GUN IN THAILAND
02,08, 2014, 13:14:31 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google

หน้านี้ ยุติการ Post แล้วครับ !!
 เวปบอร์ด gun.in.th ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่


   http://2013.gun.in.th
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สารเมลาโทนิน  (อ่าน 456 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
13,05, 2012, 13:06:03
d-E-s-T-i-n-Y
powerfull
**

Like ++ 61
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 32,981



« เมื่อ: 13,05, 2012, 13:06:03 »



สารเมลาโทนินเป็นฮอร์โมนระบบประสาทที่มีในร่างกายตามธรรมชาติ  ถูกค้นพบครั้งแรกโดย Asron Lernner  ในปีพ.ศ.  2501  โดยนำสารสกัดจากต่อมไพเนียลของวัวมาทำให้บริสุทธิ์โดยได้สารกลุ่มอินดอล  (indole) ซึ่งมีผลต่อเมลานินบนผิวหนังของกบ  ทำให้สีผิวจางลง  และเนื่องจากสารที่สกัดจากต่อมพเนียลมีสูตรโครงสร้างทางเคมีคล้ายซีโรโทนิน  (serotonin)  จึงเรียกสารอินดอล ซึ่งไปฟอกสีเมลานินนี้ว่าเมลาโทนิน

บทบาทและหน้าที่ของสารเมลาโทนิน


                 เมลาโทนินมีบทบาทที่สำคัญในการควบคุมและปรับเปลี่ยนระบบการทำงานของร่างกาย  เป็นที่รู้จักและใช้อย่างแพร่หลายในการช่วยให้นอนหลับและลดอาการเมาจากการบิน (jit lag)  ซึ่งกลไกของเมลาโทนินในการทำให้นอนหลับเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนวัฎจักรประจำวัน  และการทำให้ง่วงนอนซึ่งเหนี่ยวนำให้เกิดการนอนหลับ  จากการศึกษา  พบว่า  อาสาสมัครที่กินเมลาโทนินตอนกลางคืนนอนหลับได้เร็วขึ้น  และไม่มีอาการเหนื่อยหรือง่วงซึมหลังจากตื่น

                 ส่วนการเมาเวลานั้นพบได้ในผู้ที่เดินทางโดยบินข้ามเขตเวลา  และคนที่ทำงานผลัดกลางคืนซึ่งอาการเมาเวลานี้จะคล้ายกับอาการที่เกิดขึ้นกับคนที่อดนอน คือ  จะรู้สึกสับสน  หลงลืม  มึนศีรษะ  และไม่สามารถหลับได้เมี่อต้องการจะหลับ  เกิดจากการรบกวนวัฎจักรประจำวัน  และร่างกายไม่สามารถปรับเวลาได้  เช่นระดับเลาโทนินในร่างกายไม่สัมพันธ์กับเวลา ณ จุดหมายปลายทาง เป็นต้น  ข้อมูลล่าสุดจาก Cochrane  ซึ่งวิเคราะห์ 10 การศึกษาที่เกี่ยวข้อง  พบว่าเมลาโทนินขนาด 0.5-5 มิลลิกรัม  กินใกล้กับเวลานอนของจุดหมายปลายทาง (22.00-24.00 น.)  สามารถลดอาการเมาเวลาจากการบินได้  โดยเชื่อว่ากลไกมาจากผลทำให้ง่วงนอนของเมลาโทนิน  และการกระตุ้นการปรับเปลี่ยนระบบวัฎจักรประจำวันของร่างกาย

 ผลของสารเมลาโทนิน


                ผลของเมลาโทนินในการควบคุมระบบวัฏจักรประจำวันของร่างกาย  ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับการนอนหลับ  แต่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์  ระบบประสาท  ระบบต่อมไร้ท่อ  ระบบภูมิคุ้มกัน  ระบบการด้านออกซิเดชัน  รวมถึงกลไกการชราภาพของร่างกาย  โดยมีรายงานทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองว่าเมลาโทนนินสามารถกำจัดอนุมูลอิสระ  มีฤทธิ์ต้านออกซิเดวัน  และลดการถูกทำลายของเซลล์ได้   ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวทำให้มีการศึกษาการใช้เมลาโทนินในการรักษาโรคต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง เช่น โรคอัลไซเมอร์  โรคพากินสัน  โรคหัวใจและหลอดเลือด  และโรคมะเร็ง  บทความนี้รวบรวมความรู้ปัจจุบันเกี่ยวกับการใช้เมลาโทนินในผู้ป่วยมะเร็ง

การสร้างเมลานินของร่างกาย


                 เมลาโทนินหรือ N-acetyl-5-methoxy tryptamine สร้างและหลั่งจากต่อมไพเนียลซึ่งเป็ฯต่อมไร้ท่อชนิดหนึ่งที่อยู่กึ่งกลางสมอง  ในผู้ใหญ่มีขนาดยาวประมาณ 5-10 มม.  การหลังเมลาโทนินถูกกระตุ้นโดยความมืด และถูกยับยั้งโดยแสงสว่าง  ซึ่งระดับของเมลาโทนินจะเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามวัฎจักรภายใน  24  ชั่วโมง  โดยจะเริ่มสร้างเมลาโทนินในตอนกลางคืน  ตั้งแรกเวลา  21.00-22.00  น.  และถึงระดับสูงสุดเมื่อเวลา 02.00-04.00 น.ซึ่งจะพบระดับเมลาโทนินในปริมาณที่ต่ำสุด1-2

                ระดับเมลาโทนินในกระแสเลือดในเวลากลางคืนจะแตกต่างกันในคนช่วงอายุต่าง ๆ ในเด็กอายุน้อยกว่า  3 เดือน  มีการหลังเมลาโทนินเพียงเล็กน้อย  ซึ่งจะเพิ่มมากขึ้นและเริมเป็นวัฎจักร  เมื่ออายุมากขึ้นและถึงระดับสูงสุดในช่วงอายุ  1-3 ปี  จากนั้นจะค่อย ๆ ลดต่ำลง  โดยฌฉพาะช่ยวงที่เข้าวัยรุ่นเมลาโทนินจะลดลงมาก  ซึ่งเชื้อว่าเกี่ยวข้องกับการเพิ่มพัฒนาการของระบบสืบพันธ์ของร่างกาย.  ในคนหนุ่มสาวจะพบระดับของเมลาโทนินเฉลี่ยสูงสุดในตอนกลางคืนประมาณ  60  พิโคกรัม/มล.ของพลาสม่า

                ปัจจุบันมีข้อมูลแสดงให้เห็นถึงระดับฮอร์โมนเมลาโทนินที่ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น  โดยพบว่าระพับเมลาโทนินในกระแสเลือดในช่วงเวลา  24  ชั่วโมง  ของผู้สูงอายุมีค่าเพียวครึ่งหนึ่งของคนหนุ่มสาว  การศึกษาในสัตว์ทดลองแสดงให้เห็นว่า    การหลั่งเมลาโทนินลดลงอาจจะมีความสัมพันธ์กับกลไกการชราภาพ โดยเชื่อว่าเมลาโทนิน อาจจะชะลออัตราการเกิดความชราภาพผ่านกระบวนการกำจัดอนุมูลสระและการป้องกันการเกิด  oxidative stress  ซึ่งเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่กำลังมีการศึกษาในปัจจจุบัน

 ความปลอดภัยของเมลาโทนิน

                เมลาโทนินถูกนำมาศึกษาวิจัยทางคลินิกอย่างจริงจังมากกว่า  40  ปี  และมีรายงานความปลอดภัยในการใช้ที่ดีในทางคลินิก  ทั้งในระดับเฉียบพลันและเรื้อรัง  ไม่มีฤทธิ์เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมหรือก่อให้เกิดมะเร็ง  และไม่พบความเป็นพิษต่อหนู  กระต่าย  แมว  และสุนัข  แม้ในขนาดสูง  800 มก./กก. ส่วนการศึกษาในคนไม่พบอาการข้างเคียงในการใช้เมลาโทนินขนาด 1-300  มก.  และไม่พบอาการข้างเคียงที่ร้ายแรง  และไม่พบอาการข้างเคียงที่ร้ายแรงของการใช้เมลาโทนินสูงถึง 1 กรัม เป็นเวลา  30  วัน5

อาการข้างเคียงของเมลาโทนินที่มีรายงานส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับฤทธิ์สงบระงับ  โดยเฉพาะการใช้ในเวลากลางวัน  ซึ่งทำให้เกิดอาการสับสน  อ่อนเพลีย  และง่วงนอน อย่างไรก็ตามการศึกษาส่วนใหญ่ที่ให้เมลาโทนินในเวลากลางคืน  มักจะลดปัญหาจากอาการข้างเคียงดังกล่าว  ส่วนอาการข้างเคียงทั่วไปอื่น ๆ ที่มีรายงานในการใช้เมลาโทนิน  ได้แก่อาการปวดศีรษะ  นอนไม่หลับ  ผื่น  ระคายเคืองกระเพาะอาหาร  ฝันร้าย

               ปัจจุบันยังไม่มีรายงานอาการข้างเคียงที่อันตรายในการใช้เมลาโทนินขนาดสูงในผู้ป่วยมะเร็งอย่างจำกัด  และยังไม่ทราบข้อมูลเรื่องความปลอดภัยของการใช้เมลาโทนินในระยะยาว  จึงยังต้องมีการศึกษาและติดตามต่อไป

                ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงสารเมลาโทนิน   คือ เด็ก สตรีที่ตั้งครรภ์ และมารดาที่ให้นมบุตร  ผู้ป่วยที่มีโรคภูมิแพ้ที่รุนแรง    ผู้หญิงที่มีความประสงค์จะตั้งครรภ์ เนื่องจากการใช้ Melatonin ในปริมาณสูงอาจทำให้เกิดผลในการยับยั้งการตกไข่ในผู้หญิงได้  ผู้ที่ทำงานกับเครื่องจักรกลที่มีความอันตราย เนื่องจากการใช้ Melatonin อาจทำให้เกิด
การง่วงซึมได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน  ผู้ป่วยโรคลมชัก  ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปและมีการใช้ยานอนหลับ หรือสมุนไพรในการรักษาอาการ  นอนไม่หลับ

งานวิจัยในประเทศไทย
       

    รศ.ดร.ศักรินทร์  ภูมิรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  และบริษัท  แดรี่โฮม  จำกัด  ได้ทำการศึกษาและวิจัยน้ำนมพาสเจอไรซ์ที่ผลต่อการนอนหลับ  พบว่า  การเปลี่ยนวิธีการรีดนมวัวในช่วงเวลาที่ไม่มีแสงสว่างทำให้ได้สารเมลาโทนินบริสุทธ์ที่มีคุณภาพมาก ช่วยทำให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาการนอนหลับ  ชะลอชรา  และป้องกันความเหี่ยวย่นไขมันต่ำกว่านมทั่วไปถึง 1 ใน 3 เท่าของนมปกติ  ขณะนี้ได้ขอจอสิทธิบัตรกรรมวิธีการผลิตเรียบร้อยแล้วและอยู่ในระยะขอจดทะเบียนยา (อย.) อีกด้วย
    สารอาหารอีกอย่างหนึ่งที่มีสารเมลาโทนินคือ  “น้ำมันจมูกข้าว”  จากการศึกษาค้นคว้าวาของนักวิทยาศาสตร์และแพทย์  ในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษพบว่า  ฮอร์โมนเมลาโทนินสร้างขึ้นในร่างกายของคนเรา  โดยสร้างจากต่อมไพเนียลในสมอง  เมลาโทนิน  จะสร้างออกมาในช่วงเวลกลางคืน  เมื่อคนเราอายุมากขึ้นเมลาโทนินจะลดลงเรื่อย ๆ เมื่ออายุ  50 ปี เมลาโทนินจะมีน้อยหรือไม่มีเลย
    จากการวิจัยในทางการแพทย์  พบว่า  เมลาโทนิน  มีความสำคัญต่อสุขภาพของคนเราดังนี้  ควบคุมการนอนหลับ  ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น  ไม่เครียด  ไม่วิตกกังวล  ป้องกันและรักษาโรคสมองเสื่อม  โรคพาร์กินสัน  แก้ไขอาการหลงลืม  หงุดหงิด  เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ  ช่วยให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น  จึงช่วยผู้ป่วย HIV ได้มาก  เสริมการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในคนสูงอายุ  ป้องกันและเสริมการรักษาโรคมะเร็ง  แก้ไขอาการเจ็ทแล็ก  (JIT- - LEG)  แก้ไขอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ  เพราะร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ  และไม่รู้สึกเครียด  ไม่รู้สึกวิตกกังวล  สมรรถภาพทางเพศจึงดีขึ้น
    ศาสตราจารย์ นายแพทย์อนันต์  ศรีเกียรติขจร  ภาควิชาสรีรวิทยา   คณะแพทยศาสตร์   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ศึกษาสารเมลาโทนิน พบว่า สารเมลาโทนินสามารถยับยั้งการเพิ่มของการไหลเวียนเลือดที่ผิวสมอง และลดการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดจุลภาค นอกจากนี้สารเมลาโตนินยังสามารถยับยั้งการแสดงออกของโปรตีนฟอส และเอนไซม์ไนตริกออกไซด์ซินเทสในกลุ่มเซลล์ไทรเจมมินาล นิวเคลียสคอดาลิส ผลการศึกษานี้บ่งว่าสารเมลาโทนินสามารถยับยั้งผลของปรากฏการณ์คอร์ติคอลสเปรดดิงดิเพรสชันในการกระตุ้นระบบความปวดไทรเจมมินาล และอาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันหรือบรรเทาอาการปวดในภาวะปวดศีรษะไมเกรน
บันทึกการเข้า

‎รักสุดท้ายป้ายหน้า ... แล้วมันป้ายไหนอะ
13,05, 2012, 14:48:09
baitoey
สมาชิก
**

Like ++ 12
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 101


lonely gal


« ตอบ #1 เมื่อ: 13,05, 2012, 14:48:09 »

 อายนะ   คุ้นๆนะเนี่ย แต่จำไม่ได้ จำได้แต่เมลานิน  หัวเราะปิดปาก
บันทึกการเข้า
13,05, 2012, 16:18:57
ดิโอลดิ์สยาม
Gun In Thai Mania
*

Like ++ 53
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,781



« ตอบ #2 เมื่อ: 13,05, 2012, 16:18:57 »

มิน ยาวจัง เลยต้องอ่านข้ามมาที่ตัวสีแดงอย่างเดียว พอเจอคำว่าช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน เอชไอวี กะทำให้สมรรถภาพทางแพทย์ดีขึ้น จึงจำเป็นต้องย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่แรกจนจบ เง้ออ เง้ออ เง้ออ เหนื่อยว่ะ ชื่อก็จำยากกว่าโสมปู่เซินตั้งเยอะ เง้ออ เง้ออ เง้ออ
บันทึกการเข้า

เพิ่งคิดได้ ไม่อยากมีศัตรูเพิ่ม...แค่ความสูงวัย และโรคภัยไข้เจ็บ มันก็แย่อยู่แล้ว
13,05, 2012, 16:39:33
ม้ากะโม่
สมาชิกครอบครัว
***

Like ++ 249
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 979


ขี่ม้า...ควงโม่... แหมมันเท่ห์สุด ๆ


« ตอบ #3 เมื่อ: 13,05, 2012, 16:39:33 »

 ฮ๊าา ฮ๊าา ฮ๊าา ฮ๊าา ฮ๊าา
บันทึกการเข้า

"โอ้ชีวิตคือการก้าวไป... Oh my life is going on ......? "
13,05, 2012, 19:36:35
d-E-s-T-i-n-Y
powerfull
**

Like ++ 61
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 32,981



« ตอบ #4 เมื่อ: 13,05, 2012, 19:36:35 »

มิน ยาวจัง เลยต้องอ่านข้ามมาที่ตัวสีแดงอย่างเดียว พอเจอคำว่าช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน เอชไอวี กะทำให้สมรรถภาพทางแพทย์ดีขึ้น จึงจำเป็นต้องย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่แรกจนจบ เง้ออ เง้ออ เง้ออ เหนื่อยว่ะ ชื่อก็จำยากกว่าโสมปู่เซินตั้งเยอะ เง้ออ เง้ออ เง้ออ
สองแง่สองง่ามอีกแระปู่ เด่วเหอะ
บันทึกการเข้า

‎รักสุดท้ายป้ายหน้า ... แล้วมันป้ายไหนอะ
13,05, 2012, 20:10:43
jazzy-kimber
สมาชิก
**

Like ++ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 121



« ตอบ #5 เมื่อ: 13,05, 2012, 20:10:43 »

 ธุจ้า ธุจ้า ธุจ้าสำหรับข้อมูลดีๆครับ
บันทึกการเข้า

หลงทาง....เสียเวลา
หลงนักศึกษา....เสียค่าหอ
13,05, 2012, 20:26:15
shone007
super member
*****

Like ++ 33
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,027



« ตอบ #6 เมื่อ: 13,05, 2012, 20:26:15 »

มิน ยาวจัง เลยต้องอ่านข้ามมาที่ตัวสีแดงอย่างเดียว พอเจอคำว่าช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน เอชไอวี กะทำให้สมรรถภาพทางแพทย์ดีขึ้น จึงจำเป็นต้องย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่แรกจนจบ เง้ออ เง้ออ เง้ออ เหนื่อยว่ะ ชื่อก็จำยากกว่าโสมปู่เซินตั้งเยอะ เง้ออ เง้ออ เง้ออ

เหมือนกันครับน้า  เหงื่อตกดิ
บันทึกการเข้า



ยิงไม่แม่นนะครับ แต่เน้นรอบคอบและปลอดภัย
13,05, 2012, 20:45:17
T-2789
สมาชิกครอบครัว
***

Like ++ 63
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #7 เมื่อ: 13,05, 2012, 20:45:17 »

 ยิ้มยิงฟัน ขอบคุณครับ  ธุจ้า สำหรับสาระดีๆ  ตาแป๋ว
บันทึกการเข้า
13,05, 2012, 21:22:41
d-E-s-T-i-n-Y
powerfull
**

Like ++ 61
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 32,981



« ตอบ #8 เมื่อ: 13,05, 2012, 21:22:41 »

ยิ้มยิงฟัน ขอบคุณครับ  ธุจ้า สำหรับสาระดีๆ  ตาแป๋ว

พอดี หาข้อมูลเกี่ยวกับนอนไม่ค่อยหลับ นอนดึก ไปเจอมาเลยเอาแบงปันกันอะพี่ กินยาให้หลับดีก่า ฮ่าๆๆๆ
บันทึกการเข้า

‎รักสุดท้ายป้ายหน้า ... แล้วมันป้ายไหนอะ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: