GUN IN THAILAND
19,09, 2019, 07:01:02 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google

หน้านี้ ยุติการ Post แล้วครับ !!
 เวปบอร์ด gun.in.th ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่


   http://2013.gun.in.th
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องเล่าจากชาวปืนแฝด Beretta over/under shotgun (พิมพ์ปรับปรุงเพิ่มข้อมูล)  (อ่าน 8473 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
09,02, 2013, 18:56:29
Fabbri
ผู้ดูแล
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,939



« เมื่อ: 09,02, 2013, 18:56:29 »

เรื่องต่อไปนี้ เป็นบทความของท่านลูกซองสั้น
แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นย้ายมาสักที เป็นปีแล้ว เลย จับย้ายเสียเอง

เรื่องเล่าจากชาวปืนแฝด Beretta over/under  shotgun


ชื่อเสียงของ Beretta เป็นที่กล่าวถึงและรู้จักกันเป็นอย่างดีในหมู่นักนิยมปืนลูกซองแฝด  โดยตระกูล SO เป็นตัวเอกของปืนแฝดซ้อน  และตระกูล 451 กับ 452 เป็นตัวแทนสำหรับปืนแฝดขนาน 

แฝดซ้อนของ  Beretta ถูกจัดให้เป็นภาพลักษณ์ของปืนลูกซองแฝดเลยนะครับ Beretta SO ถูกออกแบบมาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1930  และยังคงอยู่ในสายการผลิตของโรงงานมาจนทุกวันนี้นะครับ  แม้นว่า SO จะมีอายุมากถึง 70 ปีแล้วก็ตาม แต่แบบของ SO ก็ยังทันยุค และยังสามารถแข่งขันกับแบบของปืนโรงงานอื่นๆได้จนทุกวันนี้ 

เมื่อกล่าวถึง SO4  SO5 เราไม่ได้แค่พูดถึงแต่ปืนแข่งขันเท่านั้นนะครับ  SO4  SO5  มีปืนล่าสัตว์ (field gun) ด้วยนะครับ  และก็เป็นที่ต้องการของนักนิยมปืนที่ไม่ยิงเป้าบินแข่งขันด้วย

เมื่อเรากล่าวถึงปืนลูกซองแฝดดีๆสักกระบอกหนึ่ง อย่างเช่น Beretta SO อะไรคือปืนดีๆที่นักยิงปืนให้คำจำกัดความไว้  ความเที่ยงตรง ความคงทน ความปราณีต และที่สำคัญ การเลือกสรร หาแต่วัสดุชั้นเลิศ นำมาบรรจง ประกอบกันเป็นปืน Beretta SO  นั่นแหละคือ เป้าหมายของ project การออกแบบปืนตระกูล SO ที่ช่าง Beretta ตั้งเป้าเอาไว้เมื่อ 70 ปีก่อน


ภาพเปรียบเทียบท้ายลำกล้องของ Beretta SO4 ในภาพขวา จะเห็นบ่าสำหรับขัดกลอนล็อค (protuding shelves) สองข้าง และเห็นได้ชัดว่า ด้านล่างของลำกล้องล่างไม่มีเหล็ก lumps เกะกะเลย กลมเกลี้ยงจริงๆ   

ลำกล้องทางซ้าย  ของ Perazzi MX8 มี lump ใต้ลำกล้อง และสังเกตุเห็นบ่าขัดกลอนสองข้าง ด้านข้างลำกล้องล่าง





ระบบล็อคลำกล้องของ Beretta SO เป็นระบบกลอนขวาง โดยที่ท้ายลำกล้องจะมีเขี้ยว (protuding shelves)สองเขี้ยวยื่นออกมา มองเห็นได้ชัดเจน ตรงข้างของท้ายรังเพลิงลำกล้องบน เขี้ยวทั้งสองนี้จะสอดเข้าไปขัดในร่องสองร่องตรงด้านหน้าของ action breech (ระบบล็อคนี้ เหมือนกับระบบล็อคท้ายลำกล้องของปืนแฝดขนาน Purdey ต่างกันเพียงแค่ Purdey เป็นปืนแฝดขนาน เลยมีเขี้ยวล็อคอันเดียว ตรงกลางระหว่างลำกล้องทั้งสอง -  ความเห็นของผู้แปลเอง) เราน่าจะเรียกระบบเขี้ยวล็อคของ Beretta SO อันนี้ว่า  Purdey double-bolt นะครับ



เมื่อปิดลำกล้องลง กลอนล็อคขวาง (transversal plug) จะเลื่อนปิดล็อคขวางและขัดท้ายลำกล้องไว้แน่นหนา แข็งแรงมาก ข้อดีของระบบล็อคแบบกลอนขวางของ Beretta SO อีกอย่างก็คือ เมื่อมีระบบล็อคที่แน่นหนามาก Beretta SO เลยสามารถทำด้านล่างของลำกล้องล่างได้เล็กกระทัดรัด และบางเท่าที่จำเป็น ไม่มี lump รองรับลำกล้องด้านล่าง เมื่อลำกล้องของ SO ไม่มีแท่งเหล็ก (lump)ยึดด้านล่างของลำกล้อง (เพราะไม่ได้ล็อคด้านล่างของลำกล้อง ) Beretta SO เลยเป็นปืนที่มีขนาด action ที่เตี้ยและเล็ก สามารถลดน้ำหนักของปืนลงไปได้มาก

อีกจุดเด่นของระบบล็อคท้ายลำกล้องของ Beretta SO ซึ่งสามารถพบเห็นในปืนตระกูล 682 รวมทั้ง ตระกูล ASE ด้วยก็คือ ด้านข้างของลำกล้องทั้งด้านซ้ายและด้านขวา Beretta ทำเป็นบ่าเอาไว้ขัดกลอนกับ action และตรงจุดสัมผัสนี้ สามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ เมื่อสึกหรอ (ปืน 682 ในเมืองไทย ยิงมาจนทะลุแสนนัดไปแล้ว ยังไม่เคยต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนชิ้นนี้เลยครับ)



ในภาพตรงจุดสัมผัส จะเห็นชิ้นส่วนที่มีสกรูเล็กๆยึดอยู่ นี่แหละชิ้นส่วนที่ว่าถอดเปลี่ยนได้เมื่อสึกหรอ 

ดูเหล็กกลอนขวางขนาดใหญ่ (transversal plug) เห็นไหมครับ

ภาพนี้ อยากจะให้ดูร่องขัดกลอนสองร่องที่ด้านหน้าของ action breech

ในภาพนี้ เสมือนว่าปืนอยู่ในสภาพกลอนขวาง (transversal plug) ปิดล็อค  เห็นกลอนขัดอยู่ครับ



ปืนกระบอกนี้ อาจารย์ Matteralli แต่งร่องแก๊สรอบหน้าเข็มแทงชนวนไว้ด้วย  ถ้ายิงแต่ลูกแข่งขันของโรงงาน ก็ไม่จำเป็นต้องทำหรอกครับ

ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว  Beretta SO จะใช้แต่วัสดุชั้นเลิศเท่านั้น  Beretta เลือกใช้เหล็กพิเศษ Boehler Antinit steel มาทำลำกล้อง ลำกล้องด้านในไม่ได้ชุบโครมเมี่ยม แต่เหล็ก Boehler มีนิเกิ้ลผสมอยู่มาก จึงทนต่อการขูดขีดและเสียดสี โดยเฉพาะบริเวณโช้คในลำกล้อง ซึ่งจะมีแรงเสียดทานสูงมากเมื่อเม็ดลูกปรายวิ่งผ่าน 

Action ของ  SO ใช้เหล็ก Nikel-chromium-molybdene steel ซึ่งถูกทำมาให้มีความแข็งขนาด 140 กิโลกรัม/ตารางมิลลิเมตร  (แข็งขนาดนี้ คงไม่มีวันพังแน่- ผู้แปล)

Ejector ของ  SO  เป็นแบบ automatic ตามความต้องการของนักยิงปืนทั่วไป

Beretta SO มีทำมาทั้งแบบ  สองไก และไกเดียว  และยังแยกอีกเป็น ไกเดียวเลือกลำกล้องได้ หรือ ล็อคไว้ยิงลำกล้องล่างก่อนเสมอแบบปืนแข่งขัน

Field gun  จะทำมาหนักประมาณ  3.25 กิโลกรัม  และแบบแข่งขัน จะทำมาหนัก 3.70 กิโลกรัมสำหรับ trap  และหนัก 3.40 กิโลกรัมสำหรับ skeet

ความยาวลำกล้อง สามารถเลือกได้ ตั้งแต่ 66  68  71  75 ซ.ม.  โช้คก็สามารถสั่งทำได้ตามความต้องการ


Beretta SO รุ่นแรก  หรือเรียกว่า SO1  ราคาที่โรงงานตั้งขายจัดว่าเป็นราคามิตรภาพกับนักยิงปืนครับ ไม่สูงนัก  ต่อมารุ่น SO2 แทบไม่มีอะไรแตกต่างจาก SO1 ยังคงความเยี่ยมไว้เช่นเดียวกับ SO1 จนกระทั่งมารุ่น SO3EELL (EELL ในรหัสของ Beretta คือ super deluxe ครับ- ผู้แปล) ซึ่งใช้ไม้ลายสวยๆมาทำพานท้าย ราคาสูงขึ้นตามความงามครับ  SO3EELL มีลายแกะบนปืนที่สวยงามหลายแบบนะครับ ทั้งแบบ hunting scenes,  English scrolls , flower pattern

Beretta SO3EELL สวยๆ ถูกสั่งเข้ามาอยู่ในมือคนไทยหลายกระบอกนะครับ เท่าที่ผมรู้จัก ก็สามกระบอกแล้ว แต่ว่าแต่ละท่านหวงยิ่งกว่าลูกสาวคนเล็กซะอีก ยังไงท่านผู้ใดมีรูปสวยๆ ก็ส่งประกวดได้นะครับ
SO5 เป็นปืนที่ใช้กลไกนกสับแบบ side lock คือชุดลั่นไก นกสับ ติดตั้งอยู่บนแก้มด้านข้าง และสามารถถอดออกมาได้

ผมขอดึงรูปมาจากเวปของ Beretta เองนะครับ

ปืน SO5 กระบอกในรูป มี option  side lever ด้วย 




มุมมองด้านบนของกระโหลก action สะอาด กลมเกลี้ยง ไม่มีร่องรอยผ่าร่อง ให้เสียความรู้สึก Beretta ออกแบบได้เยี่ยมเลยครับ

ไม่เหมือนกับปืนเยอรมันบางโรงงานที่ใช้กลอนล็อคแบบ Kersten ซึ่งจะมีร่องสองร่องผ่าบนกระโหลกลงไป

แต่บางท่านอาจจะว่าสวยคนละแบบก็ได้นะครับ  แล้วแต่ความชอบของท่านเจ้าของ



เจอรูป SO3EELL สวยๆ เอามาฝากครับ

กระบอกที่วางนอนอยู่ข้างล่างเป็น 682 นะครับ




Beretta ตระกูล  S680 ถูกผลิตและขายมากกว่าหนึ่งล้านกระบอก Action ของ S680 ดั่งเดิมถูกออกแบบสำหรับยิงกระสุนลูกซองขนาด 12 และยังมี action ขนาดเล็กกว่าซึ่งยิงลูกซองขนาด 20 ถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจผู้ที่ต้องการปืนที่เบากว่า และเล็กถนัดมือกว่า Beretta ตระกูล S680 ไม่จัดอยู่ในกลุ่มปืน The best guns แต่มันก็เป็นปืนชั้นดีที่สมควรจะเรียกว่า the fine gun ปืนตระกูล S680 จัดว่าเป็นปืนที่เป็นมาตราฐานของปืนอิตาลี่ คือ ใช้วัสดุที่ดี และมีกลไกที่เชื่อถือได้  ตระกูล S680 เป็นกลุ่มตระกูลใหม่ซึ่งออกแบบมาให้ทดแทนกลุ่มปืนตระกูลเก่า S55 และ S56 (มาถึงตรงนี้ ผมเพิ่งจะนึกได้ว่า มีปืนแฝดซ้อนเก่ากระบอกนึง เจอที่สนามยิงเป้าบินเมื่อไม่นานนี้ ระบุว่าโมเดล 55 ก็คงจะเป็นโมเดลเก่าก่อนโมเดล 680 นี้เอง เพิ่งจะได้สัมผัสตัวจริง- ผู้แปล)

Beretta มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ใหญ่มาก ไม่ใช่แค่ในอิตาลีเท่านั้น แต่ว่ากินส่วนแบ่งมากทั้งโลกเลย ใครก็ตามที่เป็นมือปืนยิงนก รวมทั้งเป็นมือปืนนักกีฬา ต้องได้เคยพบเจอกับปืนลูกซองแฝด Beretta มาแล้วทั้งนั้น ปืนลูกซองแฝดตระกูล S680 จัดว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของปืนที่ผลิตโดยชาวเมือง gardon เรียกได้ว่าเป็นปืนสไตล์ Gardonese เลย คือ แม้นว่าจะผลิตแบบเอาปริมาณมากแบบพวกปืนออโต หรือ side by side แต่ปืนของ gardonese จะคงรักษาคุณภาพมาตราฐานของตนเองไว้อย่างสม่ำเสมอ



จุดขายอันแข็งแกร่งของปืนลูกซองแฝดของ Beretta คือ ใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง มีกลไกการทำงานที่แม่นยำและเชื่อถือได้ ทนทานใช้งานได้ยาวนาน และที่ดีมากก็คือ ราคาที่สามารถขายแข่งขันในตลาดปืนได้ (น้องๆเป้าบิน อ่านมาถึงตรงนี้ คงจะยิ้มแก้มพองแล้ว เลือกซื้อปืนคู่มือมาได้ไม่ผิดแล้ว ปืนตระกูลนี้ทั้งทนและทั้งถูก - ผู้แปล)



Beretta คอยปรับปรุงราคาขายของปืนตระกูล 680 อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คงอยู่ในความนิยมของตลาด เรียกได้ว่า โมเดลพื้นๆจะมีราคาย่อมเยาจนใครสักคนที่ได้เคยจับถือ เป็นต้องอดใจไม่ไหวเมื่อเปรียบเทียบกับราคาของปืนโรงงานคู่แข่ง (หลักการตลาดของ Beretta จัดได้ว่าเป็นเลิศครับ ออกลายใหม่ๆมายั่วนัก shop ทุกๆสองสามปี ใครที่เป็นมือปืนที่ไม่ยอมใช้ปืนตกรุ่น มีอันต้องเปลี่ยนปืนกันเป็นประจำ แฮะ ๆ เปลี่ยนกันบ่อยๆ ก็ดีนะ น้องใหม่จะได้มีปืนดีราคาย่อมเยาหัดยิงกัน - ผู้แปล)


Beretta รุ่น boxlock 680  682  686  687  ทั้งมีรหัสต่อท้ายด้วย L  UL  EL  EELL  Gold E ล้วนแล้วแต่มีวิธีการล๊อคท้ายลำกล้องแบบเดียวกันทั้งนั้นครับ  แม้นว่า Beretta รุ่นนี้ จะเป็นรุ่นประหยัด แต่ก็ยังคงแบบของท้ายลำกล้องที่คล้ายคลึงกับ ตระกูล SO ที่มีราคาแพงอยู่นะครับ คือ ไม่มี Lump รองด้านล่างของท้ายลำกล้อง เลยสามารถทำ action ให้เตี้ย บาง น้ำหนักเบาลง ได้ ที่ผมกล่าวถึงว่า เตี้ยลง ผมกล่าวเปรียบเทียบกับปืนตระกูล Browning ที่ท่าน John Mose Browning ออกแบบไว้ครับ





ที่นี้มาพูดถึงส่วนกลไกการล๊อคลำกล้องของ Beretta  ตระกูล 680 กันบ้าง ดูจากรูปข้างบน จะเห็นรูกลมสองรู อยู่ด้านข้างของลำกล้องบน เหนือ ejector นั่นคือรูกลอนล๊อคลำกล้องครับ



680 จะไม่มีขาขัดกลอนขวางเหมือนกับ SO เมื่อมองด้านข้างลำกล้อง จะมีแค่ ejector ยื่นพ้นลำกล้องออกมาเท่านั้น





มาดูด้าน action (บางคนเรียก receiver) Beretta ตระกูล 680 มีรูป U shape เข้ารูปกับท้ายลำกล้องที่ไม่  lump



รูปนี้ ด้านข้างของ action เวลาปิดปืน กลอนสองตัวจะยื่นออกมา เสียบเข้าไปขัดล๊อคด้านท้ายลำกล้อง  กลอนสองตัวนี้มีมุมเอียงเรียวเล็กน้อย มีสปริงอัดท้ายกลอนซึ่งฝังอยู่ใน action และกลอนสองตัวนี้จะปรับตัวเข้ากับรูกลอนที่ท้ายลำกล้องเสมอ จึงไม่ต้องกลัวว่า การขัดกลอนปิดท้ายลำกล้องจะหลวม เมื่อผ่านการใช้งานไปนานๆ กลอนล็อคแบบของ Beretta ทั้ง SO และ 680 series ไม่ได้รับแรงเครียดใดเมื่อยิงกระสุนออกไป เพราะการขัดกลอนของ Bereta ทำหน้าที่แค่กันปืนเปิดออกในเวลายิงเท่านั้น   โรงงาน Beretta เคยทดลองยิงปืน โดยถอดกลอนล็อคตัวนี้ออก ปรากฏว่าปืนยังคงสถาพปิดอยู่เหมือนเดิม ไม่แสดงการผิดปรกติใดๆ (นับว่าเป็นการทดลองที่กล้าหาญมากครับ  :o ใครนะช่างคิดการทดลองพิศดารนี้ได้  และก็ใครเป็นคนยิงนะ  น่าจะโดนแก๊สรั่ว พุ่งเข้าตาบ้างนะ  เป็นการทดลองที่พิเรนสุดๆ - ผู้แปลคิดเอง)


เอารูปเปรียบเทียบกลอนล็อคของ Beretta 680 series มาให้ดูก่อน คนที่มีปืนอยู่แล้วคงไม่รู้สึกแปลกตาอะไร ก็เอามาฝากคนที่ไม่เคยสังเกตุเห็นก็แล้วกันนะครับ



รูปแรก จังหวะเปิดปืน จะเห็นว่ากลอนล็อคสองตัวถอยหลัง หลบเข้าไปใน receiver หรือ action และจะค้างอยู่จังหวะนั้น
เหนือกลอนข้างซ้าย จะเห็นปุ่มล็อคกลอน (แท่งสีเงิน) ยื่นออกมาค้างไว้ 
กลอนล็อคสองตัวนี้ อันที่จริงเป็นเหล็กชิ้นเดียวกันนะครับ เป็นรูปตัว U และมีสปริงอัดอยู่ภายใน ซึ่งจะปรับตัวเองอัดปิดท้ายลำกล้องไว้แน่เสมอ
ผมเจตนาถอดลำกล้องออกนะครับ จะได้เห็นกลอนชัดๆ


รูปต่อมา ในจังหวะปิดปืน (ผมถอดลำกล้องออกนะ จะได้ไม่บังสายตา)
ปุ่มล็อคกลอน ในจังหวะปิดปืนจะถูกท้ายลำกล้องกดจมลงสนิทไปกับ breech face 
กลอนสองตัว ที่ถูกสปริงอัดไว้ จะเดินหน้าเข้าขัดล็อค ปิดท้ายลำกล้อง




อ้อ ลืมบอกไป เผื่อว่า พ่อ mosino ชายเจ้าชู้ จะผ่านมาอ่านกระทู้นี้
ผมพาลูกสาวหม้ายมาเป็นนางแบบครับ ก็ปืนที่ถ่ายรูปมาให้ดูนี่แหละ

Beretta 680 series ใช้เหล็ก Ni - Cr - Mo เบอร์เดียวกับเหล็กที่ใช้ผลิตปืนตระกูล SO (ที่แสนจะแพง - ผมบ่นเอง) มาทำ action ปืนครับ เหล็กเบอร์นี้โครตทนทรหด เป็นที่ถูกอกถูกใจนักกีฬายิงเป้าบินทีมไทยมาก  ปืน skeet ที่มือวางอันดับหนึ่งของไทยแลนด์ ซึ่งยิงมาตั้งแต่ปี 1986 และมือวางอันดับสองของไทยแลนด์  ซึ่งยิงมาตั้งแต่ปี 1993 ยิงทุกสัปดาห์ ยิงสัปดาห์ละหลายร้อยนัด  และยังคงยิงต่อไปเรื่อยๆๆๆๆๆ ก็ไม่เห็นว่าจะใกล้พังเลย  ระบบกลอนล็อคของ 680 series ยังคงปิดสนิทแน่เหมือนสาว virgin คืนวันส่งตัวครับ



ดูท้องน้อยลูกสาวหม้ายของผมซิครับ ไม่มีริ้วรอยสึกหรอเลย แม้นว่าอีตาลูกเขยไม่รักจริง จะพาไปลุยแข่งมาตั้งหลายชาติ เคยพาบุกน้ำข้ามทะเลไปยิงถึง World shooting Championships Lonato Italy  โน้น ก็ยังเคยไปกัน นี่ไม่อยากนับแมท์ข้างบ้าน Seasa Taiwan , Asian shooting Championship Jarkata, Saba shooting Malaysia, Seagames Singapore และไม่เว้นแม้นแต่แมท์ในบ้าน Seagames เชียงใหม่ (จริงๆ แข่งกันที่หัวหมากนะครับ) และมาสั่งลากันแมท์สุดท้ายที่ AsianGames กรุงเทพ 1999

ฮึ  ลูกเขยไม่รักจริง มันเอามาคืนพ่อตา บอกว่า ลูกเขยยังไม่ได้โอนทะเบียนไปเลยครับ คุณพ่อตาไม่ต้องลำบากรับโอนทะเบียนกลับ สะดวกดีนะครับ  >:( วันนั้น พ่อตาโกรธมากกกก ไม่เคยโดนใครบังคับจิตใจมากเท่ากับวันนั้นเลย


ไหนๆพาลูกสาวมาออก exercise ทั้งที ก็ดูโฉมสวยๆไปด้วยอีกรูป ให้เห็นว่า สวยอมตะหนะ เป็นความสวยแบบไหน



เหล็กเบอร์นี้ ของ Beretta ทนทานจริงๆนะ แข็ง ขาว (อันนี้สำคัญมากครับ  ข๊าว ขาว) พยายามอย่าไปสักเกตุ ร่องรอยขี้มือของลูกเขยไม่รักจริงนะครับ เหล็กส่วนอื่น ก็มีการสึกหรอ รมดำสึกไปบ้าง ตามการใช้งานไปหลายชาติ (ผมหมายถึงไปแข่งมาหลายชาตินะครับ)



บ่นไปซะหลายรูป กลับเข้าเส้นทางปรกติดีกว่า

Beretta 680 series มีการผลิตออกมาหลายรุ่นมากครับ ทุกรุ่นมีหลายขนาดกระสุน ทั้ง 12Ga.  20 Ga. 28 Ga. และ 410
มีทำทั้งลำกล้อง 26  28  30 และ 32 นิ้ว  ใน action นี้ บางรุ่นทำมาแบบลำกล้องเดี่ยวด้วย เอาใจชาวอเมริกัน (ที่อเมริกา Trap ยิงนัดเดียวครับ)



บางรุ่นมีแบบสองไกด้วย  และยังทำลำกล้องไรเฟิลแฝดมาเป็นแบบ combo ก็มีนะครับ





ผมลืมเรื่องลำกล้องของ Beretta 680 series ไปเลย เกือบจะปิดเรื่อง 680 series ไปซะแล้ว

ลำกล้องของ Beretta 680 series ใช้เหล็กที่มีชื่อเรียกว่า Excelsior steel ชื่อนี้ โรงงาน Beretta ตั้งเองนะครับ ใช้วิธีรีดเย็น cold hammering system เหล็กลำกล้องรุ่นนี้ ไม่ได้มีราคาแพงเหมือนรุ่น SO แต่ว่ามีการกระจายความร้อนที่ดี และถ่ายเทความร้อนได้เร็ว ลำกล้องจะเย็นตัวลงเร็วกว่าเหล็กอื่นๆ

Beretta 682 ที่ใช้กันในกลุ่มนักกีฬายิงเป้าบินไทย ยังไม่เคยปรากฎว่า เกิดอาการ Rib หลุดเลยนะครับ

พูดถึงกันแต่ความดีของ เหล็ก Boehler antinit steel ที่มีความดีเลิศตรงที่ กลุ่มกระสุนไม่เปลี่ยนเลย แม้นว่าลำกล้องกำลังร้อนจัด มีนักยิงเป้าบินระดับโลกเคยบ่นเรื่อง ปืน SO4 ของเขา ที่ถีบสม่ำเสมอ ในขณะที่เจ้าตัวเอง เคยสังเกตุว่า ปืน 682 ที่ใช้เหล็กลำกล้อง Excelsior (ราคาถูกกว่า) ยิงได้นิ่มนวลกว่า นักยิงปืนคนนั้นเคยขอให้โรงงาน Beretta ทำลำกล้อง SO4 ให้เขา ด้วยเหล็ก Excelsior ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนที่เขาเองสงสัย คือ ลำกล้อง Excelsior ถีบเบากว่า

เอ้า น้องๆเป้าบินทั้งหลาย พวกท่านเลือกซื้อปืนได้ถูกต้องแล้ว (ถ้าซื้อ 682 มานะ) จงมั่นใจในปืนคู่มือที่ได้เลือกซื้อมาแล้ว ขยัน หมั่นซ้อมให้สม่ำเสมอเข้าไว้ ดูรุ่นพี่เป็นตัวอย่างซิ ซื้อปืนแค่กระบอกเดียว ได้ขึ้นเครื่องบินไปแข่งต่างประเทศตั้งหลายชาติ ไปฟรีด้วยจ้า


 ผมนึกขึ้นมาได้ว่า ผมลืมบอกไปอีกอย่างครับ

Beretta 680 series ระบุไว้ว่า ปืนแข่งขัน competition guns ของตัวเอง เรียกรหัสว่ารุ่น 682 ซึ่งตั้งแต่โรงงานเริ่มทำรุ่น 682 ออกขาย มีการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมมาแล้ว 3 รุ่น คือ เริ่มต้นเรียกรุ่นแรกว่า 682 รุ่นที่สองเรียกว่า 682 Gold และรุ่นล่าสุด หรือรุ่นปัจจุบันเรียกว่า 682 Gold E

แต่ละรุ่นมีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อย ผมนึกขึ้นมาได้ว่า น่าจะเอารูปของทั้งสามรุ่นมาให้ดูกัน คนที่ไม่คุ้นเคยกับปืนแข่งขันยิงเป้าบิน จะได้เห็นตัวจริง ผมขอเวลาติดต่อตามหาเจ้าของปืนแต่ละรุ่นสักวันนะครับ ต้องหายืมปืนเพื่อนๆมาถ่ายรูป แล้วจะเอารูปมาลงให้ดูกัน



ในฐานะที่ผมเป็นคนเก่าสุด คือมีปืนเก่าที่สุด ขอลงรูป 682 รุ่นแรกก็แล้วกัน



รูปโฉมด้านข้างของ 682 รุ่นแรก จะเห็นความขาวของ action หรือ Receiver ชัดเจน ลวดลายก็มีแค่นั้นแหละครับ
เห็นแก้มปืนแล้วผมมีจินตนาการนึกไปถึงแก้มเด็กสาววัยรุ่นอายุสัก 14 - 15 แก้มขาว สีสดใส มองเห็นสีอมชมพู บางคนมีเส้นเลือดฝาดเล็กๆ ใบหน้าใส ไม่มีสิว ไม่มีฝ้า ไม่มีริ้วรอย ไม่ต้องทาแป้ง ไม่ต้องทาปาก นั่นแหละครับ 682 รุ่นแรก ผมขอเรียกว่า 682 รุ่นสาวแรกแย้ม ก็แล้วกัน จำแม่นดี

อ้อ 682 กระบอกนี้ เป็นรุ่นทำเพื่อจำหน่ายในยุโรปนะครับ ไกสีขาว ถ้ามาจาก Beretta Maryland USA จะใส่ไกสีทองมาให้ครับ


เมื่อตอนที่พิมพ์ถึงลำกล้องของ 682 ลืมถ่ายรูปตัวหนังสือโคนลำกล้องให้ดู เอามาดูกันหน่อย



มองด้วยกล้องเห็นตัวหนังสือชัดกว่าตาเปล่าอีกครับ ตีไว้เลย EXCELSIOR ตรงลำกล้องบน เห็นถิ่นกำเนิดมาจาก Gardone เลย

เช้านี้ ผมลืมถ่ายรูปด้านล่างของ action มา ขอดึงรูป หน้าท้องของลูกสาวหม้ายมาลงอีกรอบนะ



หน้าท้องรุ่นสาวแรกแย้ม ไม่ลายนะครับ อ้อ ลูกสาวหม้ายของผม เป็นปืน trap ตรงโกร่งไกมีตัวอักษร TRAP มาด้วย

ถ้าปืนกระบอกนั้นเป็นปืน Skeet ตรงโกร่งไก ก็



ตรงโคนลำกล้อง จะบอกประเภทของลำกล้องชัดเจน ปืน skeet นิยมลำกล้องยาว 28 นิ้วครับ



ตรงส้นด้าม ด้านล่างฝังตรามาด้วย สวยจัง ใครนะช่างคิดออกแบบตราเครื่องหมายการค้าได้งามขนาดนี้



Forend ของรุ่นสาวแรกแย้ม เป็นแบบกลม round ครับ แกะลายสากกันลื่นแบบละเอียด
forend แบบนี้เล็ก และบาง จับถือได้ถนัดดีจัง ผมคิดว่า ผมเป็นคนไทย มือเล็กกว่าพวกฝรั่ง เลยจับถนัดมั่ง



รูปสุดท้ายแล้ว อยากให้ดูยางกันกระแทก recoil pad ของปืน skeet ครับ




ผมอยากให้คุณ kat ช่วยถ่ายรูป Beretta 682 รุ่นที่สอง คือรุ่น 682 Gold มาลงให้ดูจุดแตกต่างกันหน่อยครับ

ส่วน รุ่นสาม รุ่น 682 Gold E ต้องขอให้คุณ steel ช่วยถ่ายรูปให้ครับ

แล้วผมก็จะขอจบเรื่อง Beretta 682 นะ  ก่อนจะข้ามไปเรื่องของ Perazzi  พี่ Fabbri โทรมาเตือนเมื่อวานนี้ว่า ผมลืม Beretta ASE ไปได้อย่างไร จริงซิ ผมลืมไปเลย เอาว่าต้องใช้เวลาตามหาเพื่อนอีกสองคนก่อนครับ เพื่อนสองคนนี้ ไม่เล่น Internet ครับ พวกนักกีฬาทีมชาติก็เป็นแบบนี้ทุกคนครับ วันๆตั้งอกตั้งใจจะยิงเป้าบินอย่างเดียว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกเลย ต้องไปขอถ่ายรูปปืน ASE Gold  กับ ปืน DT 10 Trident ครับ


ขอพักให้น้ำนักกีฬาสักหน่อยนะครับ อีกยาวมาก กว่าจะจบ

บันทึกการเข้า

ยิ้มยิงฟัน  สินค้าต่างๆที่กระผมเสียเงินเสียเวลาเสียพลังงานนำเข้ามานั้นเพื่อเป็นพยานหลักฐานอันเป็นที่แน่ชัดในการคุยโม้คุยโตประกอบการคุยฟุ้งทั่วเวป มิได้แอบแฝงขายสินค้าแต่อย่างไร และไม่รับสั่งหรือช่วยนำเข้าแต่อย่างใด โปรดเข้าใจอายนะ อายนะ
09,02, 2013, 18:59:23
Fabbri
ผู้ดูแล
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,939



« ตอบ #1 เมื่อ: 09,02, 2013, 18:59:23 »

ผมพิมพ์กระทู้นี้ไว้ตั้งแต่ปี 2006 เมื่อวันนั้น ผมเพิ่งจะเริ่มใช้ Internet เป็นใหม่ๆ ยังหาข้อมูลไม่เป็น อีกทั้งใช้เครื่อง computer ไม่คล่อง
แม้นมาถึงวันนี้ ผมก็ยังคงต้องพึ่งพาน้องๆฝ่าย computer ที่บริษัทอยู่บ่อยๆ  แต่หลายปีที่ผ่านมา ผมได้พบข้อมูลและภาพถ่ายอีกหลายภาพ
และในวาระโอกาสที่ท่านเจ้าของเวปบอร์ด ได้มาเปิดบ้านใหม่ เพราะบ้านหลังเก่าคับแคบไป ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ก็จำต้องอำลาบ้านหลังเก่าที่ผมเคยโพสข้อความไว้
เอาหละ ไหนๆ ก็ไหนๆ ย้ายก็ย้ายครับ คณะทำงานได้ส่ง PM มาบอกว่า ไม่สามารถถ่ายโอนข้อมูลข้อความในบอร์ดเก่ามาได้ อยากได้อะไร ต้องเข้าไป copy มา
ไหนๆ จะเข้าไป copy มาทั้งที ผมเลยขอถือโอกาส update ข้อมูลไปด้วยเลย อาจจะมีไม่มากนัก แต่ก็เป็นความรู้ที่เราเผื่อแผ่กัน


ผมขอปรับปรุงข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับปืน 682 Gold เป็นย้อนหลังไปอีกหลายเดือนนะครับ ถอยหลังไปวันที่ขุดเจอปืนกระบอกนี้
ต้องขออภัยท่าน kat ไว้ ณ. ที่นี้ด้วย สาเหตุหลักที่ต้องเปลี่ยนเป็นดังนี้ ก็เพราะว่าผมทำ File รูปของท่านหายไปบางรูป
เลยต้องผลิกแพลงเอาแบบหนัง star war เลย เรียกว่า เรามาดู Episode 1 กันเลย


หลายท่านในเวปบอร์ดอาวุธปืน เป็นนักนิยมไพร ซะเป็นส่วนมาก คงรู้จักกระรอกกันทุกคนนะครับ  กระรอกจะมีนิสัยอย่างนึง คือชอบสะสมอาหารเอาไว้กินในฤดูหนาว  ในทีวีช่อง Discovery จะเห็นภาพกระรอกวิ่งเก็บลูกนัทเอาไปขุดหลุมฝังเอาไว้ ก็เอาไว้กินในยามหิมะตก ฝังเอาไว้มากๆ จนกระรอกเองก็จำไม่ได้ว่า ฝังอะไรไว้ตรงไหนบ้าง

ภาพบาดใจต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างของกระรอกที่ฝังปืน Beretta 682 เอาไว้ จนลืมครับ

กระรอกตัวในเรื่องก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหนหรอกครับ ผมเองครับ ผมเอาลูกนัทไปฝังไว้ที่สุทธิสาร นานมาก นานจนลืมไปแล้ว จนมีกระทู้ The double gun นี้แหละ มีสมาชิกมาพบปะกัน มาลองยิงเป้าบิน แล้วก็ถามหาว่า มีลูกนัทที่ยังหลงเหลือ ไม่มีกระรอกตัวอื่นแอบขุดไปกินบ้างไหม

รูปชุดนี้ เป็นรูปลูกนัท ที่ผมนึกขึ้นได้ เลยไปขุดมา เตรียมจะส่งมอบให้น้องใหม่ ซึ่งผมเองก็ขี้ลืมครับ ลืมไปแล้วว่าใครถามหาปืนแทรปนะ 



รูปแรก ลืมบอกไปครับ ผมเองจำไม่ได้ด้วยซ้ำไปว่า เปลือกลูกนัทเป็นแบบนั้น

ทีนี้ มาดูรูปด้านข้างกล่องบ้าง เขียนว่าอะไรบ้าง



แกะเปลือกลูกนัทออก เปลือกมีหลายชั้นแฮะ อุ มีคำว่า Beretta Gold Team ด้วย



ผมเปิดกล่องออกมาดู ยังจำไม่ได้เลยว่า โรงงานติด sticker มาให้ด้วยเหรอ



พอเปิดกระเป๋าออกดู เจอผ้าห่อปืนขวางหน้าอยู่ เป็นสภาพดั่งเดิมเลยครับ ตั้งแต่วันที่ผมเอาไปฝัง สภาพเป็นอย่างไรก็อย่างนั้นเลยครับ ทำเลแถวสุทธิสารนี่ดีจริงๆเลยครับ รักษาสภาพไว้ดีเยี่ยมเลย



ผมหยิบผ้าออก ก็เจอไกสำรองที่โรงงานให้มาด้วย พร้องศูนย์หน้าสำรองซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า

มาถึงตอนนี้ ผมเริ่มสงสัยอะไรบางอย่างแล้วครับ



ตาย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  นี่มัน 682 Gold   โอ้ แม่เจ้า .....  my god ...  my goodness   

ผมลืมไปสนิทเลยครับ  ผมจำไปว่า ปืนกระบอกนี้ เป็น Beretta 682 รุ่น grey stone  คือ รุ่นที่ Beretta เปลี่ยนจาก action สีเงิน มาเป็นการเคลือบแข็งแบบ grey stone ซึ่งปืนรุ่นนั้น ไม่ได้แกะลายคำว่า Gold ด้านใต้ action



ตรง action มีรอยคราบกรุ (ไขจารบี) จากโรงงาน  ปนกับรอยนิ้วมือของผมเอง ผมไม่เช็ดออกนะ เจ้าของใหม่เอาไปเช็ดเอาเองก็แล้วกันนะ



ด้านซ้าย  ไม้มีตำหนิไหม ช่วยดูหน่อย 

Beretta ใหม่ๆตอนออกจากโรงงาน จะมี sticker ติดโกร่งไกมาทุกกระบอกครับ 



ด้านขวา กระบอกนี้ spec ยุโรปครับ ชาวยุโรปไม่นิยม palmswell ครับ



ศูนย์หน้า ต้นแบบของศูนย์ไฟเบอร์ออฟติค  ที่ผมเรียกอย่างนี้ ก็เพราะว่า ศูนย์แบบนี้ มีมาก่อนศูนย์ไฟเบอร์ออฟติคที่มีติดกันตามปืนสั้นครับ  นึกออกไหมครับ มีศูนย์หน้าสำรองมาไว้เปลี่ยนด้วย ซึ่งรุ่น grey stone ไม่มีมาให้ครับ

คราบจารบีจากอิตาลียังอยู่เลยครับ แหม ลูกนัทที่ผมฝังเอาไว้ ยังคงสภาพเดิมๆเลย



ปืนกระบอกนี้ Flat rib ก็สำหรับเกมส์โอลิมปิคครับ




ปืนเป้าบินของ Beretta  จะระบุแบบของปืนไว้ตรงโคนลำกล้องด้านซ้ายครับ กระบอกนี้ระบุไว้ว่าเป็นปืนแทรปครับ ลำกล้องยาว 30 นิ้ว ยาวมาตราฐานของปืนแทรป



ทีนี้ ก็ประกอบลำกล้องเข้ากับ action ซะ รูปนี้ ผมถ่ายยังไงเนี่ย ดูมุมเฉียงๆยังไงชอบกลนะ



พานท้ายแบบตรง เรียกว่าแบบ conventional ครับ ปืนใหม่ๆเนี่ย พานท้ายมันสวยเรียบ ไม่มีริ้วรอย อ้า .... สภาพลูกนัทลูกนี้ ยังสดอยู่จริงๆ



Forend แบบ beavertail ในปัจจุบัน ปืนแฝดซ้อนประเภท skeet และ trap จะนิยมแบบนี้ครับ จับถนัดที่สุด




เอาปืนวางตามยาว เปรียบเทียบกับกระเป๋า ผมชอบแบบของปืนแฝดอย่างนึงครับ เวลาเราถอดปืนออกเป็นสองท่อน เก็บใส่กระเป๋า ตัวกระเป๋าจะสั้นกว่าปืนทั้งกระบอกมากเลยครับ ปิดกระเป๋า แล้วหิ้วไปไหนต่อไหน ไม่ค่อยมีคนรู้ว่าเป็นกระเป๋าปืนนะ

ในรูปประกอบปืนเข้าด้วยกัน จะเห็นว่าปืนยาวกว่ากระเป๋าออกไปอีกนะครับ




รูปสุดท้ายแล้วครับ 

ไม้พานท้ายสวยกว่าไม้ที่ทำเก้าอี้นะพี่ Fabbri นะ
บันทึกการเข้า

ยิ้มยิงฟัน  สินค้าต่างๆที่กระผมเสียเงินเสียเวลาเสียพลังงานนำเข้ามานั้นเพื่อเป็นพยานหลักฐานอันเป็นที่แน่ชัดในการคุยโม้คุยโตประกอบการคุยฟุ้งทั่วเวป มิได้แอบแฝงขายสินค้าแต่อย่างไร และไม่รับสั่งหรือช่วยนำเข้าแต่อย่างใด โปรดเข้าใจอายนะ อายนะ
09,02, 2013, 19:03:00
Fabbri
ผู้ดูแล
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,939



« ตอบ #2 เมื่อ: 09,02, 2013, 19:03:00 »

รูปของ 682 Gold E เป็นรูปของคุณ steel ครับ

[/img][/img]
มาในมาดสาวโฉบเฉี่ยว ร่าเริง สดใส  ทันสมัย เปรี้ยวนิดๆๆ
Beretta เริ่มให้กระเป๋าแบบยาว มีหูหิ้วสองด้านมาด้วย กระเป๋ารุ่นนี้สามารถใส่ลำกล้อง32 นิ้วได้เลย
ไกที่ติดมากับปืน จะเป็นแบบหน้าบิดสำหรับคนมือขวา แต่มีไกสำรองแบบหน้าตรง พร้อมศูนย์หน้าอีกสองอัน
และไขควงปากแบนสำหรับตั้งระยะไก ถูกจัดใส่กล่องมาให้ อย่างสวยงาม
มีน้ำมันหล่อลื่นแถมมาให้ด้วยอีกขวดนึง ซึ่งก่อนหน้านี้ Beretta ไม่เคยแถมให้

[/img][/img]

[/img]][/img]

682 Gold E ทุกกระบอก จะมี Recoil pad สำรองซึ่งหนากว่าแถมมาให้ด้วยอีกอันนึง
 
[/img][/img]
อักษร E มีความหมายนะครับ ถ้าจะให้ใกล้กับภาษาอังกฤษ ก็คงพอเทียบเคียบกับ Deluxe
[/img]
[/img]

แกะลาย เช็คเกอร์ ลายหยดน้ำ ดูแปลกตาดี
checker ของ Gold E แกะด้วย laser ครับ มองดูหยาบ แต่ถ้าใส่ถุงมือยิงจะกระชับมือมากกว่า
[/img]
โกร่งไกของ Gold E เหมือนกันทุกประเภทปืนครับ
[/img]
ลำกล้อง Excelsior ตามมาตราฐานของ 682 series ครับ


ผมอยากจะขอย้อนเวลากลับไปสัก 30 - 40 ปี คือย้อนกลับไปดูปืนต้นแบบของ Beretta 680 series
ภาพของปืนกระบอกนี้ถูกส่งมาจาก ท่าน SSG 69 - รักในหลวง ผมขอขอบคุณท่านไว้ ณ. ที่นี้ ครับ
อาจจะมีคนไม่มากนัก สงสัยว่าใครเป็นคนออกแบบ action ของปืน Beretta 680 series
ภาพชุดนี้ สร้างความสงสัยแก่ผมมากขึ้นไปอีกนะครับ ว่า ช่างปืนอิตาลี เป็นคนออกแบบ action boxlock รุ่นนี้รึเปล่า




ภาพเต็มๆทั้งกระบอก มองไกลๆแวบเดียว รู้ได้เลยว่าเป็น Field gun ปืนล่าสัตว์ครับ
Beretta boxlock ตระกูลนี้ดั้งเดิมเป็นปืนล่าสัตว์ครับ ยังไม่ใช่ปืนยิงเป้าบินแข่งขัน



ด้านซ้าย เห็นตัวหนังสือไม่ค่อยชัดนัก พยายามอ่านสักหน่อยนะครับ

พอจะมองเห็นเหมือนผมไหมครับ SAUER - BERETTA
อ้าว ไหงเป็นงั้น  งง สงสัยตรูจะตาฝาดไป



ไม่ได้ตาฝาดจริงๆด้วย SAUER - BERETTA



ด้านท้องน้อย ท่าน SSG 69 ไม่ได้ส่งรูปว่า MADE IN ..... มาให้ซะด้วย
แต่ทุกท่านคงจะจำเครื่องหมายการค้าของโรงงาน SAUER ได้นะครับ




โคนลำกล้อง เขียนไว้ว่า SAUER - BERETTA เหมือนกัน หมดข้อกังขา ตรูหละงงเต็ก
ความภาคภูมิใจของข้าพเจ้า หดหายไปทันที เห็นรึยังครับ อย่านึกว่าเรารู้หมดทุกอย่าง
ฮะ ฮะ ฮ่า นี่ถ้าไม่เคยรู้ข้อมูลนี้มาก่อน ท่าน SSG 69 ต้องตกใจที่ผมขับรถไปเกยประตูหน้าบ้านแบบเบรคฝุ่นตลบ
เมื่อครั้งที่ผมเขียนกระทู้นี้เมื่อหลายปีก่อน ผมไปเจอปืนเหมือนปืนกระบอกนี้ ที่สนามยิงเป้าบิน
ได้ทราบว่า เจ้าของปืนกระบอกนั้น ซื้อมาจากนักกีฬายิงปืนทีมสิงคโปร์ 
วันนั้น ท่านเจ้าของไม่ได้บอกขาย และยังถามผมกลับอีกว่า นี่มัน Beretta รึเปล่า
ทำไมมันคล้ายกับ 682 มากๆ วันนั้นผมงงมาก และตอบไม่ได้
หลายสัปดาห์ผ่านไป พอผมสืบรู้ที่มาที่ไป ผมกลับไปถามหาปืนกระบอกนี้อีกครั้ง
เขาขายมันไปแล้วครับ  นี่แหละหนา ไม่ใช่เนื้อคู่กัน ก็เป็นอันต้องพลัดพรากจากกันไป



Rib แบบเรียบ ซึ่งน่าจะเป็นต้นแบบของ Rib ทั้งหมดที่โรงงานปืนผลิตกันมา
ผมหมายความว่า ที่เห็นสูงๆ แบบสะพานแขวนนั่นหนะ เพิ่งจะแจ้งเกิดภายหลังครับ
อ้อ ปืนแฝดดั่งเดิมในโลก ไม่มีช่องระบายอากาศตรง side rib ครับ




Ejector เป็นแบบออโตแล้วครับ
ท้ายลำกล้อง เหมือนกับ 680 series ทุกอย่าง

เรามาโพสกันต่อ วันนี้ผมมีเรื่องแปลกใจมากขึ้นไปอีก เรื่องแปลกใจของวันนี้ พวกแฟนปืนแฝดคงได้ขำกลิ้ง
ผมเคยเจอข้อมูลว่า ปืน boxlock ที่ถูกผลิตและตีตรา Beretta กระบอกก่อนหน้า S 56 E ก็คือ Model S 55 ครับ
เอ้า มาดูรูปกัน

ปืนกระบอกนี้ อยู่ต่างประเทศครับ เจ้าของมีความภาคภูมิใจกับมันมาก
แกว่าของแกเจ๋งมาก แม้นว่าในบางแห่งของโลกใบเล็กๆใบนี้
อาจจะให้ราคาปืนกระบอกนี้ไว้ต่ำมาก มากจนเจ้าของเดี่ยวไบคาลต้องค้อนขวับ
แต่ผมก็ซูฮกแกครับ Anyway, Thanks to the owner of this nice piece.



ด้านขวา มีข้อความสำคัญ แต่ว่าไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
ผมอ่านไม่ออกแฮะ ไม่มีลวดลายอะไรมากไปกว่านี้เลย



ด้านซ้าย พอเดาได้บ้าง ว่า ได้รับอนุญาติ จาก Beretta และมีชื่อเมือง



ก้าน Lever กับปุ่มเซฟ สีดำคล้ายซ่อมรมดำใหม่
แต่ว่า อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นปืนอายุเกือบ 50 ปี ที่สวยนะครับ



มองดูเหมือนจะเป็นพลาสติกแบบปาเกไลร์นะครับ
อักษร FM น่าจะมีความหมายอะไรบ้างนะ แต่ผมไม่รู้ว่าน่าจะเดาว่าอะไร
ตรงด้านขวาของ Action ก็มีตัว FM อยู่เหมือนกัน



อุ้ย  Lunch time
บันทึกการเข้า

ยิ้มยิงฟัน  สินค้าต่างๆที่กระผมเสียเงินเสียเวลาเสียพลังงานนำเข้ามานั้นเพื่อเป็นพยานหลักฐานอันเป็นที่แน่ชัดในการคุยโม้คุยโตประกอบการคุยฟุ้งทั่วเวป มิได้แอบแฝงขายสินค้าแต่อย่างไร และไม่รับสั่งหรือช่วยนำเข้าแต่อย่างใด โปรดเข้าใจอายนะ อายนะ
09,02, 2013, 19:06:26
Fabbri
ผู้ดูแล
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,939



« ตอบ #3 เมื่อ: 09,02, 2013, 19:06:26 »

กินข้าวอิ่ม แล้วดื่มกาแฟ กันง่วงนอน
อากาศข้างนอกไม่ค่อยดี ฝนตกกระจาย น่าจะไปตกตามท้องไร่ท้องนา
ข้าว ปลา อาหาร ของเมืองไทย จะได้อุดมสมบูรณ์
มาตกใส่กรุงเทพ คนทำมาค้าขาย ต้องมาลำบาก ตากฝน กลัวหวัด 2010
เฮ้อ เอา มาโพสกันต่อ เมื่อกี้นี้ ถึงไหนแล้ว

ก่อนที่ผมจะลงภาพเพื่อเผยแพร่ความประหลาดใจ ผมขอทำความเข้าใจกันสักหน่อย
Beretta รุ่น Boxlock ที่ผมค้นพบข้อมูลที่นำมาซึ่งความอยากรู้ ว่าปืน 680 series
ที่สร้างยอดขายให้กับ Beretta มากมาย จนออกลูก ออกหลาน แตกหน่อออกไปมากมายหลายๆรุ่น
มีต้นกำเนิดมาจากช่างอิตาลีคนไหน ประวัติที่น่าจะหาอ่านได้ไม่ยาก แต่ว่าผมกลับหาไม่เจอแฮะ
แต่ผมกลับไปเจอประวัติปืนแฝดซ้อน Sauer - Beretta ในหนังสือประวัติของปืน Sauer
แฮะ ๆ ผมลืมไปแล้ว ว่าตกลงช่างเยอรมัน เป็นคนให้กำเนิดปืนตระกูลนี้รึเปล่า

อย่าเพิ่งเดาครับ มาดูรูปทีเด็ด ที่แฟนปืนแฝด ต้องได้เฮ  งง
ปืน Beretta S56E ซึ่งยังไม่มั่นใจ ว่าผลิตที่ไหนกันแน่ อิตาลี หรือ เยอรมัน
มาดูปืน Beretta S55 เอ้า ดูเอาครับ ผลิตที่ไหนกัน  เวียนหัว


 

ARGENTINA อาเจนติน่า ุทุบๆ เวียนหัว งง


ก่อนที่จะไปเรื่อง ASE หรือ DT10 ผมอยากจะให้เพื่อนๆได้มีโอกาสชมรูปปืนตระกูล 680 series แบบสวยงามก่อน
ระยะนี้ผมมีงานยุ่งมากจริงๆ คงต้องใช้วิธีนี้แล้วแหละ เดี๋ยวผมจะโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสมาชิกที่มีปืน 680 series
ก็เอาเท่าที่พอจะหาดูได้ในเมืองไทยนะครับ ก็แทบจะครบทุกโมเดลแล้ว

แฮะๆ คงจะช่วยต่อเวลาให้ผมทำธุรกิจส่วนตัวไปได้บ้าง


ขออภัยในความล่าช้าครับ เนื่องจากเจ้าของปืน เจ้าของกล้อง และเจ้าของคอมอยู่คนละบ้านกันครับ
ขออนุญาตประเดิมตระกูล 687 ด้วยน้องคนสุดท้องก่อนเลยนะครับ

ยื่นนามบัตรแนะนำตัวก่อน


ยูนิฟอร์ม 687 และอุปกรณ์เกินมาตราฐานเล็กน้อย



เช็ครังเพลิง ไม่มีลูกคา


หันซ้ายขวาให้ดูสัดส่วน



วนซ้าย ขวา บน ล่าง และติ่ง






ลองถอดเจ้านี่ออกแล้วยิงไม่ได้ครับ


ปิดท้ายด้วยด้านขวาเข้มๆชัดๆอีกทีครับ


รอดู SP III - V และ DT10 ขอรับ ปรบมือ
ขอบพระคุณคร๊าบ ธุจ้า
บันทึกการเข้า

ยิ้มยิงฟัน  สินค้าต่างๆที่กระผมเสียเงินเสียเวลาเสียพลังงานนำเข้ามานั้นเพื่อเป็นพยานหลักฐานอันเป็นที่แน่ชัดในการคุยโม้คุยโตประกอบการคุยฟุ้งทั่วเวป มิได้แอบแฝงขายสินค้าแต่อย่างไร และไม่รับสั่งหรือช่วยนำเข้าแต่อย่างใด โปรดเข้าใจอายนะ อายนะ
09,02, 2013, 19:14:19
Fabbri
ผู้ดูแล
super member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,939



« ตอบ #4 เมื่อ: 09,02, 2013, 19:14:19 »

รอท่านลูกซองสั้นมาบรรเลงต่อตรับ
บันทึกการเข้า

ยิ้มยิงฟัน  สินค้าต่างๆที่กระผมเสียเงินเสียเวลาเสียพลังงานนำเข้ามานั้นเพื่อเป็นพยานหลักฐานอันเป็นที่แน่ชัดในการคุยโม้คุยโตประกอบการคุยฟุ้งทั่วเวป มิได้แอบแฝงขายสินค้าแต่อย่างไร และไม่รับสั่งหรือช่วยนำเข้าแต่อย่างใด โปรดเข้าใจอายนะ อายนะ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: