GUN IN THAILAND
21,12, 2014, 00:12:13 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google

หน้านี้ ยุติการ Post แล้วครับ !!
 เวปบอร์ด gun.in.th ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่


   http://2013.gun.in.th
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลักประกันสัญญางานก่อสร้างมีปัญหาครับ  (อ่าน 1372 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
03,04, 2013, 14:49:33
เอ.เค.
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 619


« เมื่อ: 03,04, 2013, 14:49:33 »

บริษัทผมได้รับเหมางานก่อสร้างกับองค์การมหาชนแห่งหนึ่ง ในระหว่างก่อสร้างก็มีปัญหากันตลอด
จนจบงานมาได้ครบ 2 ปี เมื่อต้นปีนี้
ก่อนหน้านั้น ผมได้ทำหนังสือทวงถามข้อบกพร่องก่อนครบกำหนดรับประกันตามสัญญา ( 2 ปี )
ทางหน่วยงานได้แจ้งกลับมาหลายรายการ แต่ส่วนมากเกิดจากการออกแบบไม่เหมาะสมหรือเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน
ไม่ได้เกิดจากการก่อสร้างไม่เรียบร้อย เช่น สีซีดจาง เป็นต้น
แต่ก็มี 2 รายการที่ชำรุดบกพร่องจริง ผมจึงวางแผนที่จะลงมือซ่อม แต่ติดขัดเรื่องคนงาน จนเวลาล่วงไป 2 - 3 เดือน
ได้เข้าไปเพื่อจะซ่อม ปรากฎว่ามีการซ่อมแซมไปก่อนหน้านี้แล้วโดยผู้อื่นและไม่มีการแจ้งให้ผมทราบใดๆ ทั้งสิ้น
ผมจึงให้คนงานกลับโดยไม่ได้ทำอะไร

จนกระทั่งครบกำหนดค้ำประกัน 2 ปี ผมได้ทำหนังสือขอคืนหลักประกันสัญญาจากหน่วยงาน
1 เดือนผ่านไป...เงียบ    ทำหนังสือฉบับที่ 2 ส่งไปใหม่
คราวนี้ให้เด็กในหน่วยงานโทรกลับมาถามผมว่าส่งหนังสือมาถอนค้ำฯ ทำไม
ผมตอบว่าก็ขอคืนหลักประกันน่ะสิครับ ครบกำหนดแล้ว
ทางนั้นตอบว่าคืนไม่ได้เพราะผมไม่ไปซ่อม  ผมก็ตอบว่าไปแล้ว แต่มีคนทำไปก่อนหน้านี้แล้ว
ทางนั้นก็ยืนยันว่าไม่คืน ผมก็แจ้งว่าให้ทำหนังสือตอบกลับมาว่าไม่คืนเพราะอะไร
ทางนั้นโยกโย้ไม่ยอมทำหนังสือแจ้งและวางหูไป   จนบัดนี้ผ่านไปเดือนกว่าแล้วยังเงียบ
ผมจะส่งหนังสือไปขอถอนค้ำฯ อีกครั้ง แล้วรอสักพัก แล้วไปร้องศาลปกครองได้เลยหรือไม่
รบกวนท่านที่มีความรู้ทางกฎหมายช่วยชี้แจงกรณีนี้ให้ด้วยครับ จะขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง


ปล. พรุ่งนี้ผมจะส่งหนังสือขอคืนค้ำฯ ฉบับที่ 3 แล้วครับ ห่างจากฉบับที่ 1 เกือบ 3 เดือน (ขาด 6 วัน)
บันทึกการเข้า
03,04, 2013, 21:08:41
cZ1
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 278



« ตอบ #1 เมื่อ: 03,04, 2013, 21:08:41 »


      ตามข้อเท็จจริงที่ให้มาคู่สัญญามีการแจ้งข้อบกพร่องมาและ ท่านยอมรับว่ามีข้อบกพร่องจริง 2 รายการ  ส่วนรายการอื่นยังมีข้อโต้แย้งอยู่

      ส่วนข้อบกพร่อง 2 รายการ ท่านไม่ได้ไปซ่อมจนเวลาผ่านไป 2-3 เดือน เนื่องจากไม่มีคนงาน ยอมเป็นความผิดของท่านเอง

      กรณีปัญหาว่าทางคู่สัญญาไม่ยอมคืนหลักประกันหลังจากท่านบอกกล่าวทวงถามแล้วผลจะเป็นเช่นไรหากท่านร้องศาลปกครอง

        1.ต้องพิจารณาข้อสัญญาว่าท่านต้องรับผิดชอบในงานที่รับจ้างทำให้เรื่อ่งความชำรุดบกพร่องหรือความเสียหายไว้อย่างไรบ้าง  เช่นต้องจัดการซ่อมแซมให้เรียบร้อยภาย

       ในกี่วัน  และหากไม่จัดการดังกล่าว หรือคู่สัญญาซ่อมแซมเองตามกฏหมายท่านต้องรับผิดอยู่แล้วท่านต้องชดใช้ความเสียหายอย่างใดบ้าง และหากท่านไม่ซ่อมแซมหรือ

       ไม่ชดใช้ทางคู่สัญญามีสิทธิริบหลักประกันหรือไม่   และต้องพิจารณาต่อไปว่าความชำรุดบกพร่องอันเป็นความเสียหายนอกจากนี้ ที่ยังโต้แย้งกันอยู่มีอีกเท่าใด

       2.กรณีหลักประกันความเสียหาย  แม้ไม่มีการระบุไว้ในสัญญาว่าให้ริบหรือยึดได้แต่ตามกฏหมายคู่สัญญาฝ่ายเสียหายมีสิทธิยึดหน่วงไว้เพื่อชำระค่าเสียหายได้อยู่แล้ว

       3ประการสุดท้าย  หากท่านร้องศาลปกครองตามต้องการ  ทางคู่กรณีก็จะต่อสู้ว่าท่านผิดสัญญา และนำความเสียหายมาแจ้งให้ศาลทราบในข้อต่อสู้ หากหลักประกันเป็นเงินหรือหนังสือสัญญาประกันของธนาคารแล้วศาลและเชื่อว่าอีกฝ่ายเสียหายจริงก็จะนำมาหักชดใช้ให้อีกฝ่าย(กฏหมายเรียกหักกลบลบหนี้)หากมีเหลือศาลจะสั่งคืนท่าน  หากไม่พออีกฝ่ายน่าจะฟ้องแย้งในคำให้การให้ท่านชำระเพิ่มได้

                                                                                          ท่านต้องตัดสินใจแล้วครับว่าทางใดเป็นผลดีกับท่านมากกว่า



       
บันทึกการเข้า
03,04, 2013, 22:49:30
nengnoi
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 775



« ตอบ #2 เมื่อ: 03,04, 2013, 22:49:30 »

อันนี้ยาก ของจริงเคยเจอ เป็นสิบปีแล้ว ยังไม่เคลีย ยังไม่คืน
ขาดอายุความไปแล้วด้วย แต่ยังไม่คืนประกันเลย ยังไม่รู้
จะเอายังไง
บันทึกการเข้า
04,04, 2013, 07:34:06
เอ.เค.
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 619


« ตอบ #3 เมื่อ: 04,04, 2013, 07:34:06 »

              1.ต้องพิจารณาข้อสัญญาว่าท่านต้องรับผิดชอบในงานที่รับจ้างทำให้เรื่อ่งความชำรุดบกพร่องหรือความเสียหายไว้อย่างไรบ้าง  เช่นต้องจัดการซ่อมแซมให้เรียบร้อยภาย

       ในกี่วัน  และหากไม่จัดการดังกล่าว หรือคู่สัญญาซ่อมแซมเองตามกฏหมายท่านต้องรับผิดอยู่แล้วท่านต้องชดใช้ความเสียหายอย่างใดบ้าง และหากท่านไม่ซ่อมแซมหรือ

       ไม่ชดใช้ทางคู่สัญญามีสิทธิริบหลักประกันหรือไม่   และต้องพิจารณาต่อไปว่าความชำรุดบกพร่องอันเป็นความเสียหายนอกจากนี้ ที่ยังโต้แย้งกันอยู่มีอีกเท่าใด         


ขอบคุณครับที่กรุณาช่วยตอบคำถาม

ขอต่อเลยนะครับ
ร่างสัญญาตามระเบียบพัสดุสำนักนายกฯ ต้องมีระบุว่าถ้าเกิดการชำรุดเสียหายต้องซ่อมแซมภายในกี่วัน บางสัญญาก็ 7 วัน บางสัญญาก็ 15 วัน แต่สัญญานี้ผมจำไม่ได้และตัวสัญญาก็ถูกเก็บเข้าห้องเก็บเอกสารไปแล้ว เนื่องจากเสร็จงานมานาน แต่ที่แน่ๆ คือผมไปซ่อมช้าจริง
แต่ในทางปฏิบัติ การที่หน่วยงานจะซ่อมเองโดยพลการ ไม่แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบไม่ได้ ต้องทำหนังสือแจ้งก่อน โดยทั่วๆไปก็ 3 ครั้ง ถ้า 3 ครั้งแล้วยังไม่มาซ่อม ทางหน่วยงานต้องทำการประเมินค่าซ่อมแบบเดียวกับที่ประเมินราคาเพื่อของบประมาณ แล้วทำหนังสือแจ้งผู้รับจ้างฉบับหนึ่งว่าจะหักหลักประกันสัญญาตามค่าซ่อมแซมที่ประเมินไว้และอีกฉบับหนึ่งส่งไปยังธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันเพื่อขอให้ธนาคารชำระค่าซ่อมแทนผู้รับจ้าง แล้วผู้รับจ้าง, หน่วยงาน, ธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันจะดำเนินการอย่างไรต่อก็ว่ากันไปอีกขั้นตอนหนึ่ง ถ้าผู้รับจ้างไม่ยอมซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องของงานตัวเองจริงๆ ผู้ว่าจ้างจะดำเนินการซ่อมแซมโดยวิธีใดก็สุดแต่หน่วยงานนั้นๆ ภายในงบประมาณที่ตั้งไว้เพราะได้ริบหลักประกันจากผู้รับจ้างมาแล้ว
ใน case จริงที่ผมเคยประสบมา(เป็นของเพื่อนในวงการ ไม่ใช่ของผมเอง) หน่วยงานทำตามขั้นตอนจนแจ้งขอให้ธนาคารชำระค่าซ่อมแซมแล้ว ผู้รับจ้างยังไปขอดำเนินการซ่อมแซมเองโดยไม่ถูกริบหลักประกันและธนาคารก็ไม่ได้ชดใช้ให้หน่วยงานเพราะผู้รับจ้างยอมเข้าไปซ่อมแซมให้
ไม่เหมือนกรณีนี้ ที่อยู่ๆ ก็ทำเองโดยไม่แจ้งผู้รับจ้างใดๆ และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาค้ำประกันก็ไม่ยอมคืนหลักประกัน และยังคงทำตัวนิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะตอบหลังสือขอคืนหลักประกัน ไม่ยอมแจ้งว่าไม่คืนและไม่ชี้แจงว่าไม่คืนเพราะเหตุใด แม้จะทำหนังสือขอคืนไปแล้วหลายครั้ง


     
       2.กรณีหลักประกันความเสียหาย  แม้ไม่มีการระบุไว้ในสัญญาว่าให้ริบหรือยึดได้แต่ตามกฏหมายคู่สัญญาฝ่ายเสียหายมีสิทธิยึดหน่วงไว้เพื่อชำระค่าเสียหายได้อยู่แล้ว
         


อันนี้ผมว่าตามหลักการก็ควรเป็นเช่นนั้น แต่ข้อเท็จจริงตามที่ผมได้บรรยายไปแล้ว และผมก็เข้าใจด้วยว่าหน่วยงานนี้ ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงพยายามหลีกเลี่ยงทุกวิถีทางที่จะให้ตัวเองผูกพันรับผิดชอบในส่วงนที่ตัวเองต้องดูแล เช่น ไม่ยอมมีชื่อร่วมเป็นผู้ควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้าง แต่ส่งลูกน้องตัวเองมาเป็น แล้วดูแลสั่งการผ่านลูกน้องอีกที ให้ลูกน้องป็นกันชนโดยที่ตัวเองไม่ต้องปะทะโดยตรง แต่ลูกน้องตัดสินใจอะไรไม่ได้เลย ทุกเรื่องเขาจะเป็นผู้ตัดสินใจและสั่งการอีกที แต่ไม่ร่วมรับผิดใดๆ เพราะไม่ได้มีชื่อร่วมเป็นคณะทำงานและไม่มีหลักฐานการสั่งงาน  ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีตำแหน่งระดับ ผอ. ที่จะมีชื่อร่วมเป็นคณะทำงานไม่ได้  แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะใช้วาทศิลป์เกลี้ยกล่อมลูกน้องให้เห็นตามโดยที่ไม่ได้สั่งแบบบังคับ ลูกน้องก็เลยออก action เต็มที่ โดยไม่รู้ว่าเขาจูงจมูกอยู่     
อีกกรณีหนึ่ง แม้มีผู้ควบคุมงานแล้ว ยังจ้าง consult ภายนอกเข้ามาเป็นผู้ควบคุมงานอีกชั้นหนึ่ง เพื่อที่เวลาเกิดข้อผิดพลาดอะไรจะได้โยนให้ consult รับผิดชอบไปเต็มๆ ส่วนตัวเองจะได้ลอยตัว อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง แถมมาเก็บค่า consult จากเราเสียอีก  หารู้ไม่ว่า ถึงเกิดเรื่องขึ้นมา ตัวเองก็หัวขาดอยู่ดี
ยังมีอีกกรณี อันนี้ทำบ่อยๆ ตลอดที่ผมทำงานอยู่ คือออกหนังสือย้อนหลังเพื่อกลบเกลื่อนความผิดพลาดของตัวเอง สร้างหลักฐานเท็จ คือเมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาแล้วกลัวความผิดแม้เล็กน้อยก็จะใช้วิธีทำหนังสือเพื่อเป็นหลักฐาน แต่ลงวันที่ย้อนหลังไปในระยะเวลาที่พอเหมาะแก่เหตุการณ์ แต่ผมไม่ทราบว่าหาเลขหนังสือย้อนหลังโดยวิธีไหน ใช้เลขซ้ำเดิมหรือมีเลขล๊อคเผื่อไว้แล้วทุกวัน ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักฐานกันตัวเองออกจากความผิดทั้งปวง


     
       3ประการสุดท้าย  หากท่านร้องศาลปกครองตามต้องการ  ทางคู่กรณีก็จะต่อสู้ว่าท่านผิดสัญญา และนำความเสียหายมาแจ้งให้ศาลทราบในข้อต่อสู้ หากหลักประกันเป็นเงินหรือหนังสือสัญญาประกันของธนาคารแล้วศาลและเชื่อว่าอีกฝ่ายเสียหายจริงก็จะนำมาหักชดใช้ให้อีกฝ่าย(กฏหมายเรียกหักกลบลบหนี้)หากมีเหลือศาลจะสั่งคืนท่าน  หากไม่พออีกฝ่ายน่าจะฟ้องแย้งในคำให้การให้ท่านชำระเพิ่มได้

                                                                                          ท่านต้องตัดสินใจแล้วครับว่าทางใดเป็นผลดีกับท่านมากกว่า

     


จุดประสงค์หลักๆ เลยของผมคือถอนหลักประกันออกมา ถ้าไม่ให้ก็ควรจะบอกผมว่าต้องทำอย่างไรจึงคืนได้ แต่พอหน่วยงานนิ่งเฉย ผมก็ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร จึงคิดถึงเว็บกันอินก่อน เพราะผมไม่ค่อยได้เล่นเว็บอื่น เฟสบุ๊คก็ไม่ได้เล่น มีอะไรผมก็คิดถึงเว็บนี้ก่อนทุกครั้ง เพราะเป็นแหล่งรวมเพื่อนสมาชิกจากทุกเพศ ทุกวัย ทุกที่ ทุกอาชีพ มากมายและมีน้ำใจแบบคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน ต่อมาจึงคิดถึงศาลปกครอง เพราะคิดว่าน่าจะเป็นคดีปกครองและสามารถช่วยชี้ชัดให้ผมได้ว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไปเพื่อผมจะได้หลักประกันคืน และอีกอย่างคือผมอยากให้บุคลากรหน่วยงานนี้ได้รับความเดือดร้อนบ้าง เพราะเท่าที่ร่วมงานกันมา ทั้งองค์กรต่างแสวงหาทางรอดของตัวโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่นเลย แม้แต่พรรคพวกของตัวเองก็สามารถเหยียบหัวเพื่อให้ตัวรอดได้ ผมจะลากตั้งแต่หัวขององค์กรไปจนตัวเล็กตัวน้อยมาขึ้นศาลให้ร้อนใจเล่น ให้เห็นผลของการกระทำของพวกเขาเองว่าการปกป้องสิทธิ์ตนเองจนไปละเมิดสิทธิ์ผู้อื่นมันส่งผลกลับคืนมาเป็นความร้อนใจอย่างเป็นรูปธรรม  ถ้าไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นอีกก็จดจำใส่ใจไว้ว่าทำงานอะไรก็ตามต้องนึกถึงใจเขาใจเรา อย่าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง อย่าคิดแต่จะเอาตัวรอดจนไม่เหลือทางให้ผู้อื่นลอดเลย และถ้าสามารถเรียกร้องทางแพ่งได้ตั้งแต่หลักหมื่นขึ้นไปผมก็จะดำเนินการครับ
บันทึกการเข้า
04,04, 2013, 07:57:34
เอ.เค.
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 619


« ตอบ #4 เมื่อ: 04,04, 2013, 07:57:34 »

อันนี้ยาก ของจริงเคยเจอ เป็นสิบปีแล้ว ยังไม่เคลีย ยังไม่คืน
ขาดอายุความไปแล้วด้วย แต่ยังไม่คืนประกันเลย ยังไม่รู้
จะเอายังไง

แล้วดำเนินการอะไรไปบ้างแล้วครับ? ผลเป็นอย่างไร?
บันทึกการเข้า
04,04, 2013, 21:22:12
nengnoi
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 775



« ตอบ #5 เมื่อ: 04,04, 2013, 21:22:12 »

แล้วดำเนินการอะไรไปบ้างแล้วครับ? ผลเป็นอย่างไร?

ไม่มีอะไรเลย เคยแจ้งไปหลายทีขอให้เรียกมา ก็บอกว่ามีความเสียหายจะริบ แต่ก็ไม่ดำเนินการริบ
ให้ถูกต้อง จนอายุความขาดไปแล้ว ก็ยังคาอยู่กับธนาคาร แต่ไม่มีอะไรเป็นประกันกับธนาคาร
ก็เลยไม่เดือดร้อนเท่าไร ก้ต้องรอกันต่อไป

ส่วนเรื่องของท่าน ก็คงจะต้องเรียกให้คืน ไม่เช่นนั้น ก็คงจะต้องนำคดีขึ้นสู่ศาล
ให้มีข้อยุติ ถ้าเขามีสิทธิจะเรียกร้องอะไร ก็ว่ากันไปให้จบ แต่จากเรื่องราวแล้ว
ดู ๆ แล้ว ก็คงจะต้องไปพิสูจน์กันว่าความเสียหาย มันมีอะไรกันแน่ ถ้าตามทรง
ท่านก็มีส่วนที่ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่อง แต่จะเป็นเท่าไร ก็ต้องไปพิสูจน์
ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อสัญญา ถ้าข้อสัญญาไม่มีระบุไรไว้ ก็ไปว่ากันตามข้อกฎหมาย
ในเรื่องหนี้ ความรับผิดในการชำรุดบกพร่อง หรือ กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
หลักฐานต่าง ๆ ตอนงานเสร็จ รับงาน ความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้น ทางฝั่งนั้น
ก็คงจะสู้ประมาณว่า เรียกให้ ดำเนินการแล้วแต่ท่านไม่ดำเนินการ ก็ต้องรีบหา
ผู้อื่นดำเนินการไม่เช่นนั้นจะมีความเสียหายเพิ่มขึ้น เป็นไปได้หลายประการ
สุดแท้แต่ข้อเท็จจริงและหลักฐาน ไม่เช่นนั้น มันก็จะคาราคาซังอยู่อย่างนี้แหละ

ว่าแต่ว่าศาลปกครอง หรือ ศาลยุติธรรม นะไม่แน่ใจต้องดูสัญญาดี ๆ ด้วยนะ
บันทึกการเข้า
05,04, 2013, 07:13:13
เอ.เค.
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 619


« ตอบ #6 เมื่อ: 05,04, 2013, 07:13:13 »

ครับ หนังสือถอนคืนค้ำฯ ครั้งที่ 3 ทำเสร็จแล้วจะส่งวันนี้ เพื่อเร่งขั้นตอนให้จบโดยเร็ว ไม่คาราคาซังอย่างกรณีของท่าน
สำหรับผมเอาไงก็เอา ขอแค่บอก รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็เจรจา แต่ทำนิ่งเพื่อเตะถ่วง มันเป็นวิถีตุ๊ด

ในส่วนอื่นที่ผมอยากทราบคือ ผมมีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องได้เมื่อไหร่ ภายในกี่วันนับจากวันไหน?
และต้องทำอย่างไร เตรียมตัวอย่างไรบ้างครับ
คือผมมีแต่ใจ ไม่มีความรู้เลยครับ เกิดมาไม่เคยขึ้นศาล ขอให้ท่านที่มีอาชีพการงานทางนี้โดยตรงโปรดให้คำแนะนำด้วยครับ
บันทึกการเข้า
05,04, 2013, 22:57:01
cZ1
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 278



« ตอบ #7 เมื่อ: 05,04, 2013, 22:57:01 »

ครับ หนังสือถอนคืนค้ำฯ ครั้งที่ 3 ทำเสร็จแล้วจะส่งวันนี้ เพื่อเร่งขั้นตอนให้จบโดยเร็ว ไม่คาราคาซังอย่างกรณีของท่าน
สำหรับผมเอาไงก็เอา ขอแค่บอก รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็เจรจา แต่ทำนิ่งเพื่อเตะถ่วง มันเป็นวิถีตุ๊ด

ในส่วนอื่นที่ผมอยากทราบคือ ผมมีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องได้เมื่อไหร่ ภายในกี่วันนับจากวันไหน?
และต้องทำอย่างไร เตรียมตัวอย่างไรบ้างครับ
คือผมมีแต่ใจ ไม่มีความรู้เลยครับ เกิดมาไม่เคยขึ้นศาล ขอให้ท่านที่มีอาชีพการงานทางนี้โดยตรงโปรดให้คำแนะนำด้วยครับ


                         หนังสือขอคืนหลักประกัน ควรระบุว่าให้ส่งมอบคืนภายใน7 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้

                        โดยท่านต้องส่งแบบ ป.ณ.ตอบรับเพื่อนำใบตอบรับไว้เป็นหลักฐานการรับหนังสือ   และถ่ายสำเนาหนังสือเก็บไว้ด้วย เพื่อเป็นหลักฐานการทวงถาม

                         หากเขารับหนังสือแล้วครบ7 วัน ยังคงเพิกเฉย ก็สามารถฟ้องศาลได้   (ส่วนท่านฟ้อง    เขาต่อสู้อย่างไร    ค่อยไปพิสูจน์ในชั้นศาล)


                                                                                       
บันทึกการเข้า
06,04, 2013, 07:20:59
คุณชาย t-lek
ประธานกรรมการผู้จัดกวน
Gun In Thai Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,243

วันไหนๆก็สวดบทเดียว"ไม่เบียดตนและผู้อื่น"


« ตอบ #8 เมื่อ: 06,04, 2013, 07:20:59 »

เรื่องสำคัญขนาดนี้ ท่านให้ทนายความดำเนินการให้ดีกว่าครับ  เพราะรายละเอียดมันเยอะ ธุจ้า
บันทึกการเข้า

กฏหมายบางอย่างอาจจะดูไม่เป็นธรรม     แต่กฏแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ
06,04, 2013, 07:32:57
เอ.เค.
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 619


« ตอบ #9 เมื่อ: 06,04, 2013, 07:32:57 »


                         หนังสือขอคืนหลักประกัน ควรระบุว่าให้ส่งมอบคืนภายใน7 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้

                        โดยท่านต้องส่งแบบ ป.ณ.ตอบรับเพื่อนำใบตอบรับไว้เป็นหลักฐานการรับหนังสือ   และถ่ายสำเนาหนังสือเก็บไว้ด้วย เพื่อเป็นหลักฐานการทวงถาม

                         หากเขารับหนังสือแล้วครบ7 วัน ยังคงเพิกเฉย ก็สามารถฟ้องศาลได้   (ส่วนท่านฟ้อง    เขาต่อสู้อย่างไร    ค่อยไปพิสูจน์ในชั้นศาล)
                                                                                     

ตามระเบียบพัสดุของสำนักนายกฯ ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับหน่วยงานราชการทั่วประเทศ กำหนดไว้ตายตัวว่าต้องคืนหลักประกันภายในไม่เกิน 15 วันนับจากวันสิ้นสุดค้ำประกันครับ จริงๆ แล้วโดยหลักการคือไม่ว่าผู้รับจ้างจะทำเรื่องขอคืนหรือไม่ทำ หน่วยงานต้องมีหน้าที่รีบคืนอยู่แล้ว
แต่ในการปฏิบัติ เราก็มักทำเรื่องขอคืน แต่น้อยครั้งที่จะได้ภายใน 15 วัน  แต่ผมก็ไม่เคยได้ยินเรื่องการร้องเรียนเรื่องคืนค้ำฯ ช้าสักครั้ง ผู้รับจ้างหลายคนที่ไม่เคยทราบระเบียบพัสดุข้อนี้ บางคนรู้แต่ก็ไม่ได้ร้องเรียน เพราะต้องร่วมงานกันไปอีกนานและเจ้าหน้าที่เองก็มีงานหลายอย่าง นอกเสียจากจะช้ามาก หลายเดือน แบบนั้นจึงจะติดตามทางวาจากันจนกว่าจะได้

ผมเองก็เก็บสำเนาหนังสือขอคืนค้ำฯ และใบ ป.ณ.ตอบรับไว้ครบถ้วนครับ  แต่ติดที่ไม่ทราบว่าต้องครบกำหนดกี่วัน นับจากวันไหนจึงจะทำเรื่องฟ้องได้
บันทึกการเข้า
06,04, 2013, 07:36:27
เอ.เค.
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 619


« ตอบ #10 เมื่อ: 06,04, 2013, 07:36:27 »

เรื่องสำคัญขนาดนี้ ท่านให้ทนายความดำเนินการให้ดีกว่าครับ  เพราะรายละเอียดมันเยอะ ธุจ้า

ผมไม่รู้จักทนายที่สนิทพอจะไม่ฟันผมเลยสิครับ
บันทึกการเข้า
06,04, 2013, 23:41:40
nengnoi
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 775



« ตอบ #11 เมื่อ: 06,04, 2013, 23:41:40 »

ตามระเบียบพัสดุของสำนักนายกฯ ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับหน่วยงานราชการทั่วประเทศ กำหนดไว้ตายตัวว่าต้องคืนหลักประกันภายในไม่เกิน 15 วันนับจากวันสิ้นสุดค้ำประกันครับ จริงๆ แล้วโดยหลักการคือไม่ว่าผู้รับจ้างจะทำเรื่องขอคืนหรือไม่ทำ หน่วยงานต้องมีหน้าที่รีบคืนอยู่แล้ว
แต่ในการปฏิบัติ เราก็มักทำเรื่องขอคืน แต่น้อยครั้งที่จะได้ภายใน 15 วัน  แต่ผมก็ไม่เคยได้ยินเรื่องการร้องเรียนเรื่องคืนค้ำฯ ช้าสักครั้ง ผู้รับจ้างหลายคนที่ไม่เคยทราบระเบียบพัสดุข้อนี้ บางคนรู้แต่ก็ไม่ได้ร้องเรียน เพราะต้องร่วมงานกันไปอีกนานและเจ้าหน้าที่เองก็มีงานหลายอย่าง นอกเสียจากจะช้ามาก หลายเดือน แบบนั้นจึงจะติดตามทางวาจากันจนกว่าจะได้

ผมเองก็เก็บสำเนาหนังสือขอคืนค้ำฯ และใบ ป.ณ.ตอบรับไว้ครบถ้วนครับ  แต่ติดที่ไม่ทราบว่าต้องครบกำหนดกี่วัน นับจากวันไหนจึงจะทำเรื่องฟ้องได้

ระเบียบพัสดุ ตามทีท่านบอกมา ในความเห็นผม เห็นว่า มันเป็นแนวทางใ้ห้ หน่วยงานปฏิบัติ ซึ่งสามารถยืดหยุ่นได้
ตามสภาพ หากไม่สามารถปฏิบัติตาม ก็คงเป็นเรื่องของการพิจารณาผลงาน หรือ ประเมินการปฏิบัติงาน  หรือ
เป็นเรื่องที่จะนำมาพิจารณาทางวินัย แก่ผู้มีหน้าที่ต้องดำเนินการ ไม่ได้มีบทบังคับว่าต้องทำให้เสร็จเท่านี้เท่านั้น
ไม่น่าจะมีสภาพบังคับทางกฎหมาย

ส่วนเรื่องที่ว่า จะฟ้องได้เมื่อไร ก็ขึ้นอยู่กับว่า ท่านกำหนดไว้กี่วันนับแต่ฝ่ายตรงข้ามได้รับ ได้รู้ ได้เห้นการทวงถาม
ถ้าล่วงเลยระยะเวลานั้นก็ฟ้องได้แล้วครับ เช่น กำหนด 7 วัน ก็ดูวันที่ลง ใบตอบรับ นับบวกไปอีก 7 วัน วันที่ 8
ก็ฟ้องได้แล้ว  ว่าแต่ว่า หน่วยงานไหน ไม่ลองร้องต่อหน่วยงานนั้นโดยตรงก่อน หรือ กระทรวงที่รับผิดชอบ
หรือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ถ้าอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ก็น่าจะมีผลอะไรบ้าง ดีไม่ดี ไม่ต้องฟ้องด้วย
บันทึกการเข้า
07,04, 2013, 11:31:41
เอ.เค.
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 619


« ตอบ #12 เมื่อ: 07,04, 2013, 11:31:41 »

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ จะลองดำเนินการตามที่ท่านว่ามาดูครับ
บันทึกการเข้า
01,06, 2013, 09:45:59
เอ.เค.
สมาชิกครอบครัว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 619


« ตอบ #13 เมื่อ: 01,06, 2013, 09:45:59 »

รายงานความคืบหน้า

ฟ้องศาลปกครองแล้ว ศาลรับฟ้องแล้วครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: