GUN IN THAILAND
23,10, 2014, 17:00:45 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google

หน้านี้ ยุติการ Post แล้วครับ !!
 เวปบอร์ด gun.in.th ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่


   http://2013.gun.in.th
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีดูงาช้าง  (อ่าน 40258 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
27,11, 2008, 21:59:48
กาแฟดำ
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,582



« เมื่อ: 27,11, 2008, 21:59:48 »

ผมมีข้อสงสัยจึงอยากสอบถามพี่ๆ  หน่อยครับว่าเราจะมีวิธีดูงาช้างอย่างไรว่าเป็นงาจริงหรืองาปลอม  ช่วยให้ความรู้ทีครับ  ขอบคุณ   ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

สนใจสอบถามและสั่งซื้อสินค้า  "ร้านชำกาแฟดำ"  โทร.  083-8197000  และ  086-4000340  e-mail  blackcoffee1911@gmail.com
27,11, 2008, 22:01:05
axes-colt1
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 27,11, 2008, 22:01:05 »

รอฟัง
บันทึกการเข้า
27,11, 2008, 22:04:32
toto
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,289


*ใจเย็นจะเย็นใจ*


« ตอบ #2 เมื่อ: 27,11, 2008, 22:04:32 »

อยากรู้เหมือนกันครับ...ว่าวิธีดูว่าจริงหรือปลอม ดูอย่างไร...
บันทึกการเข้า
27,11, 2008, 22:05:47
CZ P-06
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,915



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 27,11, 2008, 22:05:47 »

http://www2.g-pra.com/auction/view.php?aid=2120157
บันทึกการเข้า
28,11, 2008, 13:57:59
พ่อเลี้ยงหนุ่ม
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 771


เขี้ยวเสือ ตะกุดและปืน จะไม่ห่างตัว


« ตอบ #4 เมื่อ: 28,11, 2008, 13:57:59 »

ถ้าถามคำถามนี้กับชาวบ้าน เขาก็จะตอบว่า ให้นำเข็มไปเผาไฟจนร้อนจัดเป็นสีแดง แล้วแทงเข็มลงไปบนงาช้างนั้น ถ้าเป็นงาช้างปลอม เข็มร้อนนั้นจะทะลุลงไปในงาช้างได้อย่างง่ายดาย ถ้าเป็นงาช้างแท้ จะปรากฏเพียงรอยปลายเข็มหรือรอยจุดไหม้เท่านั้น

     แต่ถ้าถามคำถามนี้กับนักวิทยาศาสตร์ เขาก็จะบอกว่า วิธีดังกล่าวข้างต้นไม่อาจพิสูจน์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะปัจจุบันงาช้างเทียมประดิษฐ์ขึ้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจนได้วัสดุที่คล้ายงาช้างจริงมาก  การตรวจพิสูจน์จึงต้องทำตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

     งาช้างฝังอยู่ในช่องส่วนหัวของช้าง ตอนโคนงามีช่องว่าง  ซึ่งประกอบด้วยเนื้อและประสาท  ส่วนปลายแข็งตัน ช้างแอฟริกามีงาใหญ่มาก เคยพบงาที่มีน้ำหนักถึง ๓๐ กิโลกรัม  งาจากช้างพันธุ์ต่าง ๆ จะมีคุณสมบัติต่างกันในแง่ความแข็ง สี ความมันความทนทานต่อการเปลี่ยนอุณหภูมิ งาช้างเอเชียเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ง่าย ทว่าเหมาะแก่การแกะสลักเพราะมีเนื้ออ่อนและเหนียว

     เมื่อนำงาช้างมาตรวจดูด้านตัดขวาง จะเห็นเป็นสีขาวนวลเนื้อเนียนเป็นมัน มีลายเป็นรูปตาข่ายเล็ก ๆ ส่วนด้านตัดตามยาวของงาช้างเมื่อมองผ่านกล้องขยาย จะเห็นท่อเล็ก ๆ มากมาย  ซึ่งมีสารอินทรีย์กระจายอยู่ทั่วไป การที่งาช้างประกอบด้วยท่อเล็ก ๆ  ซึ่งมีสารอินทรีย์อยู่ด้วยนี้ ทำให้งาช้างมีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูงสะดวกต่อการแกะสลัก อีกทั้งทำให้งาช้างมีลักษณะละเอียดเนียนเป็นเงามัน เมื่อนำงาช้างมาทดสอบการเผาไหม้ จะมีเขม่าน้อยมาก เหลือเถ้าสีขาวประมาณร้อยละ ๕๔ เมื่อนำเถ้ามาวิเคราะห์ทางเคมีเพื่อหาชนิดของธาตุ รวมทั้งผลจากการอ่านอินฟราเรด สเปกตรัมแสดงผลว่าเถ้าส่วนใหญ่เป็นสารประกอบประเภทแคลเซียมฟอสเฟต อินฟราเรด สเปกตรัมของงาช้างแสดงแอบซอร์ปชันแบนด์ (absorption band) ของกรดอะมิโนและสารประกอบฟอสเฟต ครับ
บันทึกการเข้า

เสียสละ สักเท่าไร ให้โลกรู้
ให้ชาติอยู่ ด้วยรัก สมัครสมาน
เสียกี่เลือด เสียกี่เนื้อ กี่วิญญาน
เพื่อจะล้าง คนผลาญชาติ ให้สิ้นไป
28,11, 2008, 14:23:38
ภูธร
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 754


« ตอบ #5 เมื่อ: 28,11, 2008, 14:23:38 »

 มาเก็บความรู้ครับ
บันทึกการเข้า
28,11, 2008, 14:42:26
ภูปทุม
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,780


จะเเน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด


« ตอบ #6 เมื่อ: 28,11, 2008, 14:42:26 »

ถ้าถามคำถามนี้กับชาวบ้าน เขาก็จะตอบว่า ให้นำเข็มไปเผาไฟจนร้อนจัดเป็นสีแดง แล้วแทงเข็มลงไปบนงาช้างนั้น ถ้าเป็นงาช้างปลอม เข็มร้อนนั้นจะทะลุลงไปในงาช้างได้อย่างง่ายดาย ถ้าเป็นงาช้างแท้ จะปรากฏเพียงรอยปลายเข็มหรือรอยจุดไหม้เท่านั้น

     แต่ถ้าถามคำถามนี้กับนักวิทยาศาสตร์ เขาก็จะบอกว่า วิธีดังกล่าวข้างต้นไม่อาจพิสูจน์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะปัจจุบันงาช้างเทียมประดิษฐ์ขึ้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจนได้วัสดุที่คล้ายงาช้างจริงมาก  การตรวจพิสูจน์จึงต้องทำตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

     งาช้างฝังอยู่ในช่องส่วนหัวของช้าง ตอนโคนงามีช่องว่าง  ซึ่งประกอบด้วยเนื้อและประสาท  ส่วนปลายแข็งตัน ช้างแอฟริกามีงาใหญ่มาก เคยพบงาที่มีน้ำหนักถึง ๓๐ กิโลกรัม  งาจากช้างพันธุ์ต่าง ๆ จะมีคุณสมบัติต่างกันในแง่ความแข็ง สี ความมันความทนทานต่อการเปลี่ยนอุณหภูมิ งาช้างเอเชียเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ง่าย ทว่าเหมาะแก่การแกะสลักเพราะมีเนื้ออ่อนและเหนียว

     เมื่อนำงาช้างมาตรวจดูด้านตัดขวาง จะเห็นเป็นสีขาวนวลเนื้อเนียนเป็นมัน มีลายเป็นรูปตาข่ายเล็ก ๆ ส่วนด้านตัดตามยาวของงาช้างเมื่อมองผ่านกล้องขยาย จะเห็นท่อเล็ก ๆ มากมาย  ซึ่งมีสารอินทรีย์กระจายอยู่ทั่วไป การที่งาช้างประกอบด้วยท่อเล็ก ๆ  ซึ่งมีสารอินทรีย์อยู่ด้วยนี้ ทำให้งาช้างมีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูงสะดวกต่อการแกะสลัก อีกทั้งทำให้งาช้างมีลักษณะละเอียดเนียนเป็นเงามัน เมื่อนำงาช้างมาทดสอบการเผาไหม้ จะมีเขม่าน้อยมาก เหลือเถ้าสีขาวประมาณร้อยละ ๕๔ เมื่อนำเถ้ามาวิเคราะห์ทางเคมีเพื่อหาชนิดของธาตุ รวมทั้งผลจากการอ่านอินฟราเรด สเปกตรัมแสดงผลว่าเถ้าส่วนใหญ่เป็นสารประกอบประเภทแคลเซียมฟอสเฟต อินฟราเรด สเปกตรัมของงาช้างแสดงแอบซอร์ปชันแบนด์ (absorption band) ของกรดอะมิโนและสารประกอบฟอสเฟต ครับ


 ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ
บันทึกการเข้า

28,11, 2008, 14:54:31
nort (นอตต)
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 580


« ตอบ #7 เมื่อ: 28,11, 2008, 14:54:31 »

ถ้าถามคำถามนี้กับชาวบ้าน เขาก็จะตอบว่า ให้นำเข็มไปเผาไฟจนร้อนจัดเป็นสีแดง แล้วแทงเข็มลงไปบนงาช้างนั้น ถ้าเป็นงาช้างปลอม เข็มร้อนนั้นจะทะลุลงไปในงาช้างได้อย่างง่ายดาย ถ้าเป็นงาช้างแท้ จะปรากฏเพียงรอยปลายเข็มหรือรอยจุดไหม้เท่านั้น

     แต่ถ้าถามคำถามนี้กับนักวิทยาศาสตร์ เขาก็จะบอกว่า วิธีดังกล่าวข้างต้นไม่อาจพิสูจน์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะปัจจุบันงาช้างเทียมประดิษฐ์ขึ้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจนได้วัสดุที่คล้ายงาช้างจริงมาก  การตรวจพิสูจน์จึงต้องทำตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

     งาช้างฝังอยู่ในช่องส่วนหัวของช้าง ตอนโคนงามีช่องว่าง  ซึ่งประกอบด้วยเนื้อและประสาท  ส่วนปลายแข็งตัน ช้างแอฟริกามีงาใหญ่มาก เคยพบงาที่มีน้ำหนักถึง ๓๐ กิโลกรัม  งาจากช้างพันธุ์ต่าง ๆ จะมีคุณสมบัติต่างกันในแง่ความแข็ง สี ความมันความทนทานต่อการเปลี่ยนอุณหภูมิ งาช้างเอเชียเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ง่าย ทว่าเหมาะแก่การแกะสลักเพราะมีเนื้ออ่อนและเหนียว

     เมื่อนำงาช้างมาตรวจดูด้านตัดขวาง จะเห็นเป็นสีขาวนวลเนื้อเนียนเป็นมัน มีลายเป็นรูปตาข่ายเล็ก ๆ ส่วนด้านตัดตามยาวของงาช้างเมื่อมองผ่านกล้องขยาย จะเห็นท่อเล็ก ๆ มากมาย  ซึ่งมีสารอินทรีย์กระจายอยู่ทั่วไป การที่งาช้างประกอบด้วยท่อเล็ก ๆ  ซึ่งมีสารอินทรีย์อยู่ด้วยนี้ ทำให้งาช้างมีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูงสะดวกต่อการแกะสลัก อีกทั้งทำให้งาช้างมีลักษณะละเอียดเนียนเป็นเงามัน เมื่อนำงาช้างมาทดสอบการเผาไหม้ จะมีเขม่าน้อยมาก เหลือเถ้าสีขาวประมาณร้อยละ ๕๔ เมื่อนำเถ้ามาวิเคราะห์ทางเคมีเพื่อหาชนิดของธาตุ รวมทั้งผลจากการอ่านอินฟราเรด สเปกตรัมแสดงผลว่าเถ้าส่วนใหญ่เป็นสารประกอบประเภทแคลเซียมฟอสเฟต อินฟราเรด สเปกตรัมของงาช้างแสดงแอบซอร์ปชันแบนด์ (absorption band) ของกรดอะมิโนและสารประกอบฟอสเฟต ครับ

สุดยอดข้อมูลครับ ผมยังสงสัยว่าทำไมของงาของพ่อถึงยาวตั้งเมตรกว่าจากพื้นแถมลำดูอวบหนาด้วย ทาง จนท ป่าไม้เคยมาขึ้นทะเบียนและแจ้งว่าเป็นงาเก่า สมัยนี้แทบไม่เห็นว่าจะมีช้างตามธรรมชาติที่มีงายาวใหญ่เลย  พวกงานี่จำได้ว่าถ้าขึ้นเหลืองแล้วจะสามารถใช้น้ำยาเช็ดได้ ไม่ทราบว่าเป็นสารอะไรและควรดูแลบำรุงรักษาอย่างไรให้ถูกวิธีครับ ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
28,11, 2008, 15:02:22
_/_/คุณชาย_/_/
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 985



« ตอบ #8 เมื่อ: 28,11, 2008, 15:02:22 »

มาเก็บความรู้ด้วยคน..ขอบคุณครับ.. ปรบมือ
บันทึกการเข้า
28,11, 2008, 15:42:40
พ่อเลี้ยงหนุ่ม
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 771


เขี้ยวเสือ ตะกุดและปืน จะไม่ห่างตัว


« ตอบ #9 เมื่อ: 28,11, 2008, 15:42:40 »

สุดยอดข้อมูลครับ ผมยังสงสัยว่าทำไมของงาของพ่อถึงยาวตั้งเมตรกว่าจากพื้นแถมลำดูอวบหนาด้วย ทาง จนท ป่าไม้เคยมาขึ้นทะเบียนและแจ้งว่าเป็นงาเก่า สมัยนี้แทบไม่เห็นว่าจะมีช้างตามธรรมชาติที่มีงายาวใหญ่เลย  พวกงานี่จำได้ว่าถ้าขึ้นเหลืองแล้วจะสามารถใช้น้ำยาเช็ดได้ ไม่ทราบว่าเป็นสารอะไรและควรดูแลบำรุงรักษาอย่างไรให้ถูกวิธีครับ ธุจ้า ธุจ้า

วิธีของผมก็น่าจะคล้ายๆท่านอื่นนะครับ ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่แล้วนำไปแปะไว้รอบงา หลังจากนั้นเอางาช้างวางไว้กลางแดดทั้งๆ ที่ยังเปียกน้ำสบู่อยู่ ทิ้งไว้พอคราบสบู่ติดงา ผมจะไม่กำหนดเวลาครับ(ความร้อนของแดดแต่ละที่จะไม่เท่ากัน) แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เมื่อแห้งแล้วขัดด้วยผ้าสักหลาด ก็จะได้งาช้างสะอาดดังเดิม.

วัสดุประเภทงา - กระดูก จะแพ้ความชื้นและอุณหภูมิ การเก็บในรถ หรือที่ความชื้นและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมากและบ่อยจะทำให้แตกร้าวได้ง่าย

แสงและน้ำมันจะทำให้สีเปลี่ยน ดังนั้นควรเก็บในที่แสงแดดส่องไม่ถึง และหลีกเลี่ยงการโดนน้ำมัน (จากมือ)

แต่เอาง่ายๆยึดหลักว่า ต้องเก็บไว้ ไม่ให้ถูกความร้อน หรือแสงแดด
หากเก็บในตู้ ควรหาภาชนะเล็กๆเช่นแก้วน้ำเติมน้ำไว้ตลอดเวลา
หน้าร้อนหรือหน้าหนาวอากาศจะแห้งมาก งาจะคายความชื้นออก อาจแตกเป็นรอยเล็กๆได้ครับ
และหากเป็นหน้างาที่ตัดออกตามขวาง ควรพ่นเคลือบด้วยสเปรย์แลคเกอร์ไว้ด้วย เพื่อปกป้องไม่ให้หน้าตาแยกจากกันครับ
งาช้างที่บ้านเหลือ 1 คู่ และปะกับด้ามงาช้างอีก 1 คู่ครับ
งาช้าง-เขี้ยวเสือโคร่ง ของสะสมเสริมวาสนาบารมีแก่ผู้ครอบครอง ครับ ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า

เสียสละ สักเท่าไร ให้โลกรู้
ให้ชาติอยู่ ด้วยรัก สมัครสมาน
เสียกี่เลือด เสียกี่เนื้อ กี่วิญญาน
เพื่อจะล้าง คนผลาญชาติ ให้สิ้นไป
28,11, 2008, 16:11:22
nort (นอตต)
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 580


« ตอบ #10 เมื่อ: 28,11, 2008, 16:11:22 »

วิธีของผมก็น่าจะคล้ายๆท่านอื่นนะครับ ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่แล้วนำไปแปะไว้รอบงา หลังจากนั้นเอางาช้างวางไว้กลางแดดทั้งๆ ที่ยังเปียกน้ำสบู่อยู่ ทิ้งไว้พอคราบสบู่ติดงา ผมจะไม่กำหนดเวลาครับ(ความร้อนของแดดแต่ละที่จะไม่เท่ากัน) แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เมื่อแห้งแล้วขัดด้วยผ้าสักหลาด ก็จะได้งาช้างสะอาดดังเดิม.

วัสดุประเภทงา - กระดูก จะแพ้ความชื้นและอุณหภูมิ การเก็บในรถ หรือที่ความชื้นและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมากและบ่อยจะทำให้แตกร้าวได้ง่าย

แสงและน้ำมันจะทำให้สีเปลี่ยน ดังนั้นควรเก็บในที่แสงแดดส่องไม่ถึง และหลีกเลี่ยงการโดนน้ำมัน (จากมือ)

แต่เอาง่ายๆยึดหลักว่า ต้องเก็บไว้ ไม่ให้ถูกความร้อน หรือแสงแดด
หากเก็บในตู้ ควรหาภาชนะเล็กๆเช่นแก้วน้ำเติมน้ำไว้ตลอดเวลา
หน้าร้อนหรือหน้าหนาวอากาศจะแห้งมาก งาจะคายความชื้นออก อาจแตกเป็นรอยเล็กๆได้ครับ
และหากเป็นหน้างาที่ตัดออกตามขวาง ควรพ่นเคลือบด้วยสเปรย์แลคเกอร์ไว้ด้วย เพื่อปกป้องไม่ให้หน้าตาแยกจากกันครับ
งาช้างที่บ้านเหลือ 1 คู่ และปะกับด้ามงาช้างอีก 1 คู่ครับ
งาช้าง-เขี้ยวเสือโคร่ง ของสะสมเสริมวาสนาบารมีแก่ผู้ครอบครอง ครับ ธุจ้า ธุจ้า
ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
28,11, 2008, 16:14:25
udsa
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: 28,11, 2008, 16:14:25 »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
28,11, 2008, 16:15:37
t.kub
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 282


« ตอบ #12 เมื่อ: 28,11, 2008, 16:15:37 »

รอด้วยครับ อยากรู้เพื่อประดับความรู้ ขอบคุณครับ










บันทึกการเข้า
28,11, 2008, 16:25:25
ซิ่ง
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 378


The Drifter Of Thailand


« ตอบ #13 เมื่อ: 28,11, 2008, 16:25:25 »

อยากรู้มานานล่ะครับ...มันเป็นแบบนี้นี่เอง ยิ้มหมุนหน้า

ขอบคุณมากครับ  ปรบมือ
บันทึกการเข้า

The One carcare & Hello coffee
(081) 852 - 8858

www.gun.in.th/board/index.php?topic=96485.0
28,11, 2008, 16:43:21
กาแฟดำ
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,582



« ตอบ #14 เมื่อ: 28,11, 2008, 16:43:21 »

ขอถามอีหน่อยครับ ถ้าผมจะซื้อประกับงาช้างผมจะมีวิธีอื่นอีกไหมครับที่จะทดสอบ  ถ้าหากไม่มีเวลาพอที่จะใช้ผ้าชุบน้ำสบู่แล้วตากแดดไว้  ช่วยแนะนำที  ขอบคุณครับ   ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

สนใจสอบถามและสั่งซื้อสินค้า  "ร้านชำกาแฟดำ"  โทร.  083-8197000  และ  086-4000340  e-mail  blackcoffee1911@gmail.com
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: