GUN IN THAILAND
25,10, 2014, 23:38:38 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google

หน้านี้ ยุติการ Post แล้วครับ !!
 เวปบอร์ด gun.in.th ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่


   http://2013.gun.in.th
หน้า: 1 2 [3] 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นอกจากความนิยมเหตุผลที่สมิท แพงกว่าเทารัส ,รูเกอร์ คืออะไร  (อ่าน 2057 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
28,12, 2011, 14:55:10
boon
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 235
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8,242


ความประพฤติบกพร่อง จะทำให้บิดามารดาอับอาย


« ตอบ #30 เมื่อ: 28,12, 2011, 14:55:10 »

เออ...จริงนิ ถามคนตั้งราคาขายซะ ทุน+กำไร เป็น= ...
คนขายก็จะบอกว่า
กำไรเป็นของคนขาย ยิ้มยิงฟัน
แต่ความอยากได้ปืนสมิธเป็นของคนซื้อ หัวเราะปิดปาก
บันทึกการเข้า

If a man says he is not afraid of dying, he is either lying or is a Gurkha
29,12, 2011, 09:40:00
ฅนไท ^_^
super member
*****

Like ++ -24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,801



« ตอบ #31 เมื่อ: 29,12, 2011, 09:40:00 »

เหมือนรถยนต์ โตโยต้า กับ มาสด้า ฟอร์ด
โตโยต้า ทำมาแค่ให้วิ่งได้ ก็นิยม
มาสด้า ฟอร์ด จะทำมาดีแค่ไหน ก็ยังเป็นรอง อายนะ อายนะ
+1ครับเท่าที่เปรียบเทียบสุดท้ายผมก้อเอา S&W LS.357งานมันเนียนกว่าเยอะ ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

เดินทาง1000ลี้  : ดีกว่าอ่านคัมภีร์1000หน้า
29,12, 2011, 10:49:07
คนธรรมดา™
Gun In Thai Mania
*

Like ++ 152
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,939


... หมุนกันต่อไป ...


« ตอบ #32 เมื่อ: 29,12, 2011, 10:49:07 »

ความนิยม คุณภาพ และชื่อเสียงที่สั่งสมมา ธุจ้า
ขบวนการผลิตที่ยุ่งยาากว่า ต้องใช้แรงงานมากกว่า ก็น่าจะมีส่วนด้วยเช่นกันครับ


 ธุจ้า ธุจ้า... ยิ้มยิงฟัน

เหมือนรถยนต์ โตโยต้า กับ มาสด้า ฟอร์ด
โตโยต้า ทำมาแค่ให้วิ่งได้ ก็นิยม
มาสด้า ฟอร์ด จะทำมาดีแค่ไหน ก็ยังเป็นรอง อายนะ อายนะ

 ยิ้มยิงฟัน ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

http://www.youtube.com/watch?v=pNnDHUPwd2I&feature=related

"......คนธรรมดา........"
29,12, 2011, 21:59:36
Vincentmnchn
สมาชิกครอบครัว
***

Like ++ 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 503


« ตอบ #33 เมื่อ: 29,12, 2011, 21:59:36 »

เท่าที่เคยได้ยินมา
ถ้าเทียบเรื่องเนื่อเหล็ก ชึ้นส่วนสำคัญที่ต้องรับแรงระเบิดอย่างโม่ สมิธใช้ขึ้นรูปแบบฟอร์จจิ้งแล้วค่อยมากลึงไสอีกที ทำให้เนื้อเหล็กแน่น ส่วนรูเกอร์เป็นงานแคส เลยต้องทำให้ใหญ่บึกบึนเข้าไว้ ผิดถุกยังไงรบกวนท่านผู้รู้ช่วยแก้ไขที

ส่วนเรื่องไก อันนี้เจอมาด้วยตัวเอง เคยได้ยินจากช่างซ่อมปืนหลายราย บอกว่าแต่งไกสมิธง่ายกว่าทุกยี่ห้อ และก็จริงอย่าที่ช่างบอก เพราะเคยเอาลูกโม่ยี่ห้ออื่นอย่างโคลท์ หรือ รอสซี่ หรือไฮ แสตนดาร์ด ไปให้ช่างแต่งไกดู ความราบเรียบยิงสนุก มันสู้ปืนลูกโม่สมิธของเพื่อนไม่ได้จริงๆ
บันทึกการเข้า
29,12, 2011, 22:29:20
godspeed
super member
*****

Like ++ 23
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,655

Imagination is more Important than Knowledge


« ตอบ #34 เมื่อ: 29,12, 2011, 22:29:20 »

ก็อย่างที่ S/W บลัฟ Ruger ไว้ ปืนนะไม่ใช่แฮมเบอเกอร์ จะได้อย่างหนา (ตราช้าง...อ้าว)
บันทึกการเข้า
29,12, 2011, 23:12:18
GHD
super member
*****

Like ++ 148
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,825



« ตอบ #35 เมื่อ: 29,12, 2011, 23:12:18 »


 ขอตอบในข้อมูลที่แตกต่างกับท่านอื่นบ้างนะครับ, เอาง่ายๆว่าบริษัทหลุยส์ ตีเนียวโลเว่น (น่าจะเพี้ยนไปบ้าง) ตั้งมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5
 (มิสชีส แอนนา ตีเลียวโนเว่น เป็นครูสอนภาษาในวังฯ ตั้งแต่รัชกาลที่ 4) บริษัท หลุยส์ฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศ มาตลอดเวลา

 ตั้งแต่ของใช้ในครัวเรือน เครื่องโรงสี เครื่องจักรกล รถยนต์ จิปาถะที่เป็นของใช้จากต่างประเทศ ปืนเป็นอีกสินค้าตัวหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับบริษัท
 ปืนลูกซองเดี่ยวยังมียี่ห้อ มิสหลุยส์ เลย สั่งพิเศษยิงลูกโดดได้ อะไรต่างๆ มาจากการสั่งนำเข้าของบริษัทหลุยส์ทั้งสิ้น ปืนยี่ห้อสมิท ติดปากคนไทย
 เพราะมีบริษัทหลุยส์เป็นตัวแทนจำหน่ายเก่าแก่ รูเกอร์มาทีหลังก็ได้บริษัทหลุยส์นี่แหละเป็นผู้นำเข้ามา สรูปแล้วคนไทยรู้จักยี่ห้อสมิทมากกว่ายี่ห้ออื่น ครับ.

เท่าที่เคยได้ยินมา
ถ้าเทียบเรื่องเนื่อเหล็ก ชึ้นส่วนสำคัญที่ต้องรับแรงระเบิดอย่างโม่ สมิธใช้ขึ้นรูปแบบฟอร์จจิ้งแล้วค่อยมากลึงไสอีกที ทำให้เนื้อเหล็กแน่น ส่วนรูเกอร์เป็นงานแคส เลยต้องทำให้ใหญ่บึกบึนเข้าไว้ ผิดถุกยังไงรบกวนท่านผู้รู้ช่วยแก้ไขที

ส่วนเรื่องไก อันนี้เจอมาด้วยตัวเอง เคยได้ยินจากช่างซ่อมปืนหลายราย บอกว่าแต่งไกสมิธง่ายกว่าทุกยี่ห้อ และก็จริงอย่าที่ช่างบอก เพราะเคยเอาลูกโม่ยี่ห้ออื่นอย่างโคลท์ หรือ รอสซี่ หรือไฮ แสตนดาร์ด ไปให้ช่างแต่งไกดู ความราบเรียบยิงสนุก มันสู้ปืนลูกโม่สมิธของเพื่อนไม่ได้จริงๆ

ถูกต้องแล้วครับ ขอแก้ใขตรงส่วนที่เป็นความหนาแน่นของลูกโม่ปืนรูเกอร์ ลูกโม่ปืนรูเกอร์ทำผลิตแบบเดียวกับสมิท เฉพาะเฟรมปืนเท่านั้นที่หล่อแบบ Lost waxx ของรูเกอร์เอง

ที่ลูกโม่ปืนรูเกอร์โตกว่า เป็นเพราะการออกแบบให้รับแรงระเบิดได้มากกว่าลูกโม่ปืนสมิท ในอัตราส่วนความหนาแน่นต่อแรงระเบิดที่มี ลูกโม่ของรูเกอร์กินขาด, เพื่อมีความทนทาน

ที่มากมายกว่าลูกโม่ปืนสมิท ลูกโม่รูเกอร์จึงมีความหนาที่มากกว่า ไม่งั้นมองไม่ออกว่าต่างกันอย่างไร บอกด้วยการโฆษณาไม่จีรังคนลืมง่าย เอาความหนานี่แหละเป็นตัวบ่งบอก ครับ.
บันทึกการเข้า

Knowledge is power, ONLY when you share it.   Slow but hit, Better than Fast miss. Judged by 12 or Carried by 6
29,12, 2011, 23:14:56
Chachai
สมาชิกครอบครัว
***

Like ++ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 618


« ตอบ #36 เมื่อ: 29,12, 2011, 23:14:56 »

ไกสมิธแต่งง่ายกว่าเพราะความปลอดภัยต่ำกว่าครับ   ทรานเฟอร์บาร์(รูเกอร์)ปลอดภัยกว่าแฮมเมอร์บล็อก(สมิธ)  ตอนหลังเทารัสยังหันมาใช้ทรานเฟอร์บาร์ตามรูเกอร์
คล้ายๆกับ1911 รุ่นมีนิรภัยเข็มแทงชนวนซีรี่80 ไกไม่เฉียบหรือแต่งง่ายเท่ารุ่น 70 ที่ไม่มีเข็มแทงชนวน  แต่80 ปลอดภัยกว่า 70 ครับ  ส่วนแฮมเม่อบล็อกของสมิธใช้ไปนานๆ
จะเลื่อนเร็วกว่าทรานเฟอร์บาร์  อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่า

ความแข็งแรง  สมิธเป็นรองรูเกอร์มานานแล้วครับ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่  ทั้งหนากว่า แข็งแรงกว่า ไม่มีไซน์เพลท  เป็นการยอมรับโดยดุษฎีทั้งในไทยและอเมริกา
หนังสือ G&B เล่มล่าสุดที่ปกเป็น Para Cary .45 LDA มีบทความของคุณสุมิตร เรื่อง ทำไมต้องรูเกอร์ .357 magnum ศิษย์ของ อ.พนมเทียน  พูดถึงปืนสมิธตั้งแต่ยุค M19 ว่ายิงไปไม่กี่พันนัดสกรูเพลทหลวมแล้วครับ จากนั้นทุกโม่สองโม่ที่ยิงต้องมาขันสกรูกันครั้ง  แต่รูเกอร์ Security Six ยิงมาไม่เคยมีปัญหา  

รูเกอร์มีสลักยึดโม่ตรงบานพับ  แต่สมิธไม่มี  ตรงนี้สมิธยังแพ้แม้แต่เทารัสเลยครับ
บันทึกการเข้า
29,12, 2011, 23:19:41
พ่อต่าว - รักในหลวง
super member
*****

Like ++ 26
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,923


กินอิ่ม นอนหลับเป็นพอ


« ตอบ #37 เมื่อ: 29,12, 2011, 23:19:41 »


อ่านไป อ่านมา เหมือนๆ smith จะแย่กว่าเลยนะครับเนี่ย  งง
บันทึกการเข้า

<<<  ---------------  ประเทศชาติจะดี ต้องเริ่มที่ครอบครัวก่อน  ---------------  >>>
               (( --- และอย่าลืมว่าจะดีได้ต้องลงมือทำ ไม่ใช่ดีแต่ปาก --- ))
29,12, 2011, 23:38:43
GHD
super member
*****

Like ++ 148
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,825



« ตอบ #38 เมื่อ: 29,12, 2011, 23:38:43 »

อ่านไป อ่านมา เหมือนๆ smith จะแย่กว่าเลยนะครับเนี่ย  งง


 ถูกต้องครับ ปืนลูกโม่สมิทรุ่นหลังๆมานี้ เป็นรองปืนลูกโม่รูเกอร์แท้จริง ส่วนตัวข้าเจ้า ตอนนี้เลิกเล่นสมิท m 19 หันมาเสาะหาสมิท m 27-2  3.5 นิ้ว .357 แม็กนั่ม
 เพราะปืนลูกโม่สมิท ทำดีที่สุดในรุ่นที่เป็นโครง N ยิ่งมาเจาะรูโม่ในคาลิเบอร์ .357 โม่ยิ่งหนา ขณะที่กรอบช่องโม่ยาวเพื่อรับกับลูกโม่ .44 แม็กนั่ม ทำให้มีช่องว่าง
 ที่มากกว่าโครงขนาดอื่น ทำความสะอาดง่ายกว่า โครงหนาหนัก ใหญ่กว่าในทุกมิติ ฝีมือเข้าเหล็ก รมดำของช่างปืนยุค 70 เป็นที่ต้องตาตรึงใจ แม้จะหนักจนแบกได้
 หากแลกมาด้วยกลไกที่สุดยอดของการปรับแต่ง ที่เป็นเอกลักษณ์ของปืนลูกโม่สมิท ยอมให้หนักได้เพราะไม่เอาเหน็บเอวไปใหนๆอยู่แล้ว หามายิงซ้อมมือเถอะ ครับ.

   ให้ดูรูปอีกที ตัวนี้หามานาน ตามตัวนี้มานานมาก สมใจชะ หุหุหุ





  มีอีกตัวลงขายทีนี่ ครับ.  http://www.phuketoutdoorshooting.com/board/index.php?topic=10646.0


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29,12, 2011, 23:44:48 โดย GHD » บันทึกการเข้า

Knowledge is power, ONLY when you share it.   Slow but hit, Better than Fast miss. Judged by 12 or Carried by 6
30,12, 2011, 04:37:42
pasio99
super member
*****

Like ++ 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,218



« ตอบ #39 เมื่อ: 30,12, 2011, 04:37:42 »

ผมมีm60ไม่มีขีดผลิตปี1969-1970เทียบประมาณ พ.ศ.2512เพราะตีทะเบียนปี13ฝีมือผลิตงานเนียนมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30,12, 2011, 05:30:15 โดย pasio99 » บันทึกการเข้า

บช.044-2-69812-0 ธ.กสิกรไทย สาขาวังบูรพา ออมทรัพย์
http://www.gun.in.th/2010/index.php?topic=67254.0
30,12, 2011, 06:10:10
ottojud
สมาชิกใหม่
*

Like ++ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #40 เมื่อ: 30,12, 2011, 06:10:10 »

เก็บๆๆ ความรู้ทั้งนั้น
บันทึกการเข้า
30,12, 2011, 08:30:25
zoom
สมาชิกครอบครัว
***

Like ++ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 787


« ตอบ #41 เมื่อ: 30,12, 2011, 08:30:25 »

           ถ้าไม่หลงลืมสมัยเรียน MBA. เขาเรียกว่ากลยุทธ์การตลาด โดยใช้กลยุทธ์การกำหนดราคาขาย 
           ตอนผมเป็นวัยละอ่อน ยุคนั้นกางเกงยีนส์กำลังเริ่มรุ่งในบ้านเรา มีกางเกงยีนส์จากนอกยี่ห้อดังๆพวก ลีวาย ลี แรงเลอร์ ขายดิบขายดี ต่อมามีคนเห็นว่ามันขายดีเลยทำกางเกงยีนส์มาขายบ้างแต่ขายในราคาต่ำกว่าเกินครึ่ง ผลคือขายไม่ออกทั้งที่คุณภาพไม่ได้ด้อยกว่า สมัยนั้นผ้ายีนส์ที่ดีต้องไม่หด สีไม่ตก ต่อมาวันหนึ่งบริษัทผู้ผลิตรายนี้ประกาศขึ้นราคาขึ้นไปเท่ากับกางเกงยี่ห้อดังๆทั้งหลาย ผลคือกลับขายดิบขายดี กางเกงยีนยี่ห้อนั้นคือยี่ห้อฮาร่า ต่อมา พีเจ กับ แม๊ค ก็เอาอย่าง กางเกงยีนส์มาถูกลงก็ตอนที่เขาจับได้ว่าโรงงานที่พะยี่ห้อนอกที่แท้มันอยู่พระประแดงนี่เอง
          ถ้าใครจับได้ว่าสมิทผลิตที่นครสวรรค์ มันอาจจะถูกลงเท่าชาวบ้านเขาก็ได้ ครับ  ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

อย่าใช้ปากยิงปืน
30,12, 2011, 08:43:18
s@guns
super member
*****

Like ++ 51
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,551


"Less is More"


« ตอบ #42 เมื่อ: 30,12, 2011, 08:43:18 »

ความนิยม คุณภาพ และชื่อเสียงที่สั่งสมมา ธุจ้า
ขบวนการผลิตที่ยุ่งยาากว่า ต้องใช้แรงงานมากกว่า ก็น่าจะมีส่วนด้วยเช่นกันครับ

+กลไกการตลาด ที่มีความต้องการมาก
ก็สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าได้มาก เช่นเดียวกับโคลท์ ในปัจจุบัน เอ๋อ
บันทึกการเข้า

''Form Follow Functions''
30,12, 2011, 09:51:45
PRanChai
สมาชิก
**

Like ++ 31
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 485


ส.พราน'ชัย


« ตอบ #43 เมื่อ: 30,12, 2011, 09:51:45 »

           ถ้าไม่หลงลืมสมัยเรียน MBA. เขาเรียกว่ากลยุทธ์การตลาด โดยใช้กลยุทธ์การกำหนดราคาขาย 
           ตอนผมเป็นวัยละอ่อน ยุคนั้นกางเกงยีนส์กำลังเริ่มรุ่งในบ้านเรา มีกางเกงยีนส์จากนอกยี่ห้อดังๆพวก ลีวาย ลี แรงเลอร์ ขายดิบขายดี ต่อมามีคนเห็นว่ามันขายดีเลยทำกางเกงยีนส์มาขายบ้างแต่ขายในราคาต่ำกว่าเกินครึ่ง ผลคือขายไม่ออกทั้งที่คุณภาพไม่ได้ด้อยกว่า สมัยนั้นผ้ายีนส์ที่ดีต้องไม่หด สีไม่ตก ต่อมาวันหนึ่งบริษัทผู้ผลิตรายนี้ประกาศขึ้นราคาขึ้นไปเท่ากับกางเกงยี่ห้อดังๆทั้งหลาย ผลคือกลับขายดิบขายดี กางเกงยีนยี่ห้อนั้นคือยี่ห้อฮาร่า ต่อมา พีเจ กับ แม๊ค ก็เอาอย่าง กางเกงยีนส์มาถูกลงก็ตอนที่เขาจับได้ว่าโรงงานที่พะยี่ห้อนอกที่แท้มันอยู่พระประแดงนี่เอง
          ถ้าใครจับได้ว่าสมิทผลิตที่นครสวรรค์ มันอาจจะถูกลงเท่าชาวบ้านเขาก็ได้ ครับ  ยิ้มยิงฟัน
[/color]

วงแตกกันละครับ ยิ้มเด้ง ยิ้มเด้ง ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

น้ำท่วมฟ้า ปลากินดาว
นกเหิรหาว สู่สายชล...
30,12, 2011, 10:00:10
srimalai_รักในหลวง
super member
*****

Like ++ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,787


« ตอบ #44 เมื่อ: 30,12, 2011, 10:00:10 »

ถ้าสินค้าไม่ดีจริง จะใช้กลยุทธการตลาด หรือชื่อเสียงเก่ายังไง สินค้าก็ไปไม่รอดเหมือนกัน คนซื้อเขาไม่ได้โง่ทุกคน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: