าปืนทั่วไปที่ลำกล้องจะตี ๐๐/๐ หรือ 8/10 หรือ Im MOD \\ FULL จากนั้นก็บอกรูกว้างหรือรูแคบ อย่าคิดมาก คือรูลำกล้อง คงจะประมาณ 18.4มม ต่อไปก็จะบอกน้ำหนักลำกล้อง 1.56 หรือ 1.65 KG ปืนทีโช็คนอกเหนือจากนี้แล้วก็เป็นปืนยิงนก ระยะใกล้หรือ ไกล แล้วแต่เขาจะเขียนไว้ ไม่ใช่ลำกล้องยาวยิงไกล ลำกล้องสั้นยิงใกล้ ปืนบางกระบอก ลำกล้องยาวมาก แต่โช๊คกว้างมากหรือถูกตัดไป ก็ยิงได้ใกล้ๆ บางกระบอก ลำกล้องยาวแค่ 25 นิ้วแต่เป็น Full Choke ก็มี

  พี่ๆครับเราพูดถึงปืนลูกซองกันมาไม่ว่าจะด้วยเรื่องลำกล้องการแกะลายแต่คิดว่ายังขาดสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ถือได้ว่าเป็นศาสตร์ของปืนลูกซองไป ทำไมปืนชั้นดีถึงต้องใช้ระดับMASTERในการทำพานท้าย และทำไมฝรั่งถึงพูดกันว่า

Engraving takes some months or years to be made and many men can make it. Beautiful rare walnut takes hundreds of years to be made and ....only God can make it.

  ไม่ว่าจะเรื่องการคัดชิ้นไม้สีของไม้การตัดแบ่งตอไม้เพื่อเอามาทำพานท้ายเพื่อให้ได้ลายที่สวยที่สุดและให้ความแข็งแรงที่สุด 
    รบกวนพี่ๆขยายความต่อด้วยครับ

      เอาสั้นๆก็แล้วกันนะ พานท้ายไม้ที่ดี และ ที่แพง ก็ ต้องทำจากไม้ วอลนัท [Walnut] มีไม้อื่นทีดี ก็มี เช่นไม้ maple wood beech wood  แต่พานท้ายปืนที่ดีทีสุด กลับทำด้วยวัสดุที่ถูกที่สุด คือ  fibers ที่ปืนในอเมริกาใช้กัน แต่สวยเป็นจรกาเลย ที่ดีเพราะหล่อได้ขนาดที่ฟิตกับปืนที่สุด และควบคุมเกรนของไฟเบอร์ ให้เป็นไปตามที่เราต้องการ จึงช่วยกระจายแรงถีบของปืนได้ดีที่สุด

    ถ้าเราเห็นไม้มีลายสวยๆ เป็นลายก้อนหอย ลายเสือ สีก็สวย อย่านึกว่าเป็นไม้ดี (ปืนถูกที่มีลายสวยๆ ยกตัวอย่างก็ได้CZ ลองเอากระดาษทรายขัดออกซิ จะเป็นไม้สีเหลืองๆ ไม้ฉำฉายังมีลายมากกว่า เพราะ ใช้สีเขียนแล้วทำสีน้ำตาลทับ) หรือ มีลายสวยแต่เสี้ยนไม้ไม่เป็นระเบียบแทนที่ปืนจะถีบมาตรงๆกลับ ถีบไม่เป็นที่เป็นทางก็เลยมีอาการปืนตบบ้าง ยิงแล้วไม่รู้ปืนสะบัดลำกล้องไปทางใด ยิงนัดทีสองก็ช้าเพราะปืนเบนไปทางอื่น ไม้ที่ดีต้องมีเกรนที่ตรงและลายสวย ที่แพงที่สุดก็ต้องไม้ทั้งสองด้านต้องมีลายไม้เกือบเหมืนกัน ถ้าเหมือนกันเลย ก็คนทำเขียนกับมือเองแล้ว จะเอาลายอะไรบอกมาจัดให้ไม่แพง

     ไม้วอลนัทที่เอามาใช้ ต้องอยู่ส่วนโคนต้นหรือใต้ดิน อายุกว่า50ปีขึ้นไป ต่อไปนี้จะเล่าแต่พานท้ายที่ทำจากไม้วอลนัทเท่านั้น ไม้ที่แพงที่สุด คือไม้จากอังกฤษ ทั้งๆที่ลายเป็นเส้นๆสีดำเท่านั้น ที่แพงเพราะ เป็นไม้ที่ทำพานท้าย ไรเฟิลและไรเฟิลแฝด ที่แพงมากๆ เป็นไม้ที่ทั้งเหนียวแน่น น้ำหนักดี(หมายถึงไม่หนักไม่เบาเกินไป) และสำคัญที่สุด ก็ เกรนไม้หรือเสี้ยนไม้เป็นแนวมีระเบียบ ที่เกิดจากธรรมชาติ ช่วยลดและกระจายแรงถีนของปืนได้ดี ทนทานไม้บิดเบี้ยว หักงอยากมาก แกะลายกันลื่อนละเอียดที่สุดก็ได้  แต่น่าเสียดาย อังกฤษออกกฎหมายห้ามตัดไม้เมื่อหลายสิบปีก่อน ปัจจุบันถ้าจะหาไม้ของอังกฤษมาทำพานท้ายมีวิธีเดียว และยังทำกันอยู่คือ เลือกซื้อบ้านเก่าที่ใช้ไม้พวกนี้ทำขื่อทำเสา  แล้วรื้อไม้มาทำพานท้ายได้ไม่กี่อัน นี่แหละเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ปืนไรเฟิลแฝดอังกฤษแพงนักหนา ก็มีบ้างที่คนบ้าเอามาทำปืนลูกซองแฝด คนซ่อมปืนที่H&H ยังบอกว่า ยูบ้าหรือเปล่า ที่เลือก ไม้วอลนัทอังกฤษ ปืนยูใช้แค่ วอลนัท จาก ฝรั่งเศส หรือ ตุรกี ก็พอแล้ว ก็ไอบ้าจริงๆ ถ้าไม่บ้าจริงคงไม่มาหายู
ต่อไปเป็นไม้จากประเทศอื่นๆ

      ที่ต้องเขียนหลายๆตอนก็เพราะ อายุมากพิมพ์ก็ต้องจิ้มทีละตัว กดผิดกดถูกพิมพ์ไปต้องมากแล้วดันไปกดลบ เลยหายหมด เลยต้องพิมพ์ไปส่งไป กันลบ อย่าถือสารำคาญ

  ไม้ที่ทำพานท้ายที่ดีต่อมาเป็นลำดับดังต่อไปนี้ French  Turkey USSR Iran China และ  California  ทำไมไม้ของอเมริกาไม่ดีทั้งๆที่สีก็สวย ลายก็ดี คือเป็นไม้ที่ปลูกใหม่ ดินชุ่มน้ำเนื้อนิ่มไป  ถ้าพูดภาษาไวน์ก็ต้องบอกว่าเป็นโลกใหม่

  เมื่อไม้จากทุกประเทศที่ตัดออกจากป่ามา ก็จะนำมากองรวมเป็นกองๆ มากน้อยแล้วแต่คนขาย จากนั้นก็จะมีการประมูลผู้ที่ดูไม้จะต้องเก่งมาก เพราะเขาไม่ได้ผ่าไม้ให้เราดูข้างใน ว่าไม้ท่อนนี้ เกรนไม้ดีไหม มีลายมากน้อย มีผุใส้ใน มีอีกหลายอย่างที่เมื่อทำการประมูลมาด้วยราคาแพงแล้วพอผ่าออกมาก็ต้อง เอาไปทำปืนถูกๆหรือทำฟืนไปเลยด้วยความเจ็บใจ ถ้าโชคดี ได้ไม้ที่ดีสัก 20-30% ก็เก่งแล้ว

   เมื่อได้ไม้มาแล้วก็จะเอามาผ่าให้เป็นแผ่น หนาประมาณ 4 นิ้ว ตามที่ต้องการแล้ว ก็นำมาวางแล้วใช้ ง่ามเหล็กเหมือน เหล็กคีบถ่าน ยาวๆ ตรงปลายจะมี ช็อก ติดไว้ทั้งสองด้าน แล้วนำไปวงตรงรอยตำหนิทีพบ เมื่อทำเสร็จด้านหนึ่ง ก็กลับข้างทำอีกด้านหนึ่ง ที่ทำเช่นนี้เพื่อหาตำหนิที่ไม้ทั้งสองด้าน ไม่ใช่ดูด้านเดียวว่าสวยพอพลิกไปอีกด้าน อ้าวมีตำหนิอีก ก็เสียเวลา เมื่อได้พื้นที่ไม้ทีไม่มีตำหนิแล้วก็นำแบบที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม คางหมู มาทาบ ดูทั้งเกรนและลาย ที่เหมาะสมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วก็ตัดไม้แผ่นนั้นออกมาเป็นชิ้นๆ

        ก็ได้ไม้รูปสี่เหลี่ยมคางหมู คือ ตรงปลายพานท้ายจะกว้างกว่า ทางคอปืน จากนั้นก็เอาน้ำหรือ น้ำมันมาลองเช็ดดูนิดเดียว นิดเดียวจริงๆ แล้วจะเล่าให้อ่านที่หลัง ให้ลายเด่นขึ้นมา แล้วก็คัด ไม้ที่ดีทีสุดสวยที่สุดแพงที่สุด และรองๆลงมา ส่งขายตามโรงงานปืนหรือร้านทำพานท้ายที่ต้องการ ราคา ถูกแพงเท่าไร ก็ว่ากันไป ในแต่ละปีไม้จะแพงขึ้นไปเรื่อยๆ

  เมื่อช่างได้ไม้มาแล้วก็นำไปหลาวเลยหรือ ง่ายจัง ยังๆ ไม้พวกนี้อีกหลายปีกว่าจะทำพานท้ายได้ และ ราคาแพงจากวันที่ซื้อมาอีกกว่าเท่าตัว

     เมื่อ เราได้ไม้จากโรงเลื่อยแล้ว ลายสวยมากๆ เสี้ยนดี เป็นแนวตรง สีน้ำผึ้งป่าตัดกันสีดำ มีเหลือบเงา น้ำหนักดีมาก ก็รีบวิ่งไปหาช่างทำพานท้าย ที่โรงงาน Perazzi ใช้เครื่องทำ ประมาณ80% อีก20% แต่งด้วยมือ หรือ ไปหาช่าง ในซอยเล็กๆ เป็นโรงรถมืดๆ แต่หลาวด้วยมือ 100% ช่างทั้ง 2 โรงงาน จะหยิมไม้มาดูแล้วเคาะ แล้วจะบอกว่า ช้าก่อนโยม กลับไปนั่งทำสมาธิสัก2-3 ปีแล้วกลับมาคุยกันใหม่ เพราะไม่ที่เอามานั้นยังไม่แห้ง เคาะแล้วมีเสียงไม่กังวาน ทดลองเอาสมุดโทรศัพท์ (พวกอเมริกันนึกอะไรไม่ออกก็พึ่ง ทั้งหาเบอร์โทรทั้งทดสอบปืน) ที่แห้ง กับ ชื้น เคาะดูจะรู้ได้ เราก็ต้องเดินคอตกกลับบ้าน

  ไม้ที่ได้มายังสด ถึงแม้นบางโรงงานจะอบแห้งมาแล้วก็ต้องทิ้งไว้ มี2 กรณี คือทิ้งให้แห้งกับทิ้งให้ความแห้งคืนตัว ไม้ที่ไม่ได้อบ เมื่อซื้อมาก็ เอามาชั่ง จดน้ำหนักไว้ จากนั้นก็วางตั้งไว้ เหมือนในรูป ของท่าน ชลทิศ ให้อากาศพัดผ่านสะดวก บางคนก็เอาไปไว้ใต้หลังคา จะได้เร็วดี แต่ห้ามตากแดด ทุกปีก็จะเอามาชั่ง ว่าน้ำหนักลดไปเท่าไร และต้องพลิกกลับด้านด้วย เอามือลูบเบาๆ แหมทำอย่างกับเก็บไวน์ แน่ะ ใช่เลยมีทั้งถูกและแพงถ้าเก็บไม่ดี นี่เป็นคำตอบว่าเมื่อได้ไม้มาแล้วทำไมห้ามทาน้ำมัน หรือใช้น้ำ ลูบเบาเพื่อดูลาย เพราะถ้าทาน้ำมัน ไม้จะแห้งช้าหรือไม่แห้ง รอจนไม้แห้ง2-3ปีแล้ว น.น. ไม่เปลี่ยน จึงวิ่งกลับไปหาช่างได้ ส่วนไม้ที่อบมาถึงแม้นจะแห้ง บางโรงงานทำให้แห้งแค่70-80% แล้วมาผึ่งต่อไม่นาน บางโรงงานอบมากไป ก็ต้องมาผึ่งให้ความชื้นคืนตัว ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ที่สำคัญที่สุด คือ น้ำหนักต้องไม่เปลี่ยน  ต่อไปก็หาช่างหลาวพานท้าย จะไปหาที่ไหนละ ติดตามต่อไป

    เมื่อได้ไม้ที่ดีดังใจ เป็นไม้ที่รักสุดชีวิต ก็วิ่งไปหาช่าง เอ้จะหาช่างใช้เครื่องทำ หรือใช้มือทำ 100%ดี ไว้ค่อยคิดที่หลัง ต้องหาปืน จะเอาแฝดขนาน หรือแฝดซ้อน เมื่อเลือกปืนแล้ว ก็หา ปรมาจารย์ ที่จะวัดตัวเราว่า สัดส่วนของพานท้าย ขนาดและรูปร่างอย่างไรจึงจะทำให้เรายิงได้ดีที่สุด เท่าที่เคย พบมามี 2-3 แบบ แบบ ที่1 ง่ายมาก ใช้เงินมาก คือ ซื้อพานท้ายมาหลายๆขนาดหลายๆแบบ หรือปรับได้ อันไหนใช้แล้วยิงไม่โดน ก็เอาไปทำฟืน อันที่ใช้ได้ก็ส่งไปให้ช่างหลาว แบบที่เราว่าใช้ได้ แบบ ปรันได้ ก็ปรับมันทั้งปีทั้งชาติ วันนี้ยิงไม่ดีก็โทษพานท้ายต้องปรับใหม่ โมโหทะเลาะกับแฟนมา หงุดหงิดก็ ปรับพานท้าย เคยพบนักยิงปืนชาวอิตาลี่คนหนึ่ง เห็นแกยิงไปชุดหนึ่ง ก็เขามาที่ห้อง เอากระดาษทราย ขัดพานท้าย ออกไปยิงกลับมาก็ เอาขี้เลื่อยพอกใหม่ ทำอยู่อย่างนี้ ก็เลยถามเพื่อนว่าทำไมเขาทำอย่างนี้ เพื่อนบอกว่า เขาทำแบบนี้มา30ปีแล้ว ตอนนี้อายุก็70ปี คงถูอีกไม่นาน มีคนไต้หวัน รวยมาก เป็นเจ้าของธนาคาร ซื้อพานท้าย Perazzi ทีละ10 อัน ทั้งขัดทั้งแต่ง จนหมด แล้วก็สั่งใหม่อีก 10 วันหนึ่งเพื่อน ทำให้ เขา เขาก็เอาไปยิง Trap ชุดแรก ได้ 25 เต็ม ดีใจมาก เมียเขานั่งดูอยู่ด้วย ก็บอกว่าถ้ามือบอนไปแต่งอีก ก็จะห้ามยิงปืน เขาบอกว่าพานท้ายดีมากแต่เวลายิงแล้วมันกระทบฟันเล็กน้อย ไม่เป็นไร วันรุ่งขึ้น ก็มายิงอีก คราวนี้ไม่กระทบแล้ว ท่านทายดูซิว่าเขาแก้ไขอย่างไร คงไม่มีใครนึกถึงแน่ เขาไปหาหมอฟัน กรอฟันออกจะได้ไม่กระทบ เรียกว่าแฟนพันธุ์ แท้จริงๆ

     วิธีที่2 แบบ อิตาลี่  สมมุติ ว่าเราไปสั่งปืน Trap ก็แล้วกันคือ ที่โรงงานปืนจะมีปืน ที่ทำไว้สำหรับให้คนทดลอง [ Try Guns]ที่พานท้ายจะมีที่ปรับมากมาย เขาจะให้เราประทับ แล้วเล็งปืนไปตรงหน้าเขา เมื่อประทับเล็งได้ที่แล้ว เขาจะดูที่ปลายลำกล้อง เล็งมายังลูกตาดำของเรา ถ้าไม่ตรงเขาก็จะปรับพานท้ายจนตรง แล้วเขาปรับอะไรบ้าง
  1 ความยาวของพานท้าย 2 ความสูง ของโหนกส่วนหน้าและต่ำส่วนหลัง Drop at comb  และ    Drop at heel  3 ต่อไปก็ปรับ มุมเอียง(Cast)  4 ปรับองค์ศา ของส้น[ Pitch] 5 ปรับระยะห่าง ของ ด้ามจับ(คอปืน) 
เมื่อปรับได้ที่แล้ว ก็ให้เรา ยกประทับหลายๆครั้งจน แนวสันปืน [Rib] ตรงกับตาดำเราทุกครั้ง จนเมื่อย บางทีช่างวัดก็โมโหเหมือนกัน เพราะเราประทับไม่อยู่ทีเดิม
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24,09, 2007, 21:31:24 โดย Fabbri » บันทึกการเข้า


สด สด ซิงซิง ๆๆๆ
20,09, 2007, 18:31:49
Fabbri
ผู้ดูแล
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,866


ขอมอบ ดอกไม้ ในสวน ให้คุณ


« ตอบ #5 เมื่อ: 20,09, 2007, 18:31:49 »

    ทำไม พานท้ายปืนจึงทำพิมพ์นิยมไม่ได้ (ก็ใช้ได้ แต่ ใช้ไม่ดี) เพราะ รูปร่างของคนไม่เหมือนกัน สูง ต่ำ อ้วนผอม แขนสั้น ยาว อุ้มมือ เล็กใหญ่  นิ้ว สั้น ยาว บ่าแคบ กว้าง คอสั้น ยาว โหนกแก้ม ตอบ อูม หน้าผาก สูงต่ำ  ตา สั้น ยาว และที่ลำบากที่สุด คือ คนถนัดขวา แต่ ตาซ้ายแข็ง  นิสัยคน ยิงช้า เร็ว 

      เมื่อช่างวัดและจดบันทึกไว้แล้วก็ จะป้อนข้อมูลเข้าเครื่อง เอาไม้ใส่ในเครื่อง กดปุ่ม ประมาณ 20-30 นาทีก็จะได้พานท้ายเสร็จออกมา ประมาณ 80% ช่างก็นำมาตบแต่งด้วยมือ ส่วนที่เหลือ ขัดแต่งให้เรียบ ให้เข้ากับโครงปืน  ใส่ยางรอง (ยังไม่แกะลายเม็ดที่ด้าม เพราะ ต้องรอทำสีก่อน) เราก็ ขอเขา ออกไปยิงจริงๆ กับกระสุน และเป้าจริง ช่างที่ดีก็จะดูเรายิง แล้วก็นำมาปรับแต่งอีก จนพอใจ แล้วจึงส่งให้ช้างทำสี ทาน้ำมัน หรือ พ่นแล็กเกอร์ เป็นอันจบ ต่อไป เราไปดู ว่าที่ H&H เขาทำอย่างไร

    เมื่อ ปี 1986 บิน ไปถึงสนามบินที่ London ก็นั่ง แท็กซี่ ไป ที่  33 Burton Street อันเป็นที่ตั้งร้าน H&H [HOLLAND&HOLLAND]  แต่ตัวแบบตี๋ไทยแลนด์ ชุดไปเมืองนอก กับ ชุด เข้าป่าชุดเดียวกัน (ส่วนมากคนที่ไปร้านนี้จะแต่งตัวเรียบร้อยแบบอังกฤษ เปรียบ มีคนเดินตามล้อมหน้าล้อมหลัง) และเมื่อ สมัยนั้น ร้านเขาก็เก่าๆมืดๆทึมๆ ห้องเดียวเล็กมาก เพราะ หลังสงครามโลก ทุกอย่างเจ้งหมด ร้าน Purdy ก็มีสภาพไม่ต่างกันเท่าไร ปืนราคาแพงขนาดนั้นใครจะซื้อ แต่ไม่นานหลังจากปี 1986นั้น ร้านกลายเป็นสองห้องหรูหราฟู่ฟ่ามาก ที่เป็นเช่นนั้น เพราะ บ. น้ำหอม ชะแนล เข้ามาซื้อ แล้วลงทุนปรับปรุงใหม่หมด แต่เน้นเครื่องแต่งกาย ชุดเข้าป่า ยิงนก ล่าสัตว์ เล่าซะยาวเลย ไปถึงไหนแล้ว อ้อ ถึงหน้าร้านเก่าๆ ตูมาผิดร้านหรือเปล่า พอเข้าไป โอ้โฮ พนักงานแต่งตัวดีกว่าเรามากเลย เมื่อ เจรจากันจนเมื่อยมือแล้ว ก็เริ่ม สั่งตัดพานท้าย (หลายๆท่านชอบใช้คำนี้) ปืนที่เอาไปซ่อม อย่าเข้าใจผิด ไม่ได้ไปสั่งใหม่หรอก เอาปืนเก่าไปซ่อมและทำพานท้ายใหม่ แถมปืนไม่ใช่ H&H ด้วยเป็นยี่ห้ออื่น ที่ไปที่นั่น เพียงต้องการรู้ว่า เขาวัดพานท้ายอย่างไร ได้ยินได้ฟังมามันเว้อรไปหรือเปล่าต้องไปลอง

      มันจะเป็นห้อง กว้างๆ ให้เราถือปืน (ปืนที่ใช้วัดพานท้าย TRY guns ก็เหมือนกันทั่วโลก) อยู่มุมห้องฝั่งนี้ แล้วช่างไปอยู่อีกมุมห้องหนึ่ง พอเขาตบมือ ก็ให้ ประทับเล็งไปยัง หน้าเขา 2-3 ครั้ง แล้วเขาก็จะมาปรับพานท้าย ทำอยู่อย่างนี้ จนพอใจทั้งสองฝ่ายแล้ว ก็น่าจะใช้ได้ เขาก็บอกยังก่อนน้อง รอสักครู่ เขาไปปิดม่านปิดไฟ ให้ห้องมืด แล้วก็เดินไปตามจุดต่างๆ ตบมือ แล้วให้เราเล็งไปยังเขาเหมือน เวลาเปิดไฟสว่าง พอเขาตบมือเราก็เล็งไปตามเสียง แล้วประทับนิ่งๆไว้เขาก็จะเปิดไฟดูว่าประทับตรงไหม เขาจะไม่อยู่กับที่ เขาจะเดินเป็นครึ่งวงกลม บางที่ผู้ช่วยเขาก็ตบ ด้วย ก็ต้องประทับแล้ววาดปืนไปอีกจุด ทำเช่นนี้จนได้ที่ ก็จะเอาปืนนั้น มาวัดแล้วส่งให้ช่างไปทำต่อ พานท้ายที่นี่ทำ เป็นพานท้ายลูกซองแฝด สำหรับยิงนก

    เรามาว่ากันต่อถึงไหนแล้ว พานท้ายปืนจะมีแบบถอดได้ โดยสะดวกเพียงแค่ ไขควงตัวยาวๆตัวเดียว กับ ที่ติดแน่นกับปืน เวลาถอดโคลงปืนกับไม้ต้องใช้ช่างที่ชำนาญ และ เครื่องมือที่ดี ส่วนมากจะเป็นปืนยิงนก หรือไรเฟิลแฝดขนาดใหญ่ ปืนแข่งมีบ้าง แต่ใกล้จะสูญพันธ์แล้ว เพราะนักกีฬาจะต้องมีพานท้ายหลายอัน คือ เมื่อปืนเสียก็ถอดพานท้ายไปใส่ปืนใหม่ได้เลย หรือ เกิดอ้วนขึ้น หรือ ผอมลง อายุมากขึ้นยิงช้าลง ตาไปทำเรสิกมาก็เปลี่ยน ( ใช่ไหมท่านลูกซองสั้น ) เหล่านี้เป็นต้น ปืนแข่งขันรุ่นใหม่ๆ จึงต้อง ออกแบบมาให้เปลี่ยนทุกอย่างได้ดังใจ
    แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอันไหนถอดง่าย หรือ ถอดยาก  ถ้าพบปืนที่มีรูอยู่กลางส้นปืน ดูรูปประกอบ จากที่ท่านลูกซองสั้นกรุณาลงให้ดู  แต่มีบางยี่ห้อ ที่ต้องถอด แผ่นยางรองพานท้ายออกก่อน เช่น Browning  พานท้ายที่ถอดได้ ทำได้ง่ายกว่าที่ถอดไม่ได้และสามารถควบคุมน้ำหนักของพานท้ายได้ด้วย เพราะน้ำหนักมีส่วนทำให้ปืนมีสมดุลที่ดี และ สมดุลนี้สำคัญที่สุดของปืนลูกซอง ส่วนปืนที่ถอดพานท้ายไม่ได้ เราจะพบได้ง่ายถ้าปืนนั้นเป็นพานท้ายล้วนๆไม่มียางรอง ไม่มี รูที่เจาะไว้ให้แยงไขควง และที่โครงปืนตรงหางปลาหรือหางเหยี่ยว จะมีหัวตะปูควงอยู่อย่างน้อย น่าจะ สองตัว สอดจากโครงส่วนบน ลงมายังโกร่งไกส่วนล่าง เพื่อยึดโครงปืนกับไม้ให้มั่นคง และ ชุดลั่นไกปืนบางแบบต้องอาศัยโครงไม้เป็นส่วนประกอบด้วย พานท้ายที่ถอดไม่ได้ ทำอยากมากสำหรับปืนที่มีสมดุลดี เพราะต้องคำนึงถึงสัดส่วนของผู้ใช้งาน รูปทรงที่สวย และน้ำหนักที่ดี
พานท้าย ปืนจะมีอยู่ ประมาณ 5 แบบ

1. Pistol grip ก็คือ แบบคอปืนเป็น คล้ายด้ามปืนสั้น มักจะใช้ สำหรับปืน Trap Skeet Sporting
2. Pistol  grip Montecarlo คือ พานท้ายที่มีสันยก ตรงโหนกแก้ม มักจะทำสำหรับพวกที่ก้มหัวไม่เป็น เช่น อเมริกันชน ที่ชอบยืนตัวตรง ไม่ก้มหน้าเหมือนยิงไรเฟิล
3. Semi pistol  คือ มีคอปืนเป็นแบบปืนสั้น แต่ องศา กว้าง กว่า เช่นที่เราพบเห็น ก็ Browning A5
4. English      ก็ที่เราเห็น เป็นคอตรง ส่วนมากจะใช้กับปืนยิงนก สำหรับปืนแฝด ขนาน มีบ้างที่ใช้กับปืน แฝดซ้อน
5. Dove - neck คือ คอปืนจะอ่อนช้อยกว่า คอตรง แต่ไม่กระด้าง เหมือน Pistol ไม่เข้าใจทำไม่เขาเรียกคอนกเขา มันน่าจะเรียก คอห่าน เอ้ย คอ หงส์ นะ มันยาวกว่านกเขาตั้งมาก ก็ใช้สำหรับ ยิงนก
  ก็ต้องขอพักเรื่อง พานท้ายไว้ก่อน เพราะ ทำเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ทำสี ทำไมต้องรอ ใจร้อน แล้วจะเล่าต่อ
  ที่รอก็เพราะ ว่ายังไม่ได้ทำกระโจมมือ อย่าคิดเป็นอย่างอื่น ต้องหาไม้ให้เข้ากับพานท้ายด้วย ถ้าเป็นไม้ชิ้นเดียวกันก็จะดี
  กระโจมมือ มี ที่เห็นทั่วไป แบบแฝดขนานก็มันแบบเดียวที่เราเห็นประจำ เป็นแผ่นไม้บางๆ มีบ้างที่ทำใหญ่มากจนหุ้มขึ้นมาเกือบครึ่งลำกล้อง แต่น้อยมาก และไม่สวย
กระโจมมือ (For end) กระโจมมือของปืนยิงเป้าบิน O/u มีอยู่ 3 แบบ คือ
1. Round For end  กระโจมมือแบบกลม
2.Beavertail For end  ลักษณะกลมและมีร่องส่วนบนมือให้นิ้วมือกำได้แน่นขึ้น
3.Schnabel For end  ลักษณะช่วงโคนจะใหญ่แล้วเรียงเล็กในช่วงปลายเป็นFor end ที่มีขนาดบางและเล็กสุด เหมาะสำหรับใช้ในการยิงนกและSporting … ส่วน Fore-endที่เหมาะสำหรับการยิงเป้าบินในการแข่งขัน คือBeavertail เพราะทำให้กระชับมือที่สุด

   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20,08, 2008, 19:28:49 โดย Fabbri » บันทึกการเข้า


สด สด ซิงซิง ๆๆๆ
20,09, 2007, 18:50:21
mr.sabot®
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,683



« ตอบ #6 เมื่อ: 20,09, 2007, 18:50:21 »



    ยอมถูกหลอก  ปูเสื่อรอ  ;D
บันทึกการเข้า

มีนอ๊ตหัวเหลี่ยม สำหรับ 452 STD  อเมริกัน
 วามิ้นท์  456  จำหน่าย
http://www.yota-thai.net/viewpage.php?page_id=1
http://www.coe.or.th/
ACE 47350
20,09, 2007, 19:02:44
STeelShoTS
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 812


โฉมหน้าพริตตี้เป้าบิน..........


« ตอบ #7 เมื่อ: 20,09, 2007, 19:02:44 »

หมึกย่าง ชิ้นปิ้งร้อนๆมาแล้วจ้า..........รับเม็ดมะขามคั่วด้วยไหมครับคุณตู้  หนังยาวนะ........ :D
บันทึกการเข้า

Pathumthani Clay Shooting Team(PCST)
20,09, 2007, 20:46:28
steel
VIP
สมาชิก
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 395



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 20,09, 2007, 20:46:28 »

ท่านตู้ ท่านmosino  ขอปลาหมึกหน่อยจะรออ่าน อ่านตอนเช้าเดี๋ยวตกเก้าอี้อีก ฮ่า...ฮ่า...
บันทึกการเข้า

20,09, 2007, 21:09:00
N @ N J @ N G
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: 20,09, 2007, 21:09:00 »

:D  มาแล้วครับ  รางวัล Oscar   ติดตามได้ที่ Post # 1 ครับ   ;D ;D

ท่าน Febbri มาจริงๆ  นึกว่าหลอก  มิตรรัก  ไชยา  แฟนเพลง  :D
บันทึกการเข้า
21,09, 2007, 11:00:44
REF.333
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: 21,09, 2007, 11:00:44 »

รู้เขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก  :D  รอข้อมูลดีๆอีกครับ  :D
บันทึกการเข้า
21,09, 2007, 11:04:18
wich
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: 21,09, 2007, 11:04:18 »

อยากให้พี่ๆ วิจารณ์ ปืน แต่ละกระบอกที่น่าใช้บ้างครับ เพราะน้องใหม่ๆ ตอนนี้คงอยากได้ปืนกันบ้าง แต่ไม่รู้จะเริ่มจากปืนอะไรดีครับ

เอาแบบราคาน้อยๆไปเลยนะครับพี่ ขอบคุณครับ ;D
บันทึกการเข้า
21,09, 2007, 12:03:26
นาย C
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 818


ธรรมมะคือธรรมชาติ


« ตอบ #12 เมื่อ: 21,09, 2007, 12:03:26 »

เรื่องแบบนี้ขาดผมไปได้อย่างไรละครับท่านพี่ใหญ่  ;D เรามาคุยกันที่นี่ซะหมด ที่บ้านใหญ่เราเลยเงียบไปเลยนะครับ :(
บันทึกการเข้า

หยุดก่อน คุณทหาร คุณตำรวจ หยุดสวด หยุดบรรเลง เพลงศึก มาเถิดดื่ม น้ำเย็น จากบ่อลึก ผนึก หัวใจ ไตร่ตรอง ลูกกระสุน ของใคร แล่นไปฆ่า ผู้ที่ตาย วายชีวา มีเจ้าของ เราฆ่ากัน เพื่อไทย เลือดไหลนอง แต่ศึกต้อง ยืดเยื้อ นี้เพื่อใคร ..............................
21,09, 2007, 12:25:16
งานเข้า
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 301


« ตอบ #13 เมื่อ: 21,09, 2007, 12:25:16 »

อ่านยาวเลย
บันทึกการเข้า
21,09, 2007, 12:27:57
เมืองเลย เจ คลับ
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,324

ความพยามยามอยู่ที่ตัวเรา ความสำเร็จอยู่ที่ฟ้ากำหนด


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 21,09, 2007, 12:27:57 »

เต็มใจให้หลอกครับ
บันทึกการเข้า

เมืองเลย เจ คลับ
http://www.loei-jclub.com/
หน้า: [1] 2 3 ... 8   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: