GUN IN THAILAND
28,07, 2014, 17:01:57 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google

หน้านี้ ยุติการ Post แล้วครับ !!
 เวปบอร์ด gun.in.th ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่


   http://2013.gun.in.th
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 15   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บั้งไฟพญานาค@หนองคาย  (อ่าน 6944 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
30,10, 2012, 11:52:12
ศิลป์ไสย์เวทย์
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 695

เซ็ง


« ตอบ #90 เมื่อ: 30,10, 2012, 11:52:12 »

ข่าวแบบนี้มีบ่อย คนได้ประโยชน์คือ แม่ค้าส้มตำไก่ย่าง รถขายไอติม ถั่วต้ม ฯลฯ ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน   ยิ้มยิงฟัน
แต่พวกที่หอบลูกจูงหลาน เหมารถเหมาเรือ เสียเงินเสียทอง มาดูมากราบไหว้และดูสิ่งเหล่านี้ น่าจะเอาเวลาไปทำมาหากินจะดีกว่า...

"ความไม่รู้" เป็นบ่อเกิดความ"เชื่อแบบงมงาย"  ความไม่รู้เกิดจากการ"ขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา" เมื่อใดที่คนเข้าถึงการศึกษา ความไม่รู้ย่อมหมดไป ความเชื่องมงายย่อมลดน้อยลง...

จำข่าว ป้าที่ จ.แพร่ ฝันว่าผีมาบอกว่า มีตาน้ำผุดขึ้นมาข้างบ้าน เป็นบ่อน้ำยาวิเศษรักษาโรคได้หลากหลาย ตื่นมาเจอน้ำผุดขึ้นมาข้างกำแพง เลยประโคมข่าวกันออกไป...
ชาวบ้านจังหวัดละแวกใกล้เคียงแห่แหนกันไป ตักน้ำวิเศษมาดื่มกินเพื่อรักษาโรคกันจ้าละหวั่น สุดท้ายเทศบาลมาตรวจสอบ พบว่า "ท่อน้ำทิ้งแตก" น้ำเลยผุดขึ้นมา สรุปว่ายาผีบอกคือ "น้ำส้วมแตก" นั้นเอง อร่อยกันไปตามระเบียบ.....  ยิ้มยิงฟัน
55555ผมจำข่าวนี้ได้ครับ เรื่องนี้ฮาจริงครับ55555
บันทึกการเข้า
30,10, 2012, 12:37:33
ღ Ra pun zeL ღ
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 16,889


...Gun in Haversack...


« ตอบ #91 เมื่อ: 30,10, 2012, 12:37:33 »

ครับ ถ้าไม่เชื่อเราก็อย่างไปบอกใครเลยครับว่าเป็นการแหกตา นานาจิตตังครับ จิตของใครๆก็คิดได้ แต่อย่าไปพูดเลยครับว่าเป็นการแหกตา หรอถ้าใครอยากพูด ผมท้าเลยครับให้ไปพูดตรง ริมน้ำโขงตอนช่วงที่บั้งไฟกำลังขึ้น เอาตอนที่คนนั่งดูอยู่กันเยอะๆนะครับ ตะโกนดังๆเลยว่าแหกตา ดูซิครับว่าผลจะเป็นยังไง ถ้าเชื่อในคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วเชื่อเรื่องนรกสวรรค์มั้ยล่ะครับ ถ้านรกสวรรค์มีจริง แล้วทำไมพญานาคจะไม่มีล่ะครับ หรือถ้าคุณบอกว่าแหกตา ก็แสดงว่าคำสอนของพระพุทธเจ้านี่เชื่อไม่ได้ซิครับ และอีกอย่าง ในประวัติเกจิสายพระอาจาย์มั่น อย่างหลวงปู่ชอบ หลวงปู่หลุยส์หรืออีกหลายๆท่านที่เล่าว่าได้ไปเจอพญานาคมาลองวิชาหรือได้พบจอตัวจริงของพญานาคในระหว่างการธุดงค์ อย่างงี้ท่านก็โกหกซิครับ แล้วถ้าท่านโกหก ก็ต้องอาบัติซิครับ หรือเข้าข่ายอวดอุตริเลยนะน่ะ ถึงกับต้องปราชิกเลยนะครับ ขาดจากการเป็นพระเลยนะน่ะ แต่ทำไมญาติโยมหรืออุบาสกอุบาสิกายังได้นับถือยังได้กราบไหว้กันอยู่ทุกวันนี้ล่ะครับ หรือถ้าคุณจะแย้งมาเพื่อเข้าข้างความเชื่อของตัวเองว่า มันเป็นแค่กุสโลบายทำให้คนสนใจในพุทธศาสนามากขึ้น มันก็เป็นความเชื่อและเป็นสิ่งดีไม่ใช่เหรอครับ เพราะฉนั้นอย่าเที่ยวได้ไปพูดกับใครเลยว่า แหกตา ครับ

เพราะที่นี่คือประเทศไทยครับ เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมเป็นเมืองพุทธ และสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมมายาวนานครับ อย่าลบหลู่รากหรือพื้นฐานของตัวเองเลยครับ ที่ร่ายมายาวนี้ ไม่ได้มีจิตที่จะทำให้ใครเชื่อ หรือเปลี่ยนความคิดใคร แต่อยากจะอธิบายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดครับ ด้วยความเคาวรพครับ เจริญพร ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า

ป.ล.หรือถ้าคุณไม่ใช่คนพุทธ ผมก็ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งครับ

  ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า

หนูว่า ถ้าใครไปตะโกน คงโดนกระตื้บจมธรณีอยู่ตรงนั้นแหละค่ะ หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก

ของทุกอย่างในโลกนี้ มันมีทั้งของจริง และ ของปลอม ค่ะ อยู่ที่วิจารณญาณในการรับชม   ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า

กฎหมายที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
ปอ.มาตรา 206 ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น  ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี  หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ
ปอ.มาตรา 207 ผู้ใดก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในที่ประชุมศาสนิกชนเวลาประชุมกันนมัสการหรือกระทำพิธีกรรมตามศาสนาใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมาย  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี  หรือปรับไม่เกินสองพันบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ


ปล. พวกลบหลู่ อย่าไปตะโกนริมน้ำตอนบั้งไฟขึ้นนะคะ นอกจากจะโดนตื้บแล้วยังอาจโดนลงโทษทาง กม. อีกค่ะ รักกันนะ รักกันนะ รักกันนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30,10, 2012, 15:07:42 โดย ✲Cotton WooL✲ » บันทึกการเข้า


http://www.youtube.com/watch?v=LeqKS2Ws790    คนเคยรักที่ยังผูกพัน  คิดถึงจนมันต้องโทรไปรบกวน
30,10, 2012, 12:40:59
Nung.Cm™@รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 17,010


ศิษย์พรานกุ่ย วิชาขุดแห้ว...


« ตอบ #92 เมื่อ: 30,10, 2012, 12:40:59 »

แสดงปัญญาของบัวเหล่าสุดท้ายออกมาอีกแล้ว ท่านก็บอกอยู่ว่าเป็นกายทิพย์ เหมือนพวกโอปาติกะ ต่างๆ อย่างว่าแหละ สงสัยยังไม่ครบอายุบวช ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า

แรงไปนะน้อง ไม่สมควรเลย พี่เขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว ควรจะให้เกียรติกันบ้าง....

ยิ้มยิงฟัน ยิ้มยิงฟัน
หนูจ๋า อย่าร้อนตัวขนาดนั้นซิ...ไม่มีใครพาดพิงอ้างข้อความที่เกี่ยวข้องกับหนูซะหน่อย ที่ยกตัวอย่างมาเนี่ย มันเคยเป็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์และทีวี ข่าว"สรย้วย" ก็เอามาเล่ากันประจำ....

การที่หนู เอาข้อความของคนอื่นมาต่อคำ  "ถ่มน้ำลายขึ้นฟ้า มันจะรดหน้าตัวเอง" มันเป็นการไม่สมควร เราไม่รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน จะมาใช้ประโยคดูแคลนกันแบบนี้ มันบ่งบอกถึงความ "ด้อยวุฒิภาวะ"
หนูจะเชื่ออะไรก็เรื่องของหนู ไม่มีใครเขาไปว่า ไม่มีใครยกตนข่มท่านว่า คนอื่นเป็น "บัวใต้น้ำ" ลองทบทวนพิจารณาตนเองก่อนดีมั้ย....

คำว่า "สาธุ" ไม่มีนัยยะกล่าวอ้างพาดพิงถึงใคร เป็นคำบาลีมีความหมาย  "ดี, ถูกต้อง, ถูกแล้ว, ชอบแล้ว, เห็นด้วยแล้ว"  นำมาสมาสให้มีความหมายกว้างขวางขึ้น เช่น สาธุชน แปลว่า คนดี
หนูจะเป็น "สาธุชน" ก็ได้นะ ไม่มีใครว่าหรอกดีซะอีก จะได้สมกับที่เป็น "นักศึกษาวิชากฎหมาย" ออกมาสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่แก่ชาติบ้านเมือง.....   หัวเราะปิดปาก
 
ปล. สาธุ เข้าวัดฟังธรรมกันทั้งครอบครัวนะดีแล้ว จงหัดแยกแยะรับแต่แก่นสารของหลักคำสอนของศาสนามาเพื่อเป็นประโยชน์แก่ตน อย่ารับแต่กระพี้เปลือก แล้วอนุมานตนว่าเป็นชาวพุทธที่แท้จริง มันไม่เหมาะสม.....


ปรามๆ ไว้บ้างก็ดีครับ เริมลามปามผู้ใหญ่แล้ว.. ธุจ้า
บันทึกการเข้า

30,10, 2012, 12:57:40
เต้ย_75
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,213


กลียุค ชัดๆ


« ตอบ #93 เมื่อ: 30,10, 2012, 12:57:40 »

บริเวณที่ดูบั้งไฟพญานาค  เป็นสถานที่อันเป็นที่เคารพในทางศาสนา  และยัง พิธีกรรมตามศาสนาอีกอย่างของชาวพุทธ อืม  เง้ออ  ความรู้ใหม่ครับ ยิ้มเด้ง
บันทึกการเข้า

30,10, 2012, 13:13:21
watch_R
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,998


สาระแหน่ๆๆ


« ตอบ #94 เมื่อ: 30,10, 2012, 13:13:21 »

ให้ดูของจริงอย่าไปเหมาพอเห็นลูกพลุสัญญารฝั่งลาวก็ว่าบั้งไฟพญานาค บางคนไม่มีวาสนา ไปให้ถึงก็ไม่ได้เห็น มันแตกต่างจากการจุดพลุ กับการยิงปืนฟ้ากับเหว มันจะเกิดจากอะไรก็ช่าง ขอให้มันอยู่คู่กับเราดีกว่ามันสูญหายไปเฉยๆอย่างน้อยความเชื่อ ความศรัทธามันก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้หัวแม่ใครที่มันไม่เชื่อก็แค่นั้น อนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้ดูก็พอแล้ว  ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
30,10, 2012, 15:19:49
ღ Ra pun zeL ღ
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 16,889


...Gun in Haversack...


« ตอบ #95 เมื่อ: 30,10, 2012, 15:19:49 »



พระสมณโคดมทรงค้นหาวิธีดับทุกข์ต่อไป
นางสุชาดาผ่านมาเห็นสมณะที่มีลักษณะสมกับเป็นมหาบุรุษจึงถวายข้าวมธุปายาสให้แก่พระองค์




เมื่อเสวยข้าวมธุปายาสแล้ว พระองค์จึงทรงนำถาดนั้นมาเสี่ยงทายยังแม่น้ำเนรัญชรา
ถ้าหากพระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ขอให้ถาดนี้ลอยทวนน้ำ

ถาดจึงลอยทวนน้ำขึ้นไปตามคำอธิษฐาน ก่อนจะจมลงสู่นาคพิภพ
รวมกับถาดอีก 3 ใบของอดีตพระพุทธเจ้าในภัทรกัปนี้

(ภัทรกัป = การอุบัติของพระพุทธเจ้าในโลกนี้มี 5 พระองค์ คือ พระกกุสันธะ พระโกนาคมน์
พระกัสสปะ พระโคดม (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) และพระศรีอาริยเมตไตรย)



ถาดจมลงไปถึงภพของกาลนาคราช
กระทบถาดเครื่องบริโภคของพระพุทธเจ้าทั้ง ๓ พระองค์ ก่อนหน้านี้
มีเสียงดังกริ๊ก ๆ แล้วได้วางรองอยู่ใต้ถาดเหล่านั้น

กาลนาคราช ครั้นได้สดับเสียงนั้นแล้ว
กล่าวว่า เมื่อวานนี้พระพุทธเจ้าทรงบังเกิดแล้วองค์หนึ่ง
วันนี้บังเกิดอีกองค์หนึ่ง
จึงได้ยืนกล่าวสดุดีด้วยบทหลายร้อยบท
ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า


http://www.youtube.com/watch?v=LeqKS2Ws790    คนเคยรักที่ยังผูกพัน  คิดถึงจนมันต้องโทรไปรบกวน
30,10, 2012, 16:26:13
watch_R
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,998


สาระแหน่ๆๆ


« ตอบ #96 เมื่อ: 30,10, 2012, 16:26:13 »

ถามว่าผู้ที่ไม่นับถือนั่นถ้าเขาไม่ได้นับถือศาสนาพุทธก็ช่างเขาเถอะ เพราะไม่รู้ว่าเขานับถือพระเจ้าองค์ไหน
บันทึกการเข้า
30,10, 2012, 16:44:06
STeelShoTS
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,150


ขออภัยมือใหม่หัดยิง.....


« ตอบ #97 เมื่อ: 30,10, 2012, 16:44:06 »

การเมือง ศาสนา และความเชื่อ สามสิ่งนี้เป็นเรื่องที่หาข้อสรุปกันยากครับ การวิเคราะห์วิจารณ์ของแต่ละฝ่ายย่อมหาเหตุผลมาสนับสนุนความคิดความเชื่อของตนเองได้ทั้งนั้น....
แต่ทั้งหลายทั้งปวง ต้องมองหลักแห่ง วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ที่ดีงามของชนชาตินั้นไว้เป็นหลัก

พุทธเป็นศาสนาที่มีการแตกออกไปเป็นนิกายย่อยเช่นเดียวกับ ศาสนาใหญ่อื่นๆ เช่น คริสต์,อิสลาม จะเห็นได้ว่า ศาสนาที่มีการแยกนิกายออกไปเหล่านั้น แต่ละศาสนาก็มีศาสดาองค์เดียวกัน...
เพียงแต่การแยกนิกาย ทำให้เกิดความแตกต่างด้านแนวคิด วิธีปฏิบัติ รวมทั้งคำสอนและความเชื่อบางประการ...

พุทธนิกายมหายาน ที่แพร่เข้าไปใน ทิเบต จีน มองโกเลีย เกาหลี ฯลฯ วิธีปฎิบัติและความเชื่อแตกต่างจากที่เราเห็นเป็นอย่างมาก เครื่องนุ่งห่มถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และ วิถีของชนเหล่านั้น
ซึ่งไม่มีข้อห้าม ข้อกำหนดใดๆ ที่บ่งชี้ว่า วิธีปฏิบัติแบบนี้ไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งต้องห้าม หรือต้องปราชิก แม้กระทั่ง พระญี่ปุ่นในนิกายชินโต ยังสามารถมีเมียได้....
พระสงฆ์ในประเทศไทยเอง นับถือพุทธนิกานหินยาน ยังมีข้อปฎิบัติที่แตกต่าง เช่น สายธรรมยุต(วัดป่า) ฉันมื้อเดียว นุ่งห่มผ้าสีกรัก หรือบางที่ห้ามพระขับรถ แต่บางที่อนุญาตให้ขับรถได้ ขี่ม้าไปบิณฑบาตได้ จะเห็นว่าแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น
ซึ่งล้วนแต่ถูกกำหนดขึ้นมาภายหลังเพื่อให้เกิดความเหมาะสมตามแหล่งนั้นๆ...

การที่เรามองแค่พิธีกรรมทางศาสนาและเรื่องเล่าชาดก จะทำให้เรามองไม่เห็นความสำคัญที่แท้จริงของคำสอนที่ใส่ไว้....
แต่ต้องยอมรับว่าพิธีกรรมและเรื่องเล่าก็เป็นแนว เป็นสื่อ เป็นกุศโลบาย ในการที่เราจะเข้าคนเข้าถึงหลักคำสอนหลักๆ เช่น การให้ทาน การเสียสละ นำไปสู่การรักษาศีลอันเป็นแก่นแห่งหลักคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า....
การสร้าง "กุศโลบาย" ที่เป็นเรื่องเล่า ศาสนาพุทธก็เรื่องชาดก(เรื่องเกี่ยวกับพุทธเจ้าในชาติต่างๆ) ศาสนาคริตส์ก็มีเรื่อง "นักบุญ ซาตาน จอกศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ"  ศาสนาพรหมณ์- ฮินดูนับถือเทพเจ้า 3 องค์ คือพระพรหม พระศิวะ และพระนารายณ์
ดูอย่างเรื่อง "รามเกียรติ์" ซิครับ ตัวละครก็คล้ายเทพในศาสนาฮินดู นั่นเอง แต่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่าเป็นเรื่องที่เขียนขึ้นมา มีแต่บางคนเท่านั้นที่เชื่อเป็นตุเป็นตะว่าเป็นเรื่องจริง......

เอาเป็นว่าเราเป็นพุทธศาสนิกชนพยายาม รักษา"ศีลห้า" ให้ครบถ้วนก็ลำบากแล้วครับ...ข้อยิบย่อยกว่านี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม้กระทั่ง "นักบวช" ยังประพฤติผิดกันบ่อยๆ

จะเชื่อศรัทธาสิ่งใดไม่ผิด ขอเพียงแต่เคารพและให้เกียรติผู้อื่น อยู่บนพื้นฐานความถูกต้องชอบธรรม ศีลธรรมอันดีงาม ไม่ใช่ไปกล่าวโทษให้ร้ายฝ่ายที่มีความเห็นต่างหรือเชื่อไม่เหมือนกับเรา.....
บันทึกการเข้า

Natural resources is sufficient for human's need,but not for human's greed.
Bearing arms is not simply my RIGHT. It's my social RESPONSIBILITY. USCCA
30,10, 2012, 16:51:12
lucifer son of dawn
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125



« ตอบ #98 เมื่อ: 30,10, 2012, 16:51:12 »

การเมือง ศาสนา และความเชื่อ สามสิ่งนี้เป็นเรื่องที่หาข้อสรุปกันยากครับ การวิเคราะห์วิจารณ์ของแต่ละฝ่ายย่อมหาเหตุผลมาสนับสนุนความคิดความเชื่อของตนเองได้ทั้งนั้น....
แต่ทั้งหลายทั้งปวง ต้องมองหลักแห่ง วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ที่ดีงามของชนชาตินั้นไว้เป็นหลัก

พุทธเป็นศาสนาที่มีการแตกออกไปเป็นนิกายย่อยเช่นเดียวกับ ศาสนาใหญ่อื่นๆ เช่น คริสต์,อิสลาม จะเห็นได้ว่า ศาสนาที่มีการแยกนิกายออกไปเหล่านั้น แต่ละศาสนาก็มีศาสดาองค์เดียวกัน...
เพียงแต่การแยกนิกาย ทำให้เกิดความแตกต่างด้านแนวคิด วิธีปฏิบัติ รวมทั้งคำสอนและความเชื่อบางประการ...

พุทธนิกายมหายาน ที่แพร่เข้าไปใน ทิเบต จีน มองโกเลีย เกาหลี ฯลฯ วิธีปฎิบัติและความเชื่อแตกต่างจากที่เราเห็นเป็นอย่างมาก เครื่องนุ่งห่มถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และ วิถีของชนเหล่านั้น
ซึ่งไม่มีข้อห้าม ข้อกำหนดใดๆ ที่บ่งชี้ว่า วิธีปฏิบัติแบบนี้ไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งต้องห้าม หรือต้องปราชิก แม้กระทั่ง พระญี่ปุ่นในนิกายชินโต ยังสามารถมีเมียได้....
พระสงฆ์ในประเทศไทยเอง นับถือพุทธนิกานหินยาน ยังมีข้อปฎิบัติที่แตกต่าง เช่น สายธรรมยุต(วัดป่า) ฉันมื้อเดียว นุ่งห่มผ้าสีกรัก หรือบางที่ห้ามพระขับรถ แต่บางที่อนุญาตให้ขับรถได้ ขี่ม้าไปบิณฑบาตได้ จะเห็นว่าแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น
ซึ่งล้วนแต่ถูกกำหนดขึ้นมาภายหลังเพื่อให้เกิดความเหมาะสมตามแหล่งนั้นๆ...

การที่เรามองแค่พิธีกรรมทางศาสนาและเรื่องเล่าชาดก จะทำให้เรามองไม่เห็นความสำคัญที่แท้จริงของคำสอนที่ใส่ไว้....
แต่ต้องยอมรับว่าพิธีกรรมและเรื่องเล่าก็เป็นแนว เป็นสื่อ เป็นกุศโลบาย ในการที่เราจะเข้าคนเข้าถึงหลักคำสอนหลักๆ เช่น การให้ทาน การเสียสละ นำไปสู่การรักษาศีลอันเป็นแก่นแห่งหลักคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า....
การสร้าง "กุศโลบาย" ที่เป็นเรื่องเล่า ศาสนาพุทธก็เรื่องชาดก(เรื่องเกี่ยวกับพุทธเจ้าในชาติต่างๆ) ศาสนาคริตส์ก็มีเรื่อง "นักบุญ ซาตาน จอกศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ"  ศาสนาพรหมณ์- ฮินดูนับถือเทพเจ้า 3 องค์ คือพระพรหม พระศิวะ และพระนารายณ์
ดูอย่างเรื่อง "รามเกียรติ์" ซิครับ ตัวละครก็คล้ายเทพในศาสนาฮินดู นั่นเอง แต่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่าเป็นเรื่องที่เขียนขึ้นมา มีแต่บางคนเท่านั้นที่เชื่อเป็นตุเป็นตะว่าเป็นเรื่องจริง......

เอาเป็นว่าเราเป็นพุทธศาสนิกชนพยายาม รักษา"ศีลห้า" ให้ครบถ้วนก็ลำบากแล้วครับ...ข้อยิบย่อยกว่านี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม้กระทั่ง "นักบวช" ยังประพฤติผิดกันบ่อยๆ

จะเชื่อศรัทธาสิ่งใดไม่ผิด ขอเพียงแต่เคารพและให้เกียรติผู้อื่น อยู่บนพื้นฐานความถูกต้องชอบธรรม ศีลธรรมอันดีงาม ไม่ใช่ไปกล่าวโทษให้ร้ายฝ่ายที่มีความเห็นต่างหรือเชื่อไม่เหมือนกับเรา.....

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ  ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า

"เมื่อใดก็ตามที่มนุษย์มีชัยเหนือคำล่อลวงของเรา เกลียดชังและละทิ้งเราจนสิ้นแล้ว
ท่านจึงจะยกโทษให้เราและรับเราสู่สรรค์ดังเดิม...แต่ไม่ก่อนนั้นเป็นอันขาด"
30,10, 2012, 16:56:54
Speedliner รักในหลวง
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,814


« ตอบ #99 เมื่อ: 30,10, 2012, 16:56:54 »

แก่นแท้ศาสนาพุทธจะไม่มี ผีสาง เทวดา ยักษ์ หรือพญานาค...ไม่มีนาคเอามาบังฝน หรือ เกิดมาเดินได้ 7 ก้าว

แต่เพราะศาสนาพุทธในอินเดียเริ่มถดถอย ส่วนนึงเกิดจากอิสลามมาเผานาลันทา  สาวกจึงได้เริ่มสังขยนาขึ้น โดยเติมแต่งเรื่อง เทพ เทวดาเข้าไป เพราะตอนนั้นคนอินเดียชอบเรื่องพวกนี้ เพื่อความอยู่รอดของพุทธ แต่ก็มีพุทธบางส่วนไม่เพิ่มเข้าไป จึงเกิดเป็นหลายนิกายขึ้นให้จำหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้นพอครับ เช่น อิริยะสัจสี่ หรือ กาลามสูตร 10 เป็นต้น

จากคุณพระจันทร์สี่ฟ้า


..........................................................................................

กาลามสูตร คือ พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล (เรียกอีกอย่างว่า เกสปุตติยสูตร หรือเกสปุตตสูตร ก็มี[1]) กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ มีอยู่ 10 ประการ ได้แก่

1.อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
2.อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
3.อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
4.อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
5.อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
6.อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
7.อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
8.อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
9.อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
10.อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน
 
ปัจจุบันแนวคิดและหลักสูตรที่สอนให้คนมีเหตุผลไม่หลงเชื่องมงาย ในทำนองเดียวกับคำสอนของพระพุทธองค์เมื่อ 2500 ปีก่อน ได้รับการบรรจุเป็นวิชาบังคับว่าด้วยการสร้างทักษะการคิดหรือที่เรียกว่า "การคิดเชิงวิจารณ์" (Critical thinking) ไว้ในกระบวนการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยของประเทศพัฒนาแล้ว[2]



อริยสัจ หรือจตุราริยสัจ หรืออริยสัจ 4 เป็นหลักคำสอนหนึ่งของพระโคตมพุทธเจ้า แปลว่า ความจริงอันประเสริฐ ความจริงของพระอริยะ หรือความจริงที่ทำให้ผู้เข้าถึงกลายเป็นอริยะ มีอยู่สี่ประการ คือ

1. ทุกข์ คือ สภาพที่ทนได้ยาก ภาวะที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ สภาพที่บีบคั้น ได้แก่ ชาติ (การเกิด) ชรา (การแก่ การเก่า) มรณะ (การตาย การสลายไป การสูญสิ้น) การประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก การปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่สมหวังในสิ่งนั้น กล่าวโดยย่อ ทุกข์ก็คืออุปาทานขันธ์ หรือขันธ์ 5

2. ทุกขสมุทัย คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ได้แก่ ตัณหา 3 คือ กามตัณหา-ความทะยานอยากในกาม ความอยากได้ทางกามารมณ์, ภวตัณหา-ความทะยานอยากในภพ ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่ ความอยากที่ประกอบด้วยภวทิฏฐิหรือสัสสตทิฏฐิ และ วิภวตัณหา-ความทะยานอยากในความปราศจากภพ ความอยากไม่เป็นโน่นเป็นนี่ ความอยากที่ประกอบด้วยวิภวทิฏฐิหรืออุจเฉททิฏฐิ

3. ทุกขนิโรธ คือ ความดับทุกข์ ได้แก่ ดับสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ กล่าวคือ ดับตัณหาทั้ง 3 ได้อย่างสิ้นเชิง

4. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา คือ แนวปฏิบัติที่นำไปสู่หรือนำไปถึงความดับทุกข์ ได้แก่ มรรคอันมีองค์ประกอบอยู่แปดประการ คือ 1. สัมมาทิฏฐิ-ความเห็นชอบ 2. สัมมาสังกัปปะ-ความดำริชอบ 3. สัมมาวาจา-เจรจาชอบ 4. สัมมากัมมันตะ-ทำการงานชอบ 5. สัมมาอาชีวะ-เลี้ยงชีพชอบ 6. สัมมาวายามะ-พยายามชอบ 7. สัมมาสติ-ระลึกชอบ และ 8. สัมมาสมาธิ-ตั้งใจชอบ ซึ่งรวมเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า "มัชฌิมาปฏิปทา" หรือทางสายกลาง

มรรคมีองค์แปดนี้สรุปลงในไตรสิกขา ได้ดังนี้ 1. อธิสีลสิกขา ได้แก่ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ 2. อธิจิตสิกขา ได้แก่ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ และ 3. อธิปัญญาสิกขา ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ และสัมมาสังกัปปะ

อริยสัจ 4 นี้ เรียกสั้น ๆ ว่า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค


บันทึกการเข้า

ร่วมรณรงค์ยกเลิกระบบโควต้า 

“A fear of weapons is a sign of retarded sexual and
emotional maturity.”
- Sigmund Freud

“ความกลัวอาวุธคือสัญญาณของความถดถอยทางเพศและวุฒิภาวะทางอารมณ์”
- ซิกมันด์ ฟรอยด์
30,10, 2012, 17:19:51
wisut2493
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 221


สิ่งเดียวที่ทำให้ความชั่วร้ายชนะได้ ก็คือการที่คนดีไม่ทำอะไร


« ตอบ #100 เมื่อ: 30,10, 2012, 17:19:51 »

ยังมีอีกหลายอย่างที่มนุษย์เรายังไม่สามารถหาคำตอบได้ ยังไม่สามารถอธิบายหรือเข้าใจ
ยกตัวอย่าง เรื่องขอบเขตของจักรวาล เถียงกันมาหลายร้อยปีแล้ว
ทางพุทธเราเรียกว่า อจินไตย
คือสิ่งที่คิดไปก็ไม่ได้ก่อให้เกิดการดับทุกข์ เป็นสิ่งเหนืออำนาจของสมองมนุษย์เรา

ผมคิดว่า เรื่องแบบนี้ก็เช่นกัน ถ้ามันไม่ใช่ทางดับทุกข์ อย่าไปเถียงกันมากมายเล้ย
เพราะเป็นความเชื่อล้วนๆ
ไม่มีใครได้โล่ห์หรอกครับ  ธุจ้า
บันทึกการเข้า

ในชีวิตมนุษย์จะมีอะไรที่แน่นอนไปกว่าความตายเล่า
30,10, 2012, 17:29:14
ศิลป์ไสย์เวทย์
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 695

เซ็ง


« ตอบ #101 เมื่อ: 30,10, 2012, 17:29:14 »

ให้ดูของจริงอย่าไปเหมาพอเห็นลูกพลุสัญญารฝั่งลาวก็ว่าบั้งไฟพญานาค บางคนไม่มีวาสนา ไปให้ถึงก็ไม่ได้เห็น มันแตกต่างจากการจุดพลุ กับการยิงปืนฟ้ากับเหว มันจะเกิดจากอะไรก็ช่าง ขอให้มันอยู่คู่กับเราดีกว่ามันสูญหายไปเฉยๆอย่างน้อยความเชื่อ ความศรัทธามันก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้หัวแม่ใครที่มันไม่เชื่อก็แค่นั้น อนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้ดูก็พอแล้ว ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
เห็นด้วยครับ
บันทึกการเข้า
30,10, 2012, 18:23:49
Nung.Cm™@รักในหลวง
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 17,010


ศิษย์พรานกุ่ย วิชาขุดแห้ว...


« ตอบ #102 เมื่อ: 30,10, 2012, 18:23:49 »

การเมือง ศาสนา และความเชื่อ สามสิ่งนี้เป็นเรื่องที่หาข้อสรุปกันยากครับ การวิเคราะห์วิจารณ์ของแต่ละฝ่ายย่อมหาเหตุผลมาสนับสนุนความคิดความเชื่อของตนเองได้ทั้งนั้น....
แต่ทั้งหลายทั้งปวง ต้องมองหลักแห่ง วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ที่ดีงามของชนชาตินั้นไว้เป็นหลัก

พุทธเป็นศาสนาที่มีการแตกออกไปเป็นนิกายย่อยเช่นเดียวกับ ศาสนาใหญ่อื่นๆ เช่น คริสต์,อิสลาม จะเห็นได้ว่า ศาสนาที่มีการแยกนิกายออกไปเหล่านั้น แต่ละศาสนาก็มีศาสดาองค์เดียวกัน...
เพียงแต่การแยกนิกาย ทำให้เกิดความแตกต่างด้านแนวคิด วิธีปฏิบัติ รวมทั้งคำสอนและความเชื่อบางประการ...

พุทธนิกายมหายาน ที่แพร่เข้าไปใน ทิเบต จีน มองโกเลีย เกาหลี ฯลฯ วิธีปฎิบัติและความเชื่อแตกต่างจากที่เราเห็นเป็นอย่างมาก เครื่องนุ่งห่มถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และ วิถีของชนเหล่านั้น
ซึ่งไม่มีข้อห้าม ข้อกำหนดใดๆ ที่บ่งชี้ว่า วิธีปฏิบัติแบบนี้ไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งต้องห้าม หรือต้องปราชิก แม้กระทั่ง พระญี่ปุ่นในนิกายชินโต ยังสามารถมีเมียได้....
พระสงฆ์ในประเทศไทยเอง นับถือพุทธนิกานหินยาน ยังมีข้อปฎิบัติที่แตกต่าง เช่น สายธรรมยุต(วัดป่า) ฉันมื้อเดียว นุ่งห่มผ้าสีกรัก หรือบางที่ห้ามพระขับรถ แต่บางที่อนุญาตให้ขับรถได้ ขี่ม้าไปบิณฑบาตได้ จะเห็นว่าแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น
ซึ่งล้วนแต่ถูกกำหนดขึ้นมาภายหลังเพื่อให้เกิดความเหมาะสมตามแหล่งนั้นๆ...

การที่เรามองแค่พิธีกรรมทางศาสนาและเรื่องเล่าชาดก จะทำให้เรามองไม่เห็นความสำคัญที่แท้จริงของคำสอนที่ใส่ไว้....
แต่ต้องยอมรับว่าพิธีกรรมและเรื่องเล่าก็เป็นแนว เป็นสื่อ เป็นกุศโลบาย ในการที่เราจะเข้าคนเข้าถึงหลักคำสอนหลักๆ เช่น การให้ทาน การเสียสละ นำไปสู่การรักษาศีลอันเป็นแก่นแห่งหลักคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า....
การสร้าง "กุศโลบาย" ที่เป็นเรื่องเล่า ศาสนาพุทธก็เรื่องชาดก(เรื่องเกี่ยวกับพุทธเจ้าในชาติต่างๆ) ศาสนาคริตส์ก็มีเรื่อง "นักบุญ ซาตาน จอกศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ"  ศาสนาพรหมณ์- ฮินดูนับถือเทพเจ้า 3 องค์ คือพระพรหม พระศิวะ และพระนารายณ์
ดูอย่างเรื่อง "รามเกียรติ์" ซิครับ ตัวละครก็คล้ายเทพในศาสนาฮินดู นั่นเอง แต่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่าเป็นเรื่องที่เขียนขึ้นมา มีแต่บางคนเท่านั้นที่เชื่อเป็นตุเป็นตะว่าเป็นเรื่องจริง......

เอาเป็นว่าเราเป็นพุทธศาสนิกชนพยายาม รักษา"ศีลห้า" ให้ครบถ้วนก็ลำบากแล้วครับ...ข้อยิบย่อยกว่านี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม้กระทั่ง "นักบวช" ยังประพฤติผิดกันบ่อยๆ

จะเชื่อศรัทธาสิ่งใดไม่ผิด ขอเพียงแต่เคารพและให้เกียรติผู้อื่น อยู่บนพื้นฐานความถูกต้องชอบธรรม ศีลธรรมอันดีงาม ไม่ใช่ไปกล่าวโทษให้ร้ายฝ่ายที่มีความเห็นต่างหรือเชื่อไม่เหมือนกับเรา.....
ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า

30,10, 2012, 18:51:15
tieno
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #103 เมื่อ: 30,10, 2012, 18:51:15 »

เห็นด้วยทุกความคิดเห็นที่แสดงมาครับ ยินดีมากๆที่คลับนี้มีการยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน หลายๆอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิดยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกันบ้าง ถ้าบ้านเมืองเราเป็นอย่างในครอบครัวปืนเรา ประเทศคงพัฒนากว่านี้ครับ สงสารลูกหลานภายหน้าที่ยังไม่เห็นบ้านเมืองพัฒนาจากยุคของพ่อของแม่(ยุคเราๆท่านๆนั่นแหละ) มีความสุขมากๆครับที่ได้มาอ่านความคิดเห็นในจคลับครับ
 ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
30,10, 2012, 20:10:15
เต้ย_75
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,213


กลียุค ชัดๆ


« ตอบ #104 เมื่อ: 30,10, 2012, 20:10:15 »

เห็นด้วยทุกความคิดเห็นที่แสดงมาครับ ยินดีมากๆที่คลับนี้มีการยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน หลายๆอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิดยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกันบ้าง ถ้าบ้านเมืองเราเป็นอย่างในครอบครัวปืนเรา ประเทศคงพัฒนากว่านี้ครับ สงสารลูกหลานภายหน้าที่ยังไม่เห็นบ้านเมืองพัฒนาจากยุคของพ่อของแม่(ยุคเราๆท่านๆนั่นแหละ) มีความสุขมากๆครับที่ได้มาอ่านความคิดเห็นในจคลับครับ
 ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า

ประชดใช่มั้ย  ที่เห็นเนี้ย มีทั้งสาปแช่ง มีทั้งดูถูก มีทั้งด่าพ่อด่าแม่ ได้เห็นนิสัยหยาบช้า ก็กระทู้ศาสนาเนี้ยหละ  อายนะ  หัวเราะปิดปาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30,10, 2012, 20:12:42 โดย toei75 » บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 15   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: