GUN IN THAILAND
23,07, 2014, 10:24:35 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google

หน้านี้ ยุติการ Post แล้วครับ !!
 เวปบอร์ด gun.in.th ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่


   http://2013.gun.in.th
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รบกวนท่านเกิดผลอธิบายฏีกานี้หน่อยครับ  (อ่าน 1943 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
22,12, 2011, 14:20:30
phayung
super member
*****

Like ++ 12
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,016


« เมื่อ: 22,12, 2011, 14:20:30 »

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๙๔๒/๒๕๕๐
พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯ มาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง และ ป.อ. มาตรา ๓๗๑ มิได้กำหนดองค์ประกอบในการกระทำความผิดว่าอาวุธปืน หรืออาวุธที่พาไปต้องเป็นอาวุธที่สามารถใช้ได้ทันที ดังนั้น ไม่ว่าจำเลยจะพาอาวุธปืนของกลางไปโดยมีกระสุนปืนอยู่ในรังเพลิงหรือไหม่ก็ตาม   ก็ครบองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯ มาตรา ๘ ทวิ และ ป.อ. มาตรา ๓๗๑ แล้ว
*******
บันทึกการเข้า
22,12, 2011, 18:56:21
เกิดผล
super member
*****

Like ++ 192
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,122


คิดถึงใจเขา ให้เหมือนกับใจเรา สำคัญยิ่งกว่ากฎหมาย


« ตอบ #1 เมื่อ: 22,12, 2011, 18:56:21 »

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๙๔๒/๒๕๕๐
พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯ มาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง และ ป.อ. มาตรา ๓๗๑ มิได้กำหนดองค์ประกอบในการกระทำความผิดว่าอาวุธปืน หรืออาวุธที่พาไปต้องเป็นอาวุธที่สามารถใช้ได้ทันที ดังนั้น ไม่ว่าจำเลยจะพาอาวุธปืนของกลางไปโดยมีกระสุนปืนอยู่ในรังเพลิงหรือไหม่ก็ตาม   ก็ครบองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯ มาตรา ๘ ทวิ และ ป.อ. มาตรา ๓๗๑ แล้ว
*******

 เนื่องจากท่านอ่านฎีกาย่อ จึงไม่เข้าใจเนื้อหาขอฎีกานี้ทั้งหมด
ขออนุญาต นำข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาาที่จำฎีกาต่อศาล ว่า อย่างไรมาให้ท่านดูเต็มๆก่อน หากไม่เข้าใจอย่างไร ผมจะอธิบายให้ท่านทราบเพิ่มเติม แต่ทีีผมอ่าน คำพิพากษาเต็ม วินิจฉัยได้ชัดเจนแล้วครับ

ประเด็นที่จำเลยต่อสู้ใ
ในชั้นฎีกามีดังนี้
๑. จำเลยฎีกาว่า เจ้าพนักงานตำรวจพบอาวุธปืนของกลางโดยกระสุนปืนของกลางไม่อยู่ในรังเพลิง ไม่สามารถใช้อาวุธปืนของกลางได้ทันที จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371
  ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยดังนี้  .."เห็นว่า พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว” และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 บัญญัติว่า “ผู้ใดพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุสมควร...ต้องระวางโทษ...” โดยมิได้กำหนดองค์ประกอบในการกระทำความผิดว่าอาวุธปืนหรืออาวุธที่พาไปต้องเป็นอาวุธปืนหรืออาวุธที่สามารถใช้ได้ทันที ดังนั้น ไม่ว่าจำเลยจะพาอาวุธปืนของกลางไปโดยมีกระสุนปืนอยู่ในรังเพลิงหรือไม่ก็ตามก็ครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 แล้ว สำหรับฎีกาข้ออื่นของจำเลยเกี่ยวกับการกระทำความผิดไม่ใช่ข้อสาระสำคัญที่จะทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง จึงไม่จำต้องยกขึ้นวินิจฉัยให้ พยานหลักฐานจำเลยไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
บันทึกการเข้า

พึงชั่งน้ำหนักของพยานหลักฐาน แทนการนับจำนวนพยาน
"....คนเห็นคนเป็นคน  นั่นแหละคน
คนเห็นคนไม่ใช่คน      ใช่คนไม่
เกิดเป็นคนต้องเป็นคน  ทุกคนไป
จนหรือไพร่ก็ไม่พ้น       คนเหมือนกัน..."
22,12, 2011, 19:04:41
เกิดผล
super member
*****

Like ++ 192
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,122


คิดถึงใจเขา ให้เหมือนกับใจเรา สำคัญยิ่งกว่ากฎหมาย


« ตอบ #2 เมื่อ: 22,12, 2011, 19:04:41 »

ขอยกคำพิพากษาฎีกาฉบับเต็มมาให้อ่านประกอบนะครับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  4942/2550

 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม      โจทก์
 
นายวรพจน์      จำเลย
 
 

ป.อ. มาตรา 371

พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง

 

          พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง และ ป.อ. มาตรา 371 มิได้กำหนดองค์ประกอบในการกระทำความผิดว่าอาวุธปืนหรืออาวุธที่พาไปต้องเป็นอาวุธปืนหรืออาวุธที่สามารถใช้ได้ทันที ดังนั้น ไม่ว่าจำเลยจะพาอาวุธปืนของกลางไปโดยมีกระสุนปืนอยู่ในรังเพลิงหรือไม่ก็ตาม ก็ครบองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ และ ป.อ. มาตรา 371 แล้ว

 

________________________________

 


          โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 371 และริบของกลาง

          จำเลยให้การปฏิเสธ

          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี ริบของกลาง

          จำเลยอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

          จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยพร้อมยึดได้อาวุธปืนสั้นออโตเมติกขนาด .45 ไม่มีเครื่องหมายทะเบียน กระสุนปืน 7 นัด และซองกระสุนปืน 1 ซอง เป็นของกลาง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า จำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษหรือไม่ โจทก์มีจ่าสิบตำรวจสนิท ดอนทองแดง และจ่าสิบตำรวจสัญญา ลิบไพรวัลย์ ผู้ร่วมจับกุมเป็นพยานเบิกความว่า วันเกิดหตุจ่าสิบตำรวจสัญญาได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากผู้หญิงคนหนึ่งว่า จำเลยจะขับรถจักรยานยนต์ไปเอายาเสพติดให้โทษโดยจำเลยพกอาวุธปืนไปด้วย ให้ไปดักจับที่บ้านจำเลยในซอยข้างปั๊มน้ำมันสุนทรีออยล์ พยานทั้งสองกับพวกจึงไปยังบริเวณบ้านจำเลย พบจำเลยขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้าน พยานทั้งสองแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยวิ่งหลบหนีโดยวิ่งวนรอบบ้าน ระหว่างวิ่งจำเลยชักอาวุธปืนสั้นออกจากเอวโยนทิ้งไปที่พงหญ้าข้างบ้าน จ่าสิบตำรวจสัญญาหยิบอาวุธปืนดังกล่าวขึ้นมา ต่อมาจ่าสิบตำรวจสนิทจับกุมจำเลยได้ชั้นจับกุมจำเลยให้การรับสารภาพ เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสองไปบ้านเกิดเหตุเพื่อจับกุมจำเลยตามที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าจำเลยไปเอายาเสพติดให้โทษโดยพกอาวุธปืนไปด้วย เชื่อได้ว่าพยานโจทก์ทั้งสองไปเพื่อตรวจค้นจับกุมจำเลยตามอำนาจหน้าที่ พยานโจทก์ทั้งสองต่างเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ โดยไม่ปรากฏว่าเคยรู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะเบิกความปรักปรำจำเลย เมื่อจำเลยเห็นพยานโจทก์ทั้งสอง จำเลยก็วิ่งหลบหนีอันเป็นพิรุธส่อให้เห็นว่าจำเลยมีสิ่งของผิดกฎหมายอยู่ในครอบครอง ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน พยานโจทก์ทั้งสองวิ่งไล่ตามจำเลยระยะห่างประมาณ 10 เมตร เชื่อว่าพยานโจทก์ทั้งสองเห็นจำเลยโยนอาวุธปืนของกลางทิ้งไปที่พงหญ้า เมื่อจำเลยโยนอาวุธปืนดังกล่าวทิ้ง จ่าสิบตำรวจสัญญาก็เก็บอาวุธปืนของกลางทันที ทั้งชั้นจับกุมจำเลยก็ให้การรับสารภาพตามบันทึกการจับกุม นอกจากนี้โจทก์ยังมีพันตำรวจตรีพัฒนา ฉายาวัฒน์ พนักงานสอบสวนเบิกความว่า ชั้นสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพตามบันทึกคำให้การ เมื่อรับฟังประกอบคำเบิกความของจ่าสิบตำรวจสนิทและจ่าสิบตำรวจสัญญาแล้ว พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง ที่จำเลยฎีกาว่า บริเวณบ้านเกิดเหตุมีต้นไม้ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จ่าสิบตำรวจสนิทและจ่าสิบตำรวจสัญญาต้องวิ่งติดตามจำเลยและกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง ไม่น่าเชื่อว่าจะเห็นจำเลยโยนอาวุธปืนของกลางทิ้งนั้น เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานตำรวจวิ่งติดตามจับกุมจำเลยไปในระยะใกล้ ย่อมต้องสังเกตการกระทำของจำเลยเพื่อจะได้สามารถติดตามจับกุมจำเลยได้ทัน แม้บริเวณที่เกิดเหตุมีต้นไม้ขนาดเล็กและขนาดใหญ่กับพยานโจทก์ต้องกระโดข้ามสิ่งกีดขวาง ก็ไม่เป็นเหตุให้คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองรับฟังไม่ได้ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่นำหญิงพลเมืองดีผู้แจ้งเหตุมาเบิกความเป็นพยานและไม่นำอาวุธปืนของกลางอ้างส่งต่อศาลเพื่อให้จำเลยรับรองว่าเป็นอาวุธปืนของกลางจริง กับพนักงานสอบสวนไม่ได้ตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือบนอาวุธปืนของกลาง เพื่อยืนยันว่าเป็นอาวุธปืนของจำเลยจริงนั้น เห็นว่า โจทก์จะนำสืบพยานบุคคลใดหรืออ้างส่งวัตถุของกลางใดต่อศาล กับพนักงานสอบสวนจะตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือบนอาวุธปืนของกลางหรือไม่ เป็นดุลพินิจของโจทก์และพนักงานสอบสวน การที่โจทก์และพนักงานสอบสวนดำเนินการดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นตามที่พยานผู้จับกุมเบิกความ ทั้งคดีนี้มีจ่าสิบตำรวจสนิทและจ่าสิบตำรวจสัญญาผู้ร่วมจับกุมเป็นประจักษ์พยานเห็นจำเลยโยนอาวุธปืนของกลางทิ้ง จึงรับฟังคำเบิกความของพยานผู้จับกุมได้ ที่จำเลยฎีกาว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยคดีนี้ตามบันทึกการจับกุม และจับกุมจำเลยในข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 เวลาเดียวกัน เป็นพิรุธนั้น เห็นว่า เวลาจับกุมจำเลยตามบันทึกการจับกุม และตามคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 เป็นเพียงระยะเวลาที่ผู้จับกุมและพนักงานสอบสวนประมาณเอาคร่าว ๆ เท่านั้น ทั้งจำเลยเบิกความรับว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยก่อนแล้วจึงพาไปบ้านนายโอดำ ตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีน จึงไม่เป็นพิรุธถึงกับทำให้คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองเสียไปจนรับฟังไม่ได้ ที่จำเลยฎีกาว่า จ่าสิบตำรวจสนิทและจ่าสิบตำรวจสัญญาเบิกความแตกต่างกันเกี่ยวกับการวิ่งหลบหนีของจำเลยและอาวุธปืนของกลางนั้น เห็นว่า ข้อแตกต่างดังกล่าวเป็นเพียงรายละเอียดมิใช่สาระสำคัญจนถึงกับทำให้คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองไม่มีน้ำหนักรับฟัง ที่จำเลยฎีกาว่า พยานโจทก์ได้รับแจ้งเรื่องอาวุธปืน ไม่ได้รับแจ้งเรื่องยาเสพติดให้โทษ แต่มีการสอบถามจำเลยเรื่องยาเสพติดให้โทษเป็นพิรุธนั้น เห็นว่า จ่าสิบตำรวจสัญญาซึ่งเป็นผู้รับแจ้งจากหญิงพลเมืองดีเบิกความว่า ได้รับแจ้งว่าจำเลยจะขับรถจักรยานยนต์ไปเอายาเสพติดให้โทษโดยพกอาวุธปืนไปด้วย ทั้งบันทึกการจับกุมก็ระบุว่านำตัวจำเลยส่งสถานีตำรวจภูธรตำบลสามควายเผือกเพื่อดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย สอดคล้องกับคำเบิกความของจ่าสิบตำรวจสัญญา พยานโจทก์จึงไม่เป็นพิรุธ และที่จำเลยฎีกาว่า เจ้าพนักงานตำรวจพบอาวุธปืนของกลางโดยกระสุนปืนของกลางไม่อยู่ในรังเพลิง ไม่สามารถใช้อาวุธปืนของกลางได้ทันที จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว” และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 บัญญัติว่า “ผู้ใดพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุสมควร...ต้องระวางโทษ...” โดยมิได้กำหนดองค์ประกอบในการกระทำความผิดว่าอาวุธปืนหรืออาวุธที่พาไปต้องเป็นอาวุธปืนหรืออาวุธที่สามารถใช้ได้ทันที ดังนั้น ไม่ว่าจำเลยจะพาอาวุธปืนของกลางไปโดยมีกระสุนปืนอยู่ในรังเพลิงหรือไม่ก็ตามก็ครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 แล้ว สำหรับฎีกาข้ออื่นของจำเลยเกี่ยวกับการกระทำความผิดไม่ใช่ข้อสาระสำคัญที่จะทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง จึงไม่จำต้องยกขึ้นวินิจฉัยให้ พยานหลักฐานจำเลยไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

          มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อต่อไปว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยมีและพาอาวุธปืนของกลางติดตัวไปโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นการไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายและเป็นอันตรายต่อผู้อื่นอย่างยิ่ง ทั้งหากจำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวก่อเหตุใด ๆ ขึ้น ย่อมยากแก่การตรวจสอบหาตัวผู้กระทำความผิดที่แท้จริง พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนและมีภาระต้องอุปการะเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัวก็ยังไม่เป็นเหตุอันควรให้ความปรานีแก่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นกัน”

          พิพากษายืน


 

 

( ชัช ชลวร - วีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์ - บวร กุลทนันทน์ )

 

 


           
 
 
   

                 
บันทึกการเข้า

พึงชั่งน้ำหนักของพยานหลักฐาน แทนการนับจำนวนพยาน
"....คนเห็นคนเป็นคน  นั่นแหละคน
คนเห็นคนไม่ใช่คน      ใช่คนไม่
เกิดเป็นคนต้องเป็นคน  ทุกคนไป
จนหรือไพร่ก็ไม่พ้น       คนเหมือนกัน..."
22,12, 2011, 19:13:16
เกิดผล
super member
*****

Like ++ 192
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,122


คิดถึงใจเขา ให้เหมือนกับใจเรา สำคัญยิ่งกว่ากฎหมาย


« ตอบ #3 เมื่อ: 22,12, 2011, 19:13:16 »

ขอยกตัวบทกฎหมายประกอบครับ

๑ พรบ.อาวุธปืนฯ มาตรา ๘ ทวิ
    มาตรา ๘ ทวิ ห้ามมิให้ผู้ใดพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว เว้นแต่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์
ไม่ว่ากรณีใด ห้ามมิให้พาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผย หรือพาไปในชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้น เพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด
ความในมาตรานี้ มิให้ใช้บังคับแก่
(๑) เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทหารและตำรวจ ซึ่งอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่
(๒) ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง (๑) (ข) หรือ (ค) ซึ่งอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่เพื่อการป้องกันประเทศหรือรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือรักษาทรัพย์สินอันสำคัญของรัฐ
(๓) ประชาชนผู้ได้รับมอบให้มีและใช้ตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง (๑) (ง) ซึ่งอยู่ในระหว่างการช่วยเหลือราชการและมีเหตุจำเป็นต้องมี และใช้อาวุธปืนในการนั้น
 
๒. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑
มาตรา ๓๗๑  ผู้ใดพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณ โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร หรือพาไปในชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริงหรือการอื่นใด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาทและให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบอาวุธนั้น

บันทึกการเข้า

พึงชั่งน้ำหนักของพยานหลักฐาน แทนการนับจำนวนพยาน
"....คนเห็นคนเป็นคน  นั่นแหละคน
คนเห็นคนไม่ใช่คน      ใช่คนไม่
เกิดเป็นคนต้องเป็นคน  ทุกคนไป
จนหรือไพร่ก็ไม่พ้น       คนเหมือนกัน..."
22,12, 2011, 19:17:24
Ro@d - รักในหลวง
super member
*****

Like ++ 184
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,869


" ๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ ที่มี .๔๐ เป็นเพื่อน "


« ตอบ #4 เมื่อ: 22,12, 2011, 19:17:24 »

องค์ประกอบความผิด ใน ๒ ข้อหานั้น คือตัวอาวุธปืน  ส่วนเครื่องกระสุนปืนไม่ใช่องค์ประกอบความผิดฐานนี้

แค่ ๑.พาอาวุธปืน ๒.ติดตัว ๓.ไปในเมืองฯ ๔.โดยไม่มีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวฯ  ก็ครบองค์ประกอบความผิดแล้วครับ  ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ.

"ศรัทธา"
http://www.youtube.com/watch?v=nkvCQun5ixg&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=gevJthXTXtE&feature=related

เพราะฉันมีเธอ"http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&feature=rela
22,12, 2011, 19:21:45
เกิดผล
super member
*****

Like ++ 192
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,122


คิดถึงใจเขา ให้เหมือนกับใจเรา สำคัญยิ่งกว่ากฎหมาย


« ตอบ #5 เมื่อ: 22,12, 2011, 19:21:45 »

องค์ประกอบความผิด ใน ๒ ข้อหานั้น คือตัวอาวุธปืน  ส่วนเครื่องกระสุนปืนไม่ใช่องค์ประกอบความผิดฐานนี้

แค่ ๑.พาอาวุธปืน ๒.ติดตัว ๓.ไปในเมืองฯ ๔.โดยไม่มีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวฯ  ก็ครบองค์ประกอบความผิดแล้วครับ  ยิ้มยิงฟัน


ยืนยันครับ
บันทึกการเข้า

พึงชั่งน้ำหนักของพยานหลักฐาน แทนการนับจำนวนพยาน
"....คนเห็นคนเป็นคน  นั่นแหละคน
คนเห็นคนไม่ใช่คน      ใช่คนไม่
เกิดเป็นคนต้องเป็นคน  ทุกคนไป
จนหรือไพร่ก็ไม่พ้น       คนเหมือนกัน..."
22,12, 2011, 19:55:18
Ro@d - รักในหลวง
super member
*****

Like ++ 184
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,869


" ๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ ที่มี .๔๐ เป็นเพื่อน "


« ตอบ #6 เมื่อ: 22,12, 2011, 19:55:18 »

ยืนยันครับ

....................  ขอบคุณมาก ครับ.  ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ.

"ศรัทธา"
http://www.youtube.com/watch?v=nkvCQun5ixg&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=gevJthXTXtE&feature=related

เพราะฉันมีเธอ"http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&feature=rela
22,12, 2011, 19:57:44
SHERIFF นายหัวเต้ย
super member
*****

Like ++ 64
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,189



« ตอบ #7 เมื่อ: 22,12, 2011, 19:57:44 »

         ธุจ้า    ยิ้มยิงฟัน 
บันทึกการเข้า

คาวบอยพลัดถิ่น  มาหากินในถิ่นเสือ
22,12, 2011, 21:28:15
phayung
super member
*****

Like ++ 12
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,016


« ตอบ #8 เมื่อ: 22,12, 2011, 21:28:15 »

ขอบคุณท่านเกิดผลมากครับ ผมไม่ได้อ่านฎีกาเต็มเหมือนอย่างท่านว่าจึงไม่เข้าใจ ธุจ้านึกว่าสุจริตชนโดนข้อหาพาแล้วศาลตัดสินว่ามีความผิดครับ ธุจ้า


บันทึกการเข้า
22,12, 2011, 22:40:52
ANTMAN
super member
*****

Like ++ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,353


I like for shoot.


« ตอบ #9 เมื่อ: 22,12, 2011, 22:40:52 »

เคยถามคนรู้จักที่เป็นผู้พิพากษาเรื่องการพาอาวุธปืน ท่านอธิบายว่า หากไม่มีใบอนุญาตพกพาก็ผิด กม.

ส่วนที่ว่าปืนไม่พร้อมใช้เป็นความเห็นของอัยการที่สั่งไม่ฟ้อง... หากคดีขึ้นสู่ศาล จำเลยพาปืนไปในเมือง หมู่บ้าน

หรือทางสาธารณะ ถึงแม้ปืนไม่พร้อมใช้ก็ผิดอยู่ดีหากไม่มีใบอนุญาต... อ้างเหตุจำเป็นก็ต้อง+เร่งด่วน ไม่เร่งด่วนก็อ้างไม่ได้

เหนื่อยนะครับสำหรับคนดีๆที่มีปืนถูกต้อง และพนักงานสอบสวนกับอัยการบางท่านก็ไม่รู้เรื่องนี้กันทุกท่าน..

บางคนโดนสั่งฟ้องเฉยเลย ทั้งๆ ที่แยกลูกแยกแมกซ์ ปืนไม่พร้อมใช้ อยากให้ยกเลิก มาตรา 8 ทวิ เสียเหลือเกิน

เพราะ ใบ ป.12 เอาแค่ในจังหวัดก็ขอจะยากเย็น ทั่วประเทศไม่ต้องพูดถึงครับ กม. บ้านเรามันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย...  เหงื่อตก
บันทึกการเข้า

I like gun because gun is my life.
23,12, 2011, 11:27:26
Ro@d - รักในหลวง
super member
*****

Like ++ 184
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,869


" ๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ ที่มี .๔๐ เป็นเพื่อน "


« ตอบ #10 เมื่อ: 23,12, 2011, 11:27:26 »

เคยถามคนรู้จักที่เป็นผู้พิพากษาเรื่องการพาอาวุธปืน ท่านอธิบายว่า หากไม่มีใบอนุญาตพกพาก็ผิด กม.

ส่วนที่ว่าปืนไม่พร้อมใช้เป็นความเห็นของอัยการที่สั่งไม่ฟ้อง... หากคดีขึ้นสู่ศาล จำเลยพาปืนไปในเมือง หมู่บ้าน

หรือทางสาธารณะ ถึงแม้ปืนไม่พร้อมใช้ก็ผิดอยู่ดีหากไม่มีใบอนุญาต... อ้างเหตุจำเป็นก็ต้อง+เร่งด่วน ไม่เร่งด่วนก็อ้างไม่ได้

เหนื่อยนะครับสำหรับคนดีๆที่มีปืนถูกต้อง และพนักงานสอบสวนกับอัยการบางท่านก็ไม่รู้เรื่องนี้กันทุกท่าน..

บางคนโดนสั่งฟ้องเฉยเลย ทั้งๆ ที่แยกลูกแยกแมกซ์ ปืนไม่พร้อมใช้ อยากให้ยกเลิก มาตรา 8 ทวิ เสียเหลือเกิน

เพราะ ใบ ป.12 เอาแค่ในจังหวัดก็ขอจะยากเย็น ทั่วประเทศไม่ต้องพูดถึงครับ กม. บ้านเรามันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย..เหงื่อตก

ถ้าท่านไม่ใช่นักกฎหมาย ท่านอาจจะไม่เข้าใจ เรื่องทีท่านรับฟังมา และกรุณาอย่าได้ไปก้าวล่วง นักกฎหมาย ที่เป็นมือกฎหมายของรัฐนะครับ

เมื่อไม่ใช่นักกฎหมายเมื่อได้รับฟังเรื่องข้อกฎหมายมานั้น แค่รับไปเป็นแนวทางปฎิบัติก็คงพอ อย่าได้ไปคิดต่อยอดให้ความเห็นอีกเลย

ความเห็นท่านที่เติมเข้ามานั้น ออกทะเล ไปไกล..  ต้องขออภัยด้วย ครับ     ธุจ้า    งง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23,12, 2011, 12:27:20 โดย Ro@d - รักในหลวง » บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ.

"ศรัทธา"
http://www.youtube.com/watch?v=nkvCQun5ixg&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=gevJthXTXtE&feature=related

เพราะฉันมีเธอ"http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&feature=rela
24,12, 2011, 00:02:18
ruang036
สมาชิก
**

Like ++ 11
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 381



« ตอบ #11 เมื่อ: 24,12, 2011, 00:02:18 »

เคยถามคนรู้จักที่เป็นผู้พิพากษาเรื่องการพาอาวุธปืน ท่านอธิบายว่า หากไม่มีใบอนุญาตพกพาก็ผิด กม.

ส่วนที่ว่าปืนไม่พร้อมใช้เป็นความเห็นของอัยการที่สั่งไม่ฟ้อง... หากคดีขึ้นสู่ศาล จำเลยพาปืนไปในเมือง หมู่บ้าน

หรือทางสาธารณะ ถึงแม้ปืนไม่พร้อมใช้ก็ผิดอยู่ดีหากไม่มีใบอนุญาต... อ้างเหตุจำเป็นก็ต้อง+เร่งด่วน ไม่เร่งด่วนก็อ้างไม่ได้

เหนื่อยนะครับสำหรับคนดีๆที่มีปืนถูกต้อง และพนักงานสอบสวนกับอัยการบางท่านก็ไม่รู้เรื่องนี้กันทุกท่าน..

บางคนโดนสั่งฟ้องเฉยเลย ทั้งๆ ที่แยกลูกแยกแมกซ์ ปืนไม่พร้อมใช้ อยากให้ยกเลิก มาตรา 8 ทวิ เสียเหลือเกิน

เพราะ ใบ ป.12 เอาแค่ในจังหวัดก็ขอจะยากเย็น ทั่วประเทศไม่ต้องพูดถึงครับ กม. บ้านเรามันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย...  เหงื่อตก

ผมเข้าใจในความเห็นและความรู้สึกของท่าน...
 แต่อยากแสดงความเห็นเป็นลำดัีบว่า คำว่าอาวุธปืน  นั้นรวมถึง โครงปืน สไลด์ ลำกล้องฯลฯ ก็ถือว่าเป็นอาวุธปืนตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 
........เหตุจำเป็นหรือไม่  เป็นพฤติการณ์ รายละเอียด ข้อเท็จจริง ที่ต้องนำสืบในชั้นศาลเพื่อให้ศาลเชื่อว่ามีผิดหรือบริสุทธิ์
........คนดีที่มีปืนถูกต้อง..มีประมาณ 50 %   แต่คนไม่ดี แต่มีปืนไม่ถูกต้องมีมากกว่า
........ม.8 ทวิ    เป็น พ.ร.บ. ที่มีโทษทางอาญา เป็นกฎหมาย จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข ยกเลิก  ต้องผ่านสภาฯ
........ไม่ว่า ตำรวจ  อัยการ  ศาล  ราชทัณฑ์  แม้กระทั่งทนายความ  มิใช่ผู้ออกกฎหมาย..เป็นแต่เพียงผู้ที่ต้องปฎิบัติตามกฎหมาย..
........กฎหมาย ยุติธรรมหรือไม่ ผมขอไม่ออกความเห็น(อาจเป็นความเชื่อเฉพาะรายบุคคล) ......แต่สำหรับผมเชื่อและ เคารพ ในคำพิพากษาของศาล...
บันทึกการเข้า
24,12, 2011, 07:54:11
Ro@d - รักในหลวง
super member
*****

Like ++ 184
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,869


" ๑ คัน ๑ ชีวิตที่อิสระ ที่มี .๔๐ เป็นเพื่อน "


« ตอบ #12 เมื่อ: 24,12, 2011, 07:54:11 »


ผมเข้าใจในความเห็นและความรู้สึกของท่าน...
 แต่อยากแสดงความเห็นเป็นลำดัีบว่า คำว่าอาวุธปืน  นั้นรวมถึง โครงปืน สไลด์ ลำกล้องฯลฯ ก็ถือว่าเป็นอาวุธปืนตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 
........เหตุจำเป็นหรือไม่  เป็นพฤติการณ์ รายละเอียด ข้อเท็จจริง ที่ต้องนำสืบในชั้นศาลเพื่อให้ศาลเชื่อว่ามีผิดหรือบริสุทธิ์
........คนดีที่มีปืนถูกต้อง..มีประมาณ 50 %   แต่คนไม่ดี แต่มีปืนไม่ถูกต้องมีมากกว่า
........ม.8 ทวิ    เป็น พ.ร.บ. ที่มีโทษทางอาญา เป็นกฎหมาย จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข ยกเลิก  ต้องผ่านสภาฯ
........ไม่ว่า ตำรวจ  อัยการ  ศาล  ราชทัณฑ์  แม้กระทั่งทนายความ  มิใช่ผู้ออกกฎหมาย..เป็นแต่เพียงผู้ที่ต้องปฎิบัติตามกฎหมาย..
........กฎหมาย ยุติธรรมหรือไม่ ผมขอไม่ออกความเห็น(อาจเป็นความเชื่อเฉพาะรายบุคคล) ......แต่สำหรับผมเชื่อและ เคารพ ในคำพิพากษาของศาล...


........  ขอบคุณมาก เห็นด้วยอย่างยิ่ง ครับ.  ยิ้มยิงฟัน ธุจ้า

ในเรื่องข้อกฎหมาย มีข้อกำหนดที่ห้ามการกระทำไว้ชัดเจน และมีสภาพบังคับไว้กับทุกคน เท่าเทียมกัน
ยังคิดเอง เออเอง ตีความเองไม่ได้ครับ..  การให้ความเห็นไปตามความเห็นส่วนตัว โดยไม่รู้กฎหมายนั้น อันตราย ครับ

แม้แต่นักกฎหมาย ยังต้องมีข้อกฎหมาย และคำพิพากษาศาลฎีกา เป็นแนวทางให้ และเมื่อพบการนำเสนอที่ผิดพลาด
เราอาจต้องออกมาทักท้วง เพราะไม่เช่นนั้น จะจดจำกันไปอย่างผิด ๆ ขยายต่อออกไป

และอาจพลาดพลั้ง ไปกระทำผิดเพราะเข้าใจผิด ผลคือ ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ได้รับความเสียหายตามมา
สำหรับคนคอปืน ถ้าได้ใช้อาวุธปืนไปในการกระทำผิด ทางอาญา นั้น..  อาวุุธปืนกระบอกนั้น ศาลจักต้องริบทุกคดี  น้ำตาไหลพราก
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษ เรียบง่าย ย่อมมีความสุขเสมอ.

"ศรัทธา"
http://www.youtube.com/watch?v=nkvCQun5ixg&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=gevJthXTXtE&feature=related

เพราะฉันมีเธอ"http://www.youtube.com/watch?v=s4I8Lsv37Fo&feature=rela
24,12, 2011, 09:22:25
t-lek
super member
*****

Like ++ 110
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,144

ทนายเมียวางอันดับ1


« ตอบ #13 เมื่อ: 24,12, 2011, 09:22:25 »

   โดยเจตนารมณ์ของกฎหมาย  บทบัญญัติแต่ละมาตราล้วนออกมาเพื่อป้องกันสุจริตชน  ดังนั้นถ้าเราสุจริตใจมีเหตุผลผมเชื่อว่าเมื่อคดีขึ้นสู่ศาล  ก็จะได้รับความเป็นธรรมจากศาลครับ แว่นดำ
บันทึกการเข้า

เลขที่บ/ช 316-1-22222-2  ทะเบียนรถยนต์ กข-222  ลูก 2
24,12, 2011, 12:55:04
purit
สมาชิก
**

Like ++ -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 169



« ตอบ #14 เมื่อ: 24,12, 2011, 12:55:04 »


........  ขอบคุณมาก เห็นด้วยอย่างยิ่ง ครับ.  ยิ้มยิงฟัน ธุจ้า

ในเรื่องข้อกฎหมาย มีข้อกำหนดที่ห้ามการกระทำไว้ชัดเจน และมีสภาพบังคับไว้กับทุกคน เท่าเทียมกัน
ยังคิดเอง เออเอง ตีความเองไม่ได้ครับ..  การให้ความเห็นไปตามความเห็นส่วนตัว โดยไม่รู้กฎหมายนั้น อันตราย ครับ

แม้แต่นักกฎหมาย ยังต้องมีข้อกฎหมาย และคำพิพากษาศาลฎีกา เป็นแนวทางให้ และเมื่อพบการนำเสนอที่ผิดพลาด
เราอาจต้องออกมาทักท้วง เพราะไม่เช่นนั้น จะจดจำกันไปอย่างผิด ๆ ขยายต่อออกไป


และอาจพลาดพลั้ง ไปกระทำผิดเพราะเข้าใจผิด ผลคือ ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ได้รับความเสียหายตามมา
สำหรับคนคอปืน ถ้าได้ใช้อาวุธปืนไปในการกระทำผิด ทางอาญา นั้น..  อาวุุธปืนกระบอกนั้น ศาลจักต้องริบทุกคดี  น้ำตาไหลพราก

เห็นด้วยกับแนวคิดของท่านนี้ครับ
เข้าใจถึงความจำเป็นต้องออกมาทักท้วงหรือแสดงความเห็นต่าง เพื่อป้องกันการนำเสนอที่ผิดพลาด ที่อาจสร้างความเสียหายและขยายต่อไป
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: