GUN IN THAILAND
28,07, 2014, 21:05:14 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google

หน้านี้ ยุติการ Post แล้วครับ !!
 เวปบอร์ด gun.in.th ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่


   http://2013.gun.in.th
หน้า: 1 2 [3] 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เปิดใจมือปืน (เหนียวยังไงก็ยิงกลิ้งมาแล้ว ) อ่านสนุกดี  (อ่าน 12831 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
27,09, 2012, 08:55:37
geckoo
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 616



« ตอบ #30 เมื่อ: 27,09, 2012, 08:55:37 »

 ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
27,09, 2012, 08:59:24
a5881
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,065


« ตอบ #31 เมื่อ: 27,09, 2012, 08:59:24 »

ขอบคุณครับ ธุจ้า
บันทึกการเข้า
27,09, 2012, 09:31:56
-untaparn-
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,320



« ตอบ #32 เมื่อ: 27,09, 2012, 09:31:56 »

 ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
27,09, 2012, 11:07:09
พระสมุทรบริรักษ์
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,647



« ตอบ #33 เมื่อ: 27,09, 2012, 11:07:09 »

ตอนผมบวช  ต้องขออวดตัวหน่อยว่า  คนดังๆในเมืองชลมางานบวชผมหลายคน    ส่วนใหญ่จะเป็นอาซ้อ ๆ ของพวกคนดังในยุคนั้น  สวนใหญ่ก็แถบอำเภอเมืองไล่เข้าไปทางบ้านบึง หนองชาก หนองใหญ่ประมาณนี้ แต่แถบทางบางแสน  ศรีราชา พัทยา ไม่รู้จัก ไปหย่อมนึงที่อ่าวอุดม  โรงโป๊ะ  คนกลุ่มนี้ผมต้องเรียกว่า อากิ๋ม(น้าสะใภ้) เกือบทั้งนั้นเพราะเรียกตามศักดิ์ทางแม่  แม่ผมเป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี  เป็นคนใจนักเลง ขวานผ่าซาก  ไม่ได้เป็นกำนัน  แต่เค้าเรียกกำนันกันทั้งตำบล  ตัวผมองไม่ได้คลุกคลีในเมืองชลเลย  ทำให้สายสัมพันธ์ของแม่ขาดลง
           ตอนที่เสี่ยจิวโดนยิง  ที่ถนนเส้นบายพาส  ตอนนั้นจำได้ว่า อยู่ ม.ศ.4 (แก้ไข หลังจาก เจอปี พ.ศ. ที่เกิดเหตู  ความรู้สึกส่วนตัว  มันนานมาก) 
ต่อจากนี้ คัดลอกมาจาก   

 http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=century&date=11-02-2007&group=16&gblog=9


วิถี "เจ้าพ่อตะวันออก" ก่อตำนาน "เลือดล้างเลือด" มาตั้งแต่ยุค "เสี่ยจิว-เสี่ยฮวด-เสี่ยเก๊า" ก่อนปักฐานมั่นคงในยุค "กำนันเป๊าะ" แต่ตำนานบทเก่าอาจ "อวสาน" เมื่อผู้ยิ่งใหญ่เร้นกายจากไป

การสิ้นสุดตำนาน "เจ้าพ่อตะวันออก" อย่างไม่เป็นทางการของ "กำนันเป๊าะ" หรือ นายสมชาย คุณปลื้ม วัย 69 ปี หลังเจ้าตัวเลือกที่จะหลบหนีคำพิพากษาลงโทษของศาลสถิตยุติธรรมจะถือว่าเป็น "ตำนานบทใหม่" ก็ว่าได้ โดยก่อนหน้านี้อดีตผู้ยิ่งใหญ่ในดงเสือ-แดนสิงห์เหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนแต่มีจุดจบด้วยควันปืน และกลิ่นคาวเลือดทั้งสิ้น เพราะในยุทธจักรนักเลง "เลือดย่อมล้างด้วยเลือด" เท่านั้น !!!

ย้อนกลับไปเมื่อ 25 ปีก่อน ตำนานเลือดฉบับปฐมฤกษ์ก็เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อ "เสี่ยจิว" หรือ นายจุมพล สุขภารังษี ผู้เรืองอำนาจในยุคนั้นถูกดักถล่มด้วยอาวุธสงครามตายอย่างสยดสยอง
เช้าวันที่ 25 มิถุนายน 2524 อากาศแจ่มใส แต่รังสีอำมหิตกลับเข้าห่มคลุมทีละน้อย เสี่ยจิวพร้อมลูกน้องคนสนิทและคนขับรถ 3 คน เดินทางไปดูที่ดินใน ต.หนองไม้แดง อ.เมืองชลบุรี เพื่อสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเขามากนัก หลังเสร็จภารกิจจึงเดินทางกลับทางเส้นบายพาสเลี่ยงเมืองชลบุรี

ทันใดนั้นรถกระบะลึกลับ 2 คันบรรทุกชายฉกรรจ์นับสิบคนก็เร่งเครื่องตามประกบ เมื่อได้จังหวะก็ใช้อาวุธสงครามนานาชนิดกราดยิงถล่มรถเบนซ์คันงามของเสี่ยจิวอย่างไม่ยั้งมือนับร้อยๆ นัด แต่กลับต้องผิดคาดอย่างใหญ่หลวง เมื่อกระสุนปืนไม่สามารถฝ่า "กระจกกันกระสุน" เข้าไปได้

ทว่า คนขับไม่สามารถฝ่าวงล้อมไปได้ จึงตัดสินใจ "ไขกระจก" เพื่อยิงต่อสู้ แต่นั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิดอย่างมหันต์ เพราะเป็นการ "เปิดช่อง" ให้คนร้ายโยนระเบิดมือเข้าใส่ช่องกระจกที่เปิดอยู่จนตัวถังพังยับเยิน ก่อนที่ทีมสังหารทมิฬจะกราดยิงถล่มซ้ำจนดับคาที่หมดทั้งคัน !!!

ร่ำลือกันว่า ทีมสังหารครั้งนั้นเป็น "คนมีสี" ในพื้นที่ แถมยังเป็น "สีเขียว" อีกด้วย แต่นั่นก็เป็นเพียงความเชื่อ และยังไม่สามารถจับมือใครดมได้จนถึงทุกวันนี้ !?!?
ปมสังหารในครั้งนั้น คาดว่าเกิดจากการขัดผลประโยชน์ในธุรกิจ "แร่พลวง" ในพื้นที่ ต.บ่อทอง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ซึ่งเสี่ยจิวเป็นผู้ค้ารายใหญ่ เพราะมีเรือขนถ่ายส่วนตัวขนส่งไปถึงสิงคโปร์

ต่อมา กลุ่ม "คนมีสี" เห็นผลประโยชน์มหาศาล จึงเข้ามาขอ "มีเอี่ยว" จนสร้างความไม่พอใจให้แก่เสี่ยจิวเป็นอย่างมาก แต่คนมีสีก็ไม่พอใจเช่นกัน เพราะเสี่ยจิวไม่ยอมแบ่งผลประโยชน์ให้ และดูเหมือนว่าเสี่ยจิวจะรู้ตัว และพยายามไกล่เกลี่ยโดยการส่งของไปบรรณาการให้ แต่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ เช่นนั้น และ "ความตาย" ของเสี่ยจิวก็คือ "คำตอบ" ที่มาเฟียมีสีกลุ่มนั้นต้องการมากที่สุด

ระหว่างนั้นลูกน้องเสี่ยจิวก็ค่อยๆ ถูกเก็บทีละคนสองคนจนไม่มีใครกล้าอ้างบารมีเสี่ยจิวอีก จากนั้นจึงมาถึงยุคของ "กำนันเป๊าะ" ลูกน้องคนสนิทคนหนึ่งของเสี่ยจิวที่ก้าวเข้ามาแทนที่ด้วยบุคลิกความเป็นคนใจนักเลง กล้าได้กล้าเสีย มีทั้งพระเดชพระคุณจนมีคนยอมเข้ามาสวามิภักดิ์ด้วยเป็นจำนวนมาก

ทว่า หลังการตายของเสี่ยจิวประมาณ 8 ปีก็พลันปรากฏ "ดาวดวงใหม่" จรัสแสงขึ้นมานั่นก็คือ "เสี่ยฮวด" หรือ นายพิพัฒน์ โรจน์วานิชชากร แต่นั่นกลับเป็นการท้าทาย "ขั้วอำนาจเก่า" โดยตรง
ช่วงสายวันที่ 5 เมษายน 2532 ในวันไหว้บรรพบุรุษ หรือวันเช็งเม้ง เสี่ยฮวดพร้อมลูกน้องคนสนิทเดินทางมาตามถนนสายเศรษฐกิจ-บ้านบึง ช่วง กม. 4.5 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ก่อนจะถูกกลุ่มมือปืนใช้อาวุธสงครามทั้งปืนอาก้าและเอ็ม 16 กราดยิงถล่มเสียชีวิตหมดทั้งคัน !!!!

ประเด็นความขัดแย้งในครั้งนั้นมีหลายประเด็น ทั้งความขัดแย้งส่วนตัว,การซื้อที่ดินใน อ.ศรีราชา เพื่อทำโครงการศรีราชามหานคร รวมทั้งประเด็นขัดแย้งกับนายตำรวจใน จ.ชลบุรี

ต่อมา ตำรวจก็จับกุมผู้ต้องหาได้ 10 คน และมีการอ้างว่า นายปรีชา สถาวร หรือ "แดง สิงห์ป่าซุง" เป็นคนลงมือ แต่พยานหลักฐานไม่เพียงพอ ตำรวจจึงกันไว้ในฐานะ "พยาน"

แต่สุดท้ายแดงก็ถูกกราดยิงด้วยอาวุธสงคราม ตายเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2533 !?
ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือศาลสั่งยกฟ้อง ท่ามกลางปมการตายปริศนาของเสี่ยฮวด และข้อสันนิษฐานเดิมๆ ของตำรวจในพื้นที่คือ "คนมีสี" ลงมือ

คลื่นลม ณ ชายทะเลด้านตะวันออกสงบราบเรียบได้ไม่นานก็กลับต้องระอุขึ้นอีกครบ เมื่อ "มือขวา" ของกำนันเป๊าะ คือ นายกำพล คุปตวานิช เจริญ หรือ "เสี่ยเก๊า" ถูกยิงถล่มเสียชีวิตไปอีก

ต่อมา ตำรวจได้กลิ่นคนที่พยายามตามเก็บ นายสมบูรณ์ หรือ เอี่ยม ม็อบ เพราะมีส่วนรู้เห็นในคดีนี้เพื่อเป็นการ "ปิดปาก" ไม่ให้ถึงตัวการ นายสมบูรณ์ จึงชิงมอบตัวตำรวจ นำโดย พล.ต.ท.ธนู หอมหวล ผบช.ก. (ในสมัยนั้น) โดยระบุว่า นายประมวล นาสวนชัย หรือ "ไอ้ตาแดง" และ จ.ส.ต.สมชาย อินสาหร่าย ร่วมลงมือสังหารเสี่ยเก๊าพร้อมกับตนเอง ทั้งยังระบุว่า จ.ส.ต.สมัย หรือ เอก วงศ์ไชย เป็นผู้จ้างวาน เนื่องจากความขัดแย้งการจัดซื้อที่ดินบริเวณหาดทรายทอง ต.นาจอมเทียน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สำหรับที่ดินผืนดังกล่าวมีเนื้อที่ 4 ไร่ 1 งาน มี กำนันเป๊าะ ครอบครองต่อจาก นายสุรชัย สุขนิรันดร์ แต่ที่ดินผืนดังกล่าวก็มีนายตำรวจระดับ "นายพล" หลายคนหมายตาขอเข้าจับจองไว้ด้วยเช่นกัน

การตายของเสี่ยเก๊า ทำให้กำนันเป๊าะเสียใจมาก เพราะเขาถือว่าเป็นมือขวาของกำนันคนดังอย่างแท้จริง โดยกำนันเป๊าะได้มอบหมายให้ดูแลกิจการต่างๆ เช่น เอเย่นต์สุราต่างประเทศ, หัวคะแนนคนสำคัญในพื้นที่ ฯลฯ ท่ามกลาง "ข่าวลือ" ว่า จะมีรายการ "ถล่มกำนันเป๊าะ" เป็นรายต่อไป

ทว่า คนอย่างกำนันเป๊าะย่อมไม่ยอมให้ใครมา "เคี้ยว" ได้ง่ายๆ และด้วย "หูตาสับปะรด" ทั้งในยุทธจักรนักเลง และในวงการข้าราชการทำให้เขาล่วงรู้ถึง "แผนสังหาร" เสียก่อน
วันนั้น (29 มีนาคม 2537) กำนันเป๊าะล่วงรู้ถึงแผนอะไรบางอย่าง จึงงดการเดินทางไปร่วมพิธีเก็บศพไร้ญาติ ณ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน ต.นาเกลือ อ.บางละมุง อย่างกะทันหัน !?

ก่อนจะสะกิดให้ตำรวจบุกค้นสำนักงานบริษัท เอ.ซี ซีเคียวริตี้ กราด กรุ๊ป จำกัด เลขที่ 225/65 หมู่ 6 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสำนักงานของ จ.ส.ต.สมัย ผู้ต้องหาในคดีสังหารเสี่ยเก๊านั่นเอง

ผลการตรวจค้นของตำรวจ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2537 พบปืนโตกาเลฟ ออซซี่ (ชนิดเดียวกับที่ใช้สังหารเสี่ยเก๊า) ซุกซ่อนอยู่ในโถส้วม ทั้งยังตรวจพบอาวุธปืนสงครามนานาชนิด เช่น ปืนยิงรถถังแบบเอ็ม-72,ปืนอาก้า ระเบิดลูกเกลี้ยง-เอ็ม 67 ฯลฯ รวมแล้วกว่า 30 รายการ ซุกซ่อนอยู่ในถัง 200 ลิตร ซึ่งถูกฝังไว้ใต้ดิน โดยกำนันเป๊าะเชื่อมั่นว่า อาวุธทั้งหมดจะถูกนำมาใช้สังหารตนเอง!?

จากนั้น ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาในคดีฆ่าเสี่ยเก๊าเพิ่มเติม คือ ส.ต.อ.วิชัย สาวงศ์นาม อดีตตำรวจใน จ.นครราชสีมา ที่ถูกไล่ออกจากราชการ และ นายปราการ วงศ์ไชย (น้องชาย จ.ส.ต.สมัย)

แม้จะเล่นกันแรงขนาดนี้ แต่สุดท้ายคดีนี้ก็เงียบหายไป และวงจรแห่งการฆ่าฟันกันเพื่อแก่งแย่งผลประโยชน์ในดินแดนชายทะเลแห่งนี้ก็ยังดำรงอยู่เรื่อยมา โดยยุคหลังๆ ที่สั่นสะเทือนวงการมากๆ ก็เช่นในรายของ พ.ต.ท.ไชยันต์ วิชัยดิษฐ และ "กำนันยูร"-ประยูร สิทธิโชติ โดยในรายแรกถูกดักถล่มคาถนนอย่างอุกอาจ ส่วนรายหลังก็ถูกฆ่าคางานแต่งกลางวันแสกๆ ซึ่งต่างก็อุกอาจไม่แพ้กัน

ถึงกระนั้น หลังเจอมรสุมชีวิตครั้งรุนแรงที่สุดด้วยคดี "คดีทุจริตที่ดินเขาไม้แก้ว" และ "คดีสังหารกำนันยูร" กำนันเป๊าะก็เลือกวิถีชีวิตของตัวเองด้วยการ "หลบหนี" กระบวนการยุติธรรม และคาดว่าตำแหน่ง "เจ้าพ่อตะวันออก" คงจะว่างลงไปสักพัก แต่ย่อมไม่ใช่ตลอดไปแน่นอน
คำถามที่ชวนระทึกก็คือ รายการ "เลือดล้างเลือด" รอบใหม่จะระเบิดขึ้นวันไหน และใครจะก้าวขึ้นมาเป็น "ก๊อดฟาเธอร์" คนใหม่ในดงเสือ-แดนสิงห์แห่งนี้เป็นรายต่อไป !?!?

สิ้นกำนันเป๊าะ...ใครขึ้น? ก่อนที่จะวิเคราะห์ในประเด็นนี้ แหล่งข่าวซึ่งเคยเป็นตำรวจในพื้นที่มานานนับสิบปี ขอเล่าถึง "ธรรมชาติ" ของการ "เปลี่ยนขั้วอำนาจ" ในดินแดนแห่งนี้เพื่อ "ปูพื้น" ว่า

"พอคนเก่าไปสักพัก ลูกน้องแต่ละคนก็จะกลับไปอยู่ในถ้ำของตัวเองสักระยะ แต่ไม่นานก็จะต้องมีรายการถล่มกันอีก และต้องมีสักคนก้าวขึ้นมาแทนแน่ๆ ขึ้นอยู่ว่าใครใจถึง และมีเงินพอที่จะดูดลูกน้องเข้าสังกัดได้มากกว่ากัน ส่วนแหล่งผลประโยชน์ก็หนีไม่พ้นทรัพยากรธรรมชาติ เช่น หิน ดิน แร่ ไม้ ฯลฯ และต่อมาจึงเป็นงานรับเหมาก่อสร้าง" แหล่งข่าวให้ข้อมูลเป็นน้ำจิ้ม

แต่ในภาวการณ์และเงื่อนไขทางสังคมเปลี่ยนไปจากเดิมมากเช่นนี้ เขากลับมองว่า รายการ "ล้างไพ่" เช่นในอดีตอาจจะไม่เกิดขึ้น เพราะในอดีตที่อำนาจรัฐยังเข้ามาไม่ค่อยทั่วถึง และอำนาจเบ็ดเส็รจยังตกอยู่ในมือ "ขุนทหาร" การทำเช่นนั้นสามารถทำได้ไม่ยาก แต่ในปัจจุบันเมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น และมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกิดขึ้น เช่น อบจ. อบต. อำนาจและเงิน น่าจะตกไปอยู่ในมือคนกลุ่มนี้เสียมากกว่า

"ผมมองว่า ต่อไปการประมูลงานก่อสร้างคงมีการแบ่งเขตกันชัด เจนขึ้น และคงไม่มีการขัดแย้งกันรุนแรงถึงขั้นลากอาวุธสงครามยิงถล่มกันเหมือนที่ผ่านมา เพราะจะเป็นจุดเด่นเกินไป และคงไม่ปลอดภัยแน่นอน ส่วนรูปแบบของซุ้มมือปืนก็เปลี่ยนไปแล้ว เพราะแต่ก่อนเจ้าพ่อจะเลี้ยงดูเป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันจะต่างคนต่างอยู่ ถ้ามีงานเมื่อไรถึงจะเรียกใช้กันที"

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงบอกให้เบาใจไปก่อนว่า ในระยะอันใกล้นี้ยัง "ไม่เห็นใคร" ที่จะก้าวขึ้นมาแทนกำนันเป๊าะ เพราะ "ไม่อยากเป็นจุดเด่น" ทั้งในสายตาลูกน้องเก่าๆ รวมทั้งผู้มีอำนาจในบ้านเมือง

ส่วนตำนาน "เจ้าพ่อตะวันออก" ก็อาจถึงคราว "ปิดฉาก" ไปพร้อมกับกำนันคนดังไปตลอดกาล !?

แฟ้มชีวิต "กำนันเป๊าะ"

นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ "กำนันเป๊าะ" เป็นลูกคนที่ 2 แต่เป็นลูกชายคนแรกของ นายชาญชัย และ นางท้วม คุณปลื้ม เกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2480 ฐานะทางบ้านพอมีอันจะกิน บิดาเป็นผู้ใหญ่บ้านใน ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี มารดาขายหมูในตลาดหนองมน กระทั่งมีโรงฆ่าสัตว์ขนาดเล็กของตนเอง

ด้วยความที่เป็นคนรูปร่างสูงใหญ่เกินวัย มีนิสัยกล้าได้ กล้าเสีย ใจนักเลง จึงไม่ชอบการเรียน เพราะคิดว่าไม่ตื่นเต้นเท่าการ "ผจญภัย" ในโลกกว้าง ดังนั้น เมื่อจบชั้น ป.4 ร.ร.วัดกลางดง จึงออกมาเผชิญโชคเป็นกระเป๋ารถเมล์สายบางแสน-ศรีราชา-ชลบุรี ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นคนขับรถเสียเอง

ต่อมา จึงหันไปทำเรือประมง เพราะรายได้ดีกว่า และบังเอิญไปสนิทชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง ซึ่งมีธุรกิจค้าน้ำมันในกัมพูชาขณะมาเที่ยวบางแสน กำนันเป๊าะจึงได้สัมปทานจับปลาในน่านน้ำกัมพูชา

แต่ทำไม่ได้กี่ปีธุรกิจประมงก็พังพาบลง เพราะ "น้ำมันแพง" จึงหันไปจับธุรกิจทำ "บ่อดินลูกรัง" จนร่ำรวย และนำไปสู่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ก่อนจะแตกไลน์ไปเป็นธุรกิจเหล้า โรงแรม พัฒนาที่ดิน ฯลฯ จนสามารถสยายปีกครอบคลุมเกือบทุกกิจการในเมืองพัทยา และส่งให้วงศ์วานว่านเครือ รวมทั้งลูกน้องคนสนิทก้าวเข้ามาเป็นนักการเมืองท้องถิ่น เช่น กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน หรือแม้แต่ ส.ส.ในสภาผู้แทน

เส้นทางการเมือง :

ปี 2511 ลงสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.แสนสุข

ปี 2526 จึงก้าวเป็น "กำนัน" ตำบลแสนสุข

ปี 2531 เมื่อสุขภิบาลแสนสุข ยกฐานะเป็น เทศบาลตำบลแสนสุข จึงได้เป็น "นายกเทศมนตรี"

ขอขอบคุณ   http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=century&date=11-02-2007&group=16&gblog=9
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27,09, 2012, 21:18:21 โดย Arthur@Gun#23 » บันทึกการเข้า

SPD#23 CG1#2 CG1.1#1 PPD#4 UPD#6
27,09, 2012, 11:31:33
พระสมุทรบริรักษ์
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,647



« ตอบ #34 เมื่อ: 27,09, 2012, 11:31:33 »

พอไปอยู่ภูเก็ต  ก็ได้ไปรู้และสัมผัส โดยผ่านทางน้องเมีย  และเพื่อน

สุชาติ  โกยเจริญ  (ชาติ  เก้านิ้ว) 

ซักเกือบ20ปีก่อน  ในภูเก็ต น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก  ชาติ  เก้านิ้ว   ในฐานะมือปืนผู้มากบารมี

รูปลักษณ์  หน้าตาหล่อเหลาผิวขาว  พูดเพราะ  ขับรถฮอนด้าพรีลูดสีแดง  ในตอนนั้น ฮอนด้าพรีลูดถือว่าเป็นรถสปอร์ต ในฝันของหลายๆคน

นิสัยรักเพื่อน  ใจนักเลง  คำไหนคำนั้น จนขนาดเพื่อนผมที่เป็นสืบ  ยังตกหลุมรักในน้ำใจของ ชาติ เก้านิ้ว จนไปไหนมาไหนด้วยกัน เป็นความผูกพันส่วนตัว

อย่างเช่น ยืนบังหน้าชาติไว้   ตอนเจรจาต่อรอง  แต่พก11ขึ้นลำแล้วเหน็บเอาไว้ด้านหลัง 

"ไอ้ชาติ ปืนกูขึ้นลำแล้ว เหน็บอยู่หลังกูนี่"

แต่สุดท้าย  ชาติ  เก้านิ้ว ก็โดนเก็บ ที่หาดใหญ่  จากการปล่อยไฟเขียวของต้นสังกัดคงแลกกับผลประโยชน์บางอย่าง

ไฟเขียวปล่อยมาจาก ที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่น้ำไม่ท่วมนี่เอง
บันทึกการเข้า

SPD#23 CG1#2 CG1.1#1 PPD#4 UPD#6
27,09, 2012, 12:02:27
tawan1098
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 461


« ตอบ #35 เมื่อ: 27,09, 2012, 12:02:27 »

 ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
27,09, 2012, 12:40:28
kang-kang
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,648



« ตอบ #36 เมื่อ: 27,09, 2012, 12:40:28 »

ชีวิตคนถ้ามีโอกาศเลือกผมว่าคงไม่มีใครอยากทำอาชีพนี้ แล้วคนทำอาชีพนี้ถึงแม้เงินที่ได้มาจะแยอะต่องานชิ้นหนึง แต่สุดท้ายผมว่ายังไม่เคยเห็นใครอยู่อย่างสุขสบายเลยครับ 
บันทึกการเข้า
27,09, 2012, 12:47:15
Napalm ™
พวกเราไม่ใช่คนดี 100%..............แต่เรื่องเดียวที่เราทำไม่เป็น..............คือ "เนรคุณในหลวง"
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,260


?


« ตอบ #37 เมื่อ: 27,09, 2012, 12:47:15 »

ชอบครับ มีอีกไหม ธุจ้า
บันทึกการเข้า

BULLET TO THE HEAD.
27,09, 2012, 13:06:50
march
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 752



« ตอบ #38 เมื่อ: 27,09, 2012, 13:06:50 »

 แว่นดำ
บันทึกการเข้า

SPD#04   105UNIT#10

เราไม่ใช่คนดี 100% แต่...เรื่องเดียวที่เราทำไม่เป็นคือ...เนรคุณในหลวง
27,09, 2012, 13:09:28
พระสมุทรบริรักษ์
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,647



« ตอบ #39 เมื่อ: 27,09, 2012, 13:09:28 »

ชอบครับ มีอีกไหม ธุจ้า

มีครับ  ด้วยนิสัยคล้ายๆกับแม่  ผมจึงมักพบเจอคนประเภทนี้เข้ามาในชีวิตประจำ เรียกว่ากฎแห่งการดึงดูดครับ  ของเหมือนกันก็ดูดกัน

ครอบครับผมกลัว  แต่พอคบกันแล้ว ดีกว่าคนปากหวานเยอะเลย

ไว้จะเรียบเรียงมาให้อ่านครับ
บันทึกการเข้า

SPD#23 CG1#2 CG1.1#1 PPD#4 UPD#6
27,09, 2012, 13:20:04
Glock_Team
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,784



« ตอบ #40 เมื่อ: 27,09, 2012, 13:20:04 »

มาติดตามครับ  ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า

อยู่อย่างมีสติ เมื่อมีเหตุก็ต้องมีผล....
27,09, 2012, 13:27:30
popoing
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,393



« ตอบ #41 เมื่อ: 27,09, 2012, 13:27:30 »

ไฟเขียวปล่อยมาจาก ที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่น้ำไม่ท่วมนี่เอง
ไม่ทราบที่ไหนเหรอครับ ผมนึกไม่ออกจริงๆ  ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้า
บันทึกการเข้า
27,09, 2012, 14:23:10
เคลลี่ ธนภัทร
ชื่อเปลี่ยน หน้าไม่เปลี่ยน
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,917



« ตอบ #42 เมื่อ: 27,09, 2012, 14:23:10 »


        ตอนแรกว่าจะไม่พิมพ์เพราะขี้เกียจ  นึกไปนึกมาอยากให้ สมช. ได้รู้เรื่องราวของคนๆนี้บ้าง  ติดตามเลยแล้วกันครับ

                  ป.ล. ผมเว้นวรรคใส่พยัญชนะไม่ค่อยเป็นนะครับ  ขออภัยด้วย



                                                               10ตี๋ใหญ่

                          ตี๋ใหญ่เป็นชาว อ. ดําเนินสะดวก จ. ราชบุรี มาจากครอบครัวคนจีนที่ทํามาหากินอย่างสุจริต 
                  แต่เพราะเหตุผลหลายๆอย่างทําให้ตี๋ใหญ่แตกเหล่าออกมากลายเป็นโจร
                                จากข้อมูลบันทึกของกรมตํารวจระบุว่า  คดีแรกที่ที่ตี๋ใหญ่ลงมือเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ส.ค.2516
                      ตี๋ใหญ่พาลูกน้องบุกปล้น นาย อดิศักดิ์  พิษณุวัตร ที่ อ. ดําเนินสะดวก แล้วก็อาละวาดปล้นอย่างต่อเนื่อง เน้นในเขตภาคกลางเป็นหลัก
                     ส่วนในกรุงเทพตี๋ใหญ่เข้ามาประกาศศักดาครั้งแรกด้วยการบุกปล้นร้านรับจ้างทําทองวิชชุพร ในเขตพระนคร  ท้องที่ ส.น. สําราญราษฎร์ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2520  และนี่คือครั้งแรกที่ พ.ต.ท.สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ เข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะ สวญ.ส.น. สําราญราษฏร์
                   โดย พ.ต.ท. สมเกียรติทราบว่าเป็นฝีมือของแก๊งตี๋ใหญ่เพราะก่อนหน้านั้นตํารวจ ส.น. บางซื่อ จับกุมสมุนตี๋ใหญ่ได้หลายคนเหมือนกัน  แต่ตี๋ใหญ่วางแผนพาลูกน้องแหกคุกได้สําเร็จเป็นคดีอื้อฉาวมากในยุคนั้น
   
                  มหาโจรชื่อดังมีลูกสมุนกว่า 20 คน  แต่ที่สนิทจริงๆมีแค่ 5 คน ประกอบด้วย นายอนันต์ หรือลูกกรอก  ทองเจิม--นายจรูญ หรือ แป๊ะ  ตระกูลดี--นายเอนก หรือ ตุ้ม  ศิริวงษ์--นายขาว และนายเทพ  ไม่ทราบนามสกุล


                      ตี๋ใหญ่และลูกน้องออกอาละวาดทั้งในกรุงเทพและปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง  คราวนี้เริ่มขยายจากการปล้นมาเป็นรับจ้างฆ่าและเรียกค่าคุ้มครอง  จนทําให้ชาวบ้าน อ. ดําเนินสะดวก เหมารถบุกมาร้องทุกข์กับตํารวจ บช.ภ.1 กระทั่งต้องจัดส่งตํารวจมือปราบเข้าพื้ที่จํานวนมากและเริ่มกวาดล้างอาชญากรรมครั้งใหญ่

                    หลังจากตํารวจท้องที่ต่างๆตามจับตี๋ใหญ๋แต่ไม่เป็ฯผล  สุดท้าย พล.ต.ท. ณรงค์  มหานนท์  รอง อ.ตร. (ในขณะนั้น) ต้องมีคําสั่งตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษ มี พ.ต.ท. สมเกียรติ  เป็นหัวหน้าชุด  ทําหน้าที่ไล่ล่าตี๋ใหญ่ และมีการตั้งค่าหัวจํานวน 50,000 บาท ไม่ว่าจับเป็นหรือจับตาย  ซึ่งเป็นครั้งแรกที่กรมตํารวจตั้งค่าหัวคนร้าย

                   การตามล่าแก๊งตี๋ใหญ่จึงเปิดฉากขึ้นพร้อมๆกับ ความร่วมของ ปชช.ใน อ. ดําเนินสะดวก  ที่ไม่พอใจพฤติกรรมของตี๋ใหญ่ที่ชอบเรียกค่าคุ้มครองและเข้ามาปล้นในพื้นที่
                  กระทั่ง ตํารวจได้ติดต่อกับญาติคนหนึ่งของตี๋ใหญ่ที่ยอมร่วมมือด้วย  โดยให้เป็นผู้แนะนํา ส.ต.ท. บรรดล ตัณฑไพบูลย์ เข้าร่วมแก๊งกับตี๋ใหญ่ในฐานะหลานชายและนักศึกษา ม. รามคําแหง  ที่ต้องการหาเงินเรียน ส.ต.ท. บรรดล คลุกคลีอยู่กับสมุนของตี๋ใหญ่อยู่ถึง 4 เดือนเต็มๆ  แต่เคยเจอหน้าตี๋ใหญ่เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

                  จากข้อมูลของตํารวจทราบมาว่าตี๋ใหญ่เป็นคนระมัดระวังตัวมาก  และหลับนอนไม่เป็นหลักแหล่งย้ายที่ไปเรื่อยๆ ไม่มีใครรู้ว่าตี๋ใหญ่อยู่ที่ไหนหรือทําอะไรอยู่  นอกจากเวลามีงานใหญ่ๆ(ไม่ใช่งานแต่งหรืองานวัด) ตี๋ใหญ่จึงติดต่อลูกน้องที่ต้องการมาร่วมงานเท่านั้น  ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ หรือแม้กระทั่งเมียที่มีอยู่หลายคนก็ไม่มีใครทราบว่าตี๋ใหญ่อยู่ที่ไหนหรือทําอะไร

                 ในส่วนของ ส.ต.ท. บรรดล ใช้เวลาอันสั้นตีสนิทกับสมุนของตี๋ใหญ่ได้หลายคน  โดยสมุนตี๋ใหญ่มักจะนํายาบ้า(สมัยนั้นมีแล้วหรือ เหงื่อตกดิ งง)มาขายให้ ซึ่ง ส.ต.ท. บรรดล ต้องรับซื้อไว้ทุกครั้ง  จากนั้นก็จไปกินเหล้าและเที่ยวบาร์รําวงและปิดท้ายด้วยการเที่ยวโสเภณี (อีตัว)ที่ ร.ร.ยูเนียนทุกครั้ง

                  4 เดือนเต็มๆที่ ส.ต.ท. บรรดล เข้าไปคลุกคลีกับสมุนตี๋ใหญ่แต่เข้าไม่ถึงตัวมหาโจรชื่อดัง  หน่วยเหนือจึงตัดสินใจให้ถอนตัวออกมา  โดยก่อนที่จะออกก็ได้วางแผนเด็ดแขนขา(ลูกน้อง)ของตี๋ใหญ่เสียก่อน
                 วันที่ 10 ก.ย.2520 สมุนตี๋ใหญ่นัดพบกับ ส.ต.ท. บรรดล  ชุดเฉพาะกิจจึงวางแผนจับกุมสมุนของตี๋ใหญ่ทันที  โดยไปดักรอที่ ร.ร.ยูเนียน เพราะเชื่อว่าพวกนี้ต้องไปเที่ยวโสเภณีที่นั่นเป็นการปิดท้ายรายการก่อนแยกย้ายกันกลับที่พัก  ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ทีมสืบสวน 2 ชุดแรกตามแกแะรอยสมุนตี๋ใหญ่จาก ร.ร.ยูเนียนจนทราบที่พักกบดาน  วันรุ่งขึ้นจึงชาร์จเข้าจับทันที  แต่สมุนตี๋ใหญ่ควงปืนยิงต่อสู้จึงถูกจับตายวันเดียวถึง 4 คน  จากนั้นก็เริ่มไล่ล่าตามจับสมุนตี๋ใหญ่ทีละคนสองคนทั้งจับเป็นและจับตาย

                 ด้าน ส.ต.ท. บรรดล  หลังจากออกจากกลุ่มตี๋ใหญ่ก็มาสมทบกับทีมเฉพาะกิจ  เนื่องจากรู้รายละเอียดปลีกย่อยในแก๊งตี๋ใหญ่เป็นอย่างดี  ส่วนตี๋ใหญ่ยังคงพาลูกน้องที่เหลือออกอาละวาดปล้นฆ่าอยู่เนืองๆจนเกือบจะพลาดท่าตํารวจอยู่เหมือนกัน  โดยชุดเฉพาะกิจได้ข้อมูลว่ามีคนเห็นตี๋ใหญ่ไปโผล่แถววัดเขมาภิรตาราม จ. นนทบุรี และจากการตรวจสอบพบว่าตี๋ใหญ่มีเพื่อนเป็นทหารพักอยู่ละแวกนั้นจึงส่งสายเข้าไปสืบข่าวและพบว่าตี๋ใหญ่กับลูกน้องมากบดานอยู่ย่านนี้จริงๆ

                 วันที่ 11 มี.ค.2522  ตํารวจกว่า 100 นาย ยกกําลังเข้าปิดล้อมชุมชนวัดเขมาฯ ล้อมจับตี๋ใหญ่  แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ  ตี๋ใหญ่แหวกวงล้อมหนีไปได้  แถมยังยํ้าแค้นด้วยการยิงตํารวจเสียชีวิตไปอีก 1 นาย แต่ตํารวจก็จับลูกน้องตี๋ใหญ่ได้อีก 4 คน
                 ต่อมาไม่นานตี๋ใหญ่ก็เกือบเสร็จอีกครั้ง  เมื่อตํารวจปิดล้อมสวนในเขต อ. เมือง จ. นนทบุรี แต่ตี๋ใหญ่ก็สามารถหนีไปได้อีก
   
                การที่ตี๋ใหญ่สามารถหลบหนีตํารวจได้หลายครั้งทําให้ข่าวลือที่ว่าตี๋ใหญ่มีวิชาอาคม และอยู่ยงคงกระพันสะพัดยิ่งขึ้น  ถึงขนาดมีตํารวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งเคยมีโอกาสยิงตี๋ใหญ่ในระยะประชิด  แต่ไม่กล้าลงมือเพราะกลัวอาคมของตี๋ใหญ่จะทําให้กระสุนด้าน

                ล่วงเข้าปี 2524 ตี๋ใหญ่ยังคงลอยนวลอยู่  แม้ทีมเฉพาะกิจจะพยายามตามล่ามานับปีแล้วก็ตาม  กระทั่ง พ.ต.ท. สมเกียรติ ได้สายคนสําคัญและมีบทบาทยิ่งในการจับตายตี๋ใหญ่ในเวลาต่อมา  นั่นคือนาย ทวีป  เสือคลํ้า เพื่อนสนิทของตี๋ใหญ่ที่คบหากันมาตั้งแต่เด็กๆ   ในชีวิตตี๋ใหญ่อาจจะพูดได้ว่ามีเพื่อนสนิทเพียงแค่ 2 คน คือ นายทวีป และเสือพร ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นลูกน้องมือขวาของตี๋ใหญ่ด้วย
                นายทวีป โดนตํารวจตามกล่อมมานานนับปีจึงตัดสินใจร่วมมือเพราะอยากให้ความวุ่นวายในนครบาลและดําเนินสะดวกจากการกระทําของตี๋ใหญ่จบลงเสียที 
                เมื่อมีสายเป็นคนสนิทของตี๋ใหญ่เช่นนี้ ความหวังของตํารวจก็มากขึ้น ช่วงนี้เองหน่วยเหนือส่งนายตํารวจมือดีอีกคนมาร่วมงานกับชุดเฉพาะกิจ คือ พ.ต.ท. กิตติโชติ  แสงนิล รอง ผกก.สส.เหนือ นายตํารวจที่ขึ้นชื่อว่ายิงปืนแม่นยังกับ(ดวง อยู่บํารุง)จับวาง

               หน้าที่หลักคือเป็นมือวางอันดับ 1 ในการลั่นกระสุนจับตายตี๋ใหญ่ และหากต้องยิงต่อสู้กันจะได้สมนํ้าสมเนื้อ  เพราะตี๋ใหญ่ได้รับการกล่าวขานว่ายิงปืนแม่นมาก
             
                      แล้ววันเด็ดหัวตี๋ใหญ่ก็มาถึง วันที่ 26 ก.พ.2524 นายทวีปแจ้งข่าวว่าตี๋ใหญ่กบดานอยู่อยู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งใน จ. สมุทรสาคร ชุดแม่นปืนพร้อมปืนยาวตืดลํากล้องไปดักซุ่มอยู่หลายชั่วโมง  แต่ปรากฏว่าตี๋ใหญ่ออกทางด้านหลังอู่จึงต้องเปลี่ยนแผน ตี๋ใหญ่ให้นายทวีปช่วยหัดขับรถให้  โดยใช้รถปิคอัพมาสด้าและมีเสือพรกับลูกน้องอีกคนนั่งคุ้มกันอยู่ที่กระบะท้าย ส่วนตํารวจใช้รถ 2 คันไล่ตาม  คันแรกมี ส.ต.ท. บรรดล  ส่วนอีกคันมี พ.ต.ท. กิตติโชติ
                      ตี๋ใหญ่หัดขับรถมาตาม ถ. ธนบุรี-ปากท่อ ก่อนเลี้ยวเข้าถนนลูกรังทางเข้าวัดธรรมโชติ  ทําให้ทีม ส.ต.ท. บรรดล ไม่กล้าขับตามไปเพราะอาจจะทําให้ตี๋ใหญ่สงสัยจึงอ้อมไปดักอีกทาง

                 ทีมของ พ.ต.ท. กิตติโชติ จึงรับหน้าที่ประกบต่อ  ระหว่างทางตี๋ใหญ่จอดรถดื้อๆ ตํารวจที่ขับตามมาถึงกับผวาเพราะคิดว่ามหาโจรร้ายรู้ตัวแล้ว  แต่ตํารวจทําทีเป็นไม่สนใจขับรถเลยไป  อีกครู่เดียวตี๋ใหญ่ก็ขับรถตามมา  ตํารวจฉวยจังหวะที่ตี๋ใหญ่ขับรถแล่นเข้ามาใกล้  เบรคและหักรถขวางถนนทันที....มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด...

                 พ.ต.ท. กิตติโชติ  กระโดดลงจากรถ ลั่นกระสุนผ่านกระจกหน้าเข้ากลางหน้าอกและใบหน้าของตี๋ใหญ่ 2 นัดซ้อน ตํารวจที่เหลือก็ลงมายิงซํ้าอีกหลายนัด  ดับตํานานมหาโจรชื่อดังของนครบาล  ส่วนลูกน้องตี๋ใหญ่คนหนึ่งหลบหนีไปได้ เหลือเพียงเสือพรที่หนีไม่ทัน โดนจับกุมและตั้งท่าจะยิงต่อสู้จนเกือบโดนจับตายอีกศพแต่นายทวีปขอร้องเอาไว้และผลจากเหตุการณ์นั้นทําให้เสือพรรู้ว่านาย ทวีปเป็นสายให้ตํารวจและได้เงินค่าหัวตี๋ใหญ่จํานวน 50,000 บาท
               
               หลังจากนั้น 1 เดือน เสือพรที่หลบหนีตํารวจมา ได้กลับมาล้างแค้นให้ตี๋ใหญ่  โดยมาดักยิงนาย ทวีป ที่ตลาดท่าฉลอม จ. สมุทรสาคร ระหว่างที่นายทวีปไปเก็บข้าวของเพื่อมาปักหลักในกรุงเทพ ...............จบ............

                           ข้อมูลจาก หนังสือ "ขุนโจร 100 ศพ" โดย "เปี๊ยก  จักรวรรดิ์"
บันทึกการเข้า

ถึงแม้จะอยู่เป็นคนสุดท้าย  ก็จะขอยอมตายเพื่อปกป้องราชบัลลังค์
27,09, 2012, 15:35:29
สุพจน์#รักในหลวง#
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,925


พวกเราไม่ใช่คนดี 100%..............แต่เรื่องเดียวที่เราทำไม่เ


« ตอบ #43 เมื่อ: 27,09, 2012, 15:35:29 »

พี่เชาว์มารำลึกความหลังแล้ว พี่ขาว เมืองชลอยู่ไหนครับ....   ยิ้มยิงฟัน ยิ้มยิงฟัน

ครั้งที่แล้วไปบางแสน เจอตำรวจโบก เลยต้องโชพาวหน่อย..... เฮ้ย...รู้จักพี่ ขาว เมืองชลมั้ย................................................ ถ้ารู้พาผมไปหาที....ผมหลง  หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก
บันทึกการเข้า

เหมือนบายศรีสู่ขวัญท่านถนอม  เจือแป้งหอมประแจจันทร์เครื่องหรรษา
พอเสร็จงานท่านก็ลงทิ้งคงคา   ให้ลอยมาลอยไปเหมือนใบตอง
27,09, 2012, 15:53:09
ขาว เมืองชล รักพ่อหลวง
SUPER VIP (ลอกน้าชัยมา)
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,097



« ตอบ #44 เมื่อ: 27,09, 2012, 15:53:09 »

พี่เชาว์มารำลึกความหลังแล้ว พี่ขาว เมืองชลอยู่ไหนครับ....   ยิ้มยิงฟัน ยิ้มยิงฟัน

ครั้งที่แล้วไปบางแสน เจอตำรวจโบก เลยต้องโชพาวหน่อย..... เฮ้ย...รู้จักพี่ ขาว เมืองชลมั้ย................................................ ถ้ารู้พาผมไปหาที....ผมหลง  หัวเราะปิดปาก หัวเราะปิดปาก

...ผมไม่มีความหลังฝังใจกับพี่เชาว์!!!

คนที่มีคือ... น้องตอเฮดกับหมอตั้มครับ... ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ
http://www.youtube.com/watch?v=p4ELdp8lOKQ&feature=relmfu
http://www.youtube.com/watch?v=ferDvAnk3nY
หน้า: 1 2 [3] 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: