GUN IN THAILAND
19,09, 2014, 14:48:14 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Google

หน้านี้ ยุติการ Post แล้วครับ !!
 เวปบอร์ด gun.in.th ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่


   http://2013.gun.in.th
หน้า: [1] 2 3 ... 22   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ▄ ▌█ ++++ ปืน U.S. ARMY ครบรอบ 100 ปี ++++ █ ▌▄  (อ่าน 77353 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
23,11, 2010, 12:01:42
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« เมื่อ: 23,11, 2010, 12:01:42 »


ขอขอบคุณ ท่านอาจารย์ปู่ GHD / พี่ชาญ บ้านสั้น / พี่ yah [-ิ_•ิ] yim™ /
พี่ เอก อุบลฯ พี่ เสือดวง คาบดาบ /ท่านกงไกรลาศ[เดวา นมสด] /
พี่ ThE-Bo$$-{YaLa}    พี่ mor(มือปืนคนยาก)  /   น้าตั้มครับผม

และอีกหลายๆท่าน ที่ไม่ประสงค์ให้เอ่ยนาม พยายามเก็บรวบรวมข้อมูล
ปืนที่เป็นทั้งตำนาน ที่ผ่านสมรภูมิรบ ในสงครามพื้นที่ต่างๆกัน ผ่านมาหลายปีแล้ว
ทำไมปืนเหล่านี้ถึงยังคงสภาพดี  บางกระบอกยังดูดีเหมือนปืนใหม่ ก็ว่ากันไปครับ.

สำหรับคอยูเอส หลายๆท่าน ใครมีข้อมูลก็อย่าเก็บไว้เฉยๆ นำมาโพสต์ไว้ในนี้
จะเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับท่านที่สนใจครับ หวังว่ากระทู้นี้จะพอเป็นประโยชน์
กับเพื่อนสมาชิก และผู้สนใจ ไม่มากก็น้อยครับ. มีส่วนไหนผิดพลาด หรือว่าข้อมูล
ขาดตกบกพร่องไป กรุณาทักท้วงได้เลยน๊ะครับ ผมจะได้รีบแก้ไขครับ ขอบคุณมากครับ




สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง  World War I หรือ First World War

เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2457 (ค.ศ. 1914) ถึง พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) ระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร
และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน

สาเหตุของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองของทวีปยุโรป โดยเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของ
ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของยุโรป การสิ้นสุดของจักรวรรดิออตโตมัน เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของการปฏิวัติรัสเซีย
การพ่ายแพ้ของประเทศเยอรมนีในสงครามครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดลัทธิชาตินิยมขึ้นในประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นของ
สงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อ พ.ศ. 2482 (ค.ศ. 1939)   
 

สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เป็นสงครามความขัดแย้งบนฐานการล่าอาณานิคม ระหว่างมหาอำนาจยุโรปสองค่าย คือ
ฝ่ายไตรพันธมิตร (Triple Alliance) ซึ่งประกอบไปด้วยเยอรมนี  และอิตาลี กับฝ่าย (Triple Entente) ประกอบไปด้วย
บริเตนใหญ่ ฝรั่งเศสและรัสเซีย เกิดขึ้นในช่วง ค.ศ. 1914 – 1918


ในสมัยบิสมาร์คเป็นผู้นำในการสร้างจักรวรรดินิยมเยอรมัน เมื่อบิสมาร์ครบชนะฝรั่งเศส และประกาศจักรวรรดิเยอรมันแล้ว
จึงดำเนินการตั้ง The Three Emperor's League ซึ่งแสดงความเป็นสัมพันธมิตรระหว่าง เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี และรัสเซีย
ด้วยเจตนาสำคัญประการแรกคือ ป้องกันการแก้แค้นของฝรั่งเศส ต่อมาภายหลังเมื่อออสเตรีย-ฮังการี และรัสเซีย
ขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์กัน จนมิอาจเป็นพันธมิตรต่อกันได้ บิสมาร์คจึงชักชวนอิตาลีเข้าแทนที่รัสเซีย จึงเกิด Triple Alliance ขึ้น


ครั้งบิสมาร์คหมดอำนาจลง จักรพรรดิเยอรมัน (Kaiser Wilhelm II) ทรงเลิกนโยบายเป็นพันธมิตรกับรัสเซีย
และสร้างความไม่พอใจให้อังกฤษด้วยการเริ่มโครงการขยายกองทัพเรือและขยายอิทธิพลดินแดนตะวันออก ฝรั่งเศสจึงได้โอกาส
เสริมสร้างสัมพันธไมตรีกับรัสเซียและเข้าใจอันดีกับอังกฤษ และในที่สุดเมื่อทั้งสามมหาอำนาจตกลงในความขัดแย้งเรื่องอาณานิคม
ที่เคยมีต่อกันได้แล้ว จึงจัดตั้ง Triple Entente ในปี ค.ศ. 1907


จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 เมื่อ อาร์คดยุคฟรานซิส เฟอร์ดินัลด์ (Archduke Francis Ferdinand)
มกุฎราชกุมารแห่งออสเตรีย-ฮังการีและพระชายาถูกลอบปลงพระชนม์ที่เมืองซาราเจโวในแคว้นบอสเนีย โดยนักศึกษาชาตินิยม
ชาวเซอร์เบีย ชื่อ กาวริลโล ปรินซิป (Gavrilo Princip)รัฐบาลออสเตรีย-ฮังการีจึงตัดสินใจจะทำลายล้างเซอร์เบียให้ราบคาบ
และเมื่อได้รับแรงสนับสนุนจากเยอรมนี จึงยื่นข้อเรียกร้องที่เซอร์เบียไม่อาจยอมรับได้ ออสเตรีย-ฮังการีจึงประกาศสงครามกับเซอร์เบีย
รัสเซียได้เข้าสนับสนุนเซอร์เบียและระดมพลเตรียมต่อสู้ เยอรมนีจึงได้เรียกร้องมิให้รัสเซียและฝรั่งเศสเข้ามาแทรกแซง
ครั้นสองมหาอำนาจไม่ปฏิบัติตาม เยอรมนีจึงประกาศสงครามกับรัสเซียในวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1914 และฝรั่งเศส
ในวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 1914 ตามลำดับ


หลังจากเยอรมนีประกาศสงครามกับรัสเซียและฝรั่งเศสแล้ว ได้เคลื่อนกำลังพลเข้าละเมิดความเป็นกลางของประเทศเบลเยียม
เพื่อขอเป็นทางผ่านในการบุกฝรั่งเศส อังกฤษซึ่งเป็นมหาอำนาจของโลกจึงประกาศสงครามกับเยอรมนีในวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ.1914
มหาอำนาจในยุโรปจึงเข้าสู่สงคราม ยกเว้นอิตาลีที่เข้าร่วมในปี ค.ศ. 1915


ฝ่ายเยอรมนี ออสเตรีย-อังการี อิตาลีได้ตุรกีและบัลแกเรียเป็นพันธมิตร ตุรกีเข้าโจมตีจักรวรรดิเปอร์เซีย บัลแกเรียเข้าผนวกกับ
โรมาเนีย แอลเบเนีย และโจมตีกรีซ ซึ่งต่อมาถูกเรียกโดยรวมว่าฝ่ายมหาอำนาจกลาง (Central Powers) ส่วนอังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย
ซึ่งต่อมารู้จักกันในนามฝ่ายพันธ-มิตร (the Allies)ได้ประเทศต่าง ๆ อีกหลายประเทศเข้าร่วม รวมทั้งประเทศในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น
แต่ในปี ค.ศ. 1917 รัสเซียได้ถอนตัวออกจากสงครามครั้งนี้ เนื่องจากเลนินผู้นำกลุ่มบอลเชวิคส์ทำการปฏิวัติทางการเมืองขึ้นในรัสเซีย
และสหรัฐอเมริกาก็ได้เข้ามาแทนที่รัสเซีย หลังจากเยอรมนีประกาศจะใช้เรือดำน้ำทำลายเรือข้าศึกและเรือสินค้าของทุกชาติโดยไม่มีขอบเขต
สำหรับประเทศไทยได้เข้าร่วมกับฝ่ายพันธมิตรเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1917 โดยส่งทหารอาสาสมัครเข้าร่วมรบในสมรภูมิยุโรปจำนวน 1200 คน



ในช่วงแรกของสงคราม มหาอำนาจกลางเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่หลังจากที่อเมริกาเข้าร่วมกับฝ่ายพันธมิตร พร้อมกับส่งอาวุธยุทโธปกรณ์
และกำลังพลเกือบ 5 ล้านคน ทำให้พันธมิตรกลับมาได้เปรียบและสามารถเอาชนะฝ่ายมหาอำนาจกลางได้อย่างเด็ดขาด ในที่สุด
เมื่อฝ่ายมหาอำนาจกลางยอมแพ้และเซ็นต์สัญญาสงบศึกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 สงครามโลกครั้งที่ 1
ซึ่งกินระยะเวลายาวนาน 4 ปี 5 เดือนจึงยุติลงอย่างเป็นรูปธรรม









 

 




เช็คหมายเลขประจำปืน M 1911  และ  M 1911 A1 ที่นี่
http://www.gun.in.th/gun1911sn.htm   







บริษัทที่ผลิตปืนให้กับกองทัพสหรัฐอเมริกา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 มีอยู่ 4 บริษัท ดังนี้ครับ
โคลท์ / นอร์ท อเมริกัน อาร์ม /  สปริงฟิลด์ อามอรี่ /  เรมิงตัน ยูเอ็มซี   จะผลิตเป็นแบบ M 1911 ทั้งหมดครับ



โคลท์

 

 





 







นอร์ท อเมริกัน อาร์ม








สปริงฟิลด์ อามอรี่

 







 





 






เรมิงตัน ยูเอ็มซี

 





 

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20,01, 2011, 11:00:27 โดย ผู้ใหญ่จอห์น™ GUNIN9 » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:02:42
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #1 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:02:42 »

COLT 1911A1 WW II 1943 .45 Auto US Army 45    Current Bid   $2,125.00
















































































« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27,11, 2010, 23:13:02 โดย ผู้ใหญ่จอห์น GUNIN9™ » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:04:01
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #2 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:04:01 »

 ปรบมือ ธุจ้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04,12, 2010, 23:10:03 โดย ผู้ใหญ่จอห์น GUNIN9™ » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:04:54
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #3 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:04:54 »

กำลังลงข้อมูลครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23,11, 2010, 12:46:46 โดย ผู้ใหญ่จอห์น GUNIN9™ » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:05:35
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #4 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:05:35 »

สงครามโลกครั้งที่สอง

สงครามโลกครั้งที่สอง (World War 2) เป็นความขัดแย้งในวงกว้าง ครอบคลุมทุกทวีปและประเทศส่วนใหญ่ในโลก
เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2482 (ค.ศ. 1939) และดำเนินไปจนกระทั่งสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945)
ได้ชื่อว่าเป็นสงครามที่มีขนาดใหญ่และทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์โลก

ต้นเหตุที่แท้จริงของสงครามครั้งนี้ ยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสนธิสัญญาแวร์ซายส์
ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ความเป็นชาตินิยม การแย่งชิงอำนาจและต้องการแบ่งปันโลกใหม่ของประเทศที่เจริญตามมาทีหลัง
และ แสนยนิยม เช่นเดียวกับวันเริ่มต้นสงคราม ที่อาจเป็นไปได้ทั้งวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2482 (ค.ศ. 1939) ที่เยอรมันรุกรานโปแลนด์,
วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2480 (ค.ศ. 1937) ที่ญี่ปุ่นรุกรานจีน (วันเริ่มต้นสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 2) หรือปี พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931)
ที่ญี่ปุ่นรุกรานแมนจูเรีย บางคนกล่าวว่าสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสงครามโลกครั้งนี้เป็นข้อพิพาทเดียว กัน แต่แยกกันด้วย “การหยุดยิง”


การต่อสู้มีขึ้นตั้งแต่มหาสมุทรแอตแลนติก ยุโรปตะวันตกและตะวันออก ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แอฟริกา ตะวันออกกลาง
มหาสมุทรแปซิฟิก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีน สงครามในยุโรปสิ้นสุดเมื่อเยอรมนียอมจำนนในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) แต่ในเอเชียยังดำเนินต่อไปจนกระทั่งญี่ปุ่นยอมจำนนในวันที่ 15 สิงหาคม ปีเดียวกัน คาดว่ามีผู้เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้ราว 57 ล้านคน




ประเทศที่มีส่วนร่วมในสงครามครั้งนี้

ในสงครามครั้งนี้ เป็นการสู้รบกันระหว่างสองฝ่ายคือ ฝ่ายอักษะ และ ฝ่ายพันธมิตร โดยประเทศเล็กๆ ส่วนใหญ่แล้วประเทศจะเข้าร่วม
ฝ่ายตาม ประเทศเพื่อนบ้านที่แข็งแกร่งเป็นส่วนใหญ่

ฝ่ายอักษะประกอบไป ด้วยแกนนำหลัก คือ เยอรมนี อิตาลี และ ญี่ปุ่น ในนามของกลุ่มอักษะโรม-เบอร์ลิน-โตเกียว
ที่มีการแถลงวัตถุประสงค์หลักในตอนต้นว่าเพื่อต่อต้านขบวนการคอมมิวนิสต์ สากล


ฝ่ายพันธมิตรประกอบไปด้วยแกนนำหลัก คือ สหราชอาณาจักร, สหภาพโซเวียต และ สหรัฐอเมริกา โดยมีประเทศที่เข้าร่วม
ฝ่ายสัมพันธมิตรที่สำคัญอีก 2 ประเทศคือ จีน และ ฝรั่งเศส ซึ่งประเทศทั้ง 5 นี้ได้เข้าเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ



สาเหตุสำคัญเป็นผลมาจากประเทศเยอรมนีไม่พอใจสนธิสัญญาแวร์ซายส์ ซี่งเป็นสนธิสัญญาที่เยอรมนีต้องลงนาม
เมื่อแพ้สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง คือต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมาก ถูกลดกำลังทหาร อาวุธ ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ
เสียดินแดน ชนวนเกิดขึ้นเมื่อเยอรมนีหาเรื่องโปแลนด์ในประเด็นเรื่องการไม่เคารพสิทธิ ของคนเชื้อสายเยอรมันในโปแลนด์


นอกจากนี้เมื่อทางเยอรมนีขอตัดถนนข้ามจากเยอรมนีฝั่งตะวันตกเข้าไปยังปรัส เซีย (ซึ่งปัจจุบันคือดินแดนฝั่งตะวันออกของเยอรมนี) โดยผ่านฉนวนโปแลนด์ซึ่งในขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษและฝรั่งเศส แต่อังกฤษและฝรั่งเศสไม่อนุญาต
เยอรมนีจึงยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงและบุกเข้าโปแลนด์ทันที ซึ่งอังกฤษและฝรั่งเศสได้สัญญาไว้ว่าจะช่วยเหลือทางทหาร
จึงสั่งให้เยอรมนีถอนกำลังออกภายใน 14 ชั่วโมง แต่เยอรมนีปฏิเสธไม่ถอนกำลัง จึงได้ประกาศสงคราม โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่ายคือ
ฝ่ายอักษะ เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น ฝ่ายสัมพันธมิตร อังกฤษ ฝรั่งเศส ต่อมาจึงมี จีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต






 

 

 

 

ฝ่ายชนะคือฝ่าย สัมพันธมิตร ทำให้ประเทศมหาอำนาจในยุโรปหมดกำลังลง จึงเกิดมหาอำนาจใหม่คือสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต จนนำไปสู่สภาพสงครามเย็นในเกือบจะทันทีที่สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง



]ภาพเรียงตามเข็มนาฬิกาจากบนสุด : กองทัพเครือจักรภพในยุทธการเอล อาลาเมน ;
พลเรือนชาวจีนถูกฝังทั้งเป็นโดยทหารญี่ปุ่น ; กองทัพโซเวียตในแนวรบด้านตะวันออก ;
เครื่องบินรบญี่ปุ่นเตรียมบินขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน ; กองทัพโซเวียตสู้รบในกรุงเบอร์ลิน ;
เรือดำนำเยอรมันถูกระดมยิงอย่างหนัก






สมรภูมิรบ

สมรภูมิรบในสงครามโลกครั้งที่2 นั้นเกิดขึ้นหลายแห่งในโลก โดยตามแผนเดิมของฝ่ายอักษะนั้น
ต้องการที่จะบุกมาบรรจบกันที่อิหร่าน ซึ่งสามารถจำแนกสมรภูมิเป็นกลุ่มใหญ่ได้ 2 กลุ่ม คือ.

 

สมรภูมิทางตะวันตก

สมรภูมิทางตะวันตก ซึ่งมีเยอรมนีเป็นฝ่ายรับผิดชอบ โดยยังสามารถแยกย่อยให้เป็นกลุ่มย่อยได้อีกคือ

สมรภูมิในทวีปยุโรปตะวันตก ได้แก่ ในฝรั่งเศส ออสเตรีย-ฮังการี นาซีเข้าถล่มออสเตรียและผนวกเข้ากับเยอรมนี
ล้มล้างระบอบกษัตริย์ในออสเตรียลงและนำกองทัพเข้าโจมตีฮ้งการี ฮังการีเกรงกลัวจึงประกาศยอมแพ้แก่นาซี
การบุกโจมตีประเทศต่ำ(เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบอร์ก)ทำให้สมเด็จพระราชินีนาถวิลเฮลมีนาแห่งเนเธอร์แลนด์เสด็จ
ลี้ภัยไปยังอังกฤษ และมอบราชสมบัติให้แก่เจ้าหญิงจูเลียนาเมื่อครองเนเธอร์ แลนด์ได้ภายใน 4 วัน เบลเยี่ยมและลักเซมเบอร์ก

จึงป้องกันประเทศอย่างแน่นหนาด้วยพรมแดนธรรมชาติแต่นาซีได้เข้าทำลายและทำ การผนวก จากนั้นนาซีสามารถ
เข้าผนวกฝรั่งเศสได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเข้าถล่มเมืองเกอเออนีคาแห่งสเปนที่เป็นกลางด้วยระเบิดรวมถึง โปรตุเกสด้วย
และในสแกนดิเนเวียโดยการบุกโจมตีเดนมาร์กและนอร์เวย์ และบีบบังคับให้สวีเดนที่เป็นกลางมอบทรัพยากรทางธรรมชาติให้เยอรมนี


ส่วนฟินแลนด์เข้าร่วมกับนาซีเพื่อเข้าโจมตีดินแดนที่เสียให้กับสหภาพโซเวียต ซึ่งเยอรมนีประสบความสำเร็จในการยึดครอง
และการยุทธแห่งเกาะบริเตนที่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของฮิตเลอร์ที่หันไปให้ความสำคัญกับยุโรป
ตะวันออกและรัสเซีย ซึ่งเป็นแนวรบที่เยอรมนีได้ทำการโจมตีหลังจากได้เข้ายึดครองประเทศโปแลนด์ แล้ว และได้กลายเป็น
สมรภูมิสำคัญของสงครามอีกครั้งหลังจากการยกพลขึ้นบกที่ นอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส และการยกพลขึ้นบกที่อิตาลีของกองทัพ
ฝ่ายสัมพันธมิตรตามปฏิบัติการแอนซิโอ

สมรภูมิในทวีปยุโรปตะวันออก ได้แก่ ในโปแลนด์ กรีซ (บางส่วน) ยูโกสลาเวีย โรมาเนีย และสหภาพโซเวียต โรมาเนียนั้นเข้าร่วมกับนาซี
และเข้าผนวกบัลแกเรียโดยนายพลเซาเซสคูแห่งโรมา เนีย ซึ่งถ้าไม่นับรวมโปแลนด์แล้ว ประเทศเหล่านี้ต้องเผชิญการรุกรานจากเยอรมนี

หลังจากสมรภูมิในทวีปยุโรปตะวันตก ซึ่งเยอรมนีได้บุกเข้าไปจนกินเนื้อที่จำนวนมาก แต่ทว่าก็ไม่อาจเอาชนะ
ฝ่ายสัมพันธมิตรในสมรภูมินี้อย่างถาวร เนื่องจากแนวรบที่กว้างขวางตั้งแต่ทะเลบอลติก (เลนินกราด หรือ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก)
จนถึงลุ่มแม่น้ำโวลก้า (สตาลินกราด) และแหลมไครเมีย
สภาพอากาศที่โหดร้าย และการตอบโต้อย่างหนักจากสหภาพโซเวียต จนทำให้โดนฝ่ายสหภาพโซเวียตตีโต้กลับไปจนถึงกรุงเบอร์ลินในที่สุด ส่วนอิตาลีได้ทำการผนวกแอลเบเนียแต่ไม่สามารถผนวกกรีซได้


สมรภูมิริมขอบของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ได้แก่ ในไซปรัส กรีซ (บางส่วน) ลิเบีย และอียิปต์ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้เคยอยู่ในอิทธิพลของอังกฤษมาก่อน
แต่ว่าอิตาลีและเยอรมนีต้องการ จึงได้เกิดสมรภูมิทะเลทรายอันลือลั่นขึ้น ในตอนแรกนั้น ฝ่ายอิตาลีไม่สามารถเอาชนะอังกฤษได้
แต่ว่าต่อมาฮิตเลอร์ได้ส่งจอมทัพเออร์วิน รอมเมลอันโด่งดังและกองกำลัง Afrika Korp เข้ามาทำให้สถานการณ์ของฝ่ายอักษะกลายเป็นฝ่ายรุก

แต่ในที่สุด เนื่องด้วยฝ่ายอักษะไม่สามารถส่งกำลังบำรุงและทหารมาประจำการในสมรภูมิทะเล เมดิเตอร์เรเนียนได้มาก เนื่องจากติดพันอยู่กับ
สมรภูมิในทวีปยุโรปตะวันออก และฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการฐานสนับสนุนการยกพลขึ้นบกที่อิตาลีตามข้อเสนอของ นายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิลล์
ด้วยความสนับสนุนของสหรัฐอเมริกา จึงได้เกิดปฏิบัติการทอร์ชขึ้น และสามารถขับไล่ฝ่ายอักษะออกจากแอฟริกาเหนือได้



สมรภูมิทางตะวันออก
สมรภูมิทางตะวันออก ซึ่งรับผิดชอบโดยญี่ปุ่นเป็นด้านหลัก โดยมีชื่อเรียกยังสามารถแยกเป็นกลุ่มย่อยได้อีกคือ

สมรภูมิในจีน ซึ่งกองทัพบกญี่ปุ่นได้ดำเนินการมานานก่อนที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่2อย่าง เป็นทางการ โดยได้ทำการ
ยึดครองเมืองและบริเวณชายฝั่งของจีนเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงการจัดตั้งประเทศแมนจูกัวซึ่งมีจักรพรรดิปูยีเป็นประมุข
และได้ทำการยึดครองกรุงหนานจิง(นานกิง)ที่เป็นเมืองหลวงของจีน(ของรัฐบาลก๊ก มินตั่งในยุคนั้น)


และได้ทำการสังหารหมู่ชาวจีนทีโด่งดังขึ้น ซึ่งรุนแรงมากจนกระทั่งทำให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสในเมืองนานกิงยังรับไม่ได้
ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับแนวร่วมต่อต้านญี่ปุ่นซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างพรรค คอมมิวนิสต์จีนซึ่งมีเหมาเจ๋อตงเป็นผู้นำ
และพรรคก๊กมินตั๋น(ประชาธิปไตย)ที่ มีเจียงไคเช็กเป็นผู้นำ หลังจากเกิดกรณีซีอันขึ้น ทั้งที่ 2 พรรคนี้เคยเป็นศัตรูกันมาก่อน
โดยพรรคคอมมิวนิสต์ได้ทำการสู้รบและดำเนินการ “สงครามกองโจร” ที่กลายเป็นแบบอย่างของสงครามกองโจรยุคใหม่ขึ้น


โดยมีฐานที่มั่นหลักอยู่ที่ เยนอาน ตามเขตตอนเหนือและแมนจูเรียส่วนพรรคก๊กมินตั๋นได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่ฉ่ง ชิ่ง(จุงกิง)
และได้รับการสนับสนุนจากสัมพันธมิตรที่อยู่ในอินเดีย แต่ว่ามีการถกเถียงกันระหว่างบทบาทของพรรคก๊กมินตั๋นและพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ในเรื่องบทบาทความสำเร็จและความเอาการเอางานในการต่อต้านญี่ปุ่นของอีกฝ่าย หนึ่ง แต่ที่แน่ชัดคือ
นายพลสติเวลล์ ผู้บัญชาการทหารของสหรัฐอเมริกาที่เข้าไปดูแลกองทัพของพรรคก๊กมินตั๋นรู้สึก
โกรธมากที่ภายในพรคก๊กมินตั๋นไม่มีประสิทธิภาพ
และมุ่งการปราบคอมมิวนิสต์มากกว่าการรบกับญี่ปุ่น ในขณะที่เอดการ์ สโนว์ได้แสดงความชื่นชมบทบาทของเหมาเจ๋อตงอย่างมาก
ในการต่อต้านญี่ปุ่น และทางกองทัพสหรัฐอเมริกาได้ส่งคณะปฏิบัติการดิกซีเข้าไปร่วมทำงานกับเหมา เจ๋อตุง

แต่นักหนังสือพิมพ์จากสหภาพโซเวียตที่ได้เข้าไปทำข่าวในห้วงเวลาเดียวกัน กลับวิจารณ์ เหมาเจ๋อตงว่าไม่เคร่งครัด
ในลัทธิคอมมิวนิสต์และหย่อนยานในการสู้รบ ทำให้ไม่สามารถเอาชนะญี่ปุ่นได้ การรบชนะจีนซึ่งเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่า
ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียนั้น ยิ่งทำให้ชาติญี่ปุ่นมีความเชื่อมั่นในการทหารของตนเอง ทำการรุกรานประเทศอื่นๆอย่างไม่เกรงกลัว และยังประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาโดยการส่งเครื่องบินไประเบิดเรืออริโซน่า ที่อ่าวเพิร์ล
เป็นชนวนจุดระเบิดสงครามโลกครั้งที่สองในภูมิภาคเอเชีย
 

สมรภูมิในแปซิฟิคและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถ้าไม่นับรวมการเข้ายึดครองอินโดจีนของฝรั่งเศส ที่ถูกบังคับให้เข้าร่วม
กับฝ่ายอักษะภายใต้รัฐบาลวิชีแล้ว สมรภูมิด้านนี้ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อญี่ปุ่นโจมตีฐานทัพเรือหลักของกองทัพ เรือสหรัฐอเมริกาที่อ่าวเพิร์ลฮาเบอร์ และการบุกยึดประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทยในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1941 ซึ่งกองทัพญี่ปุ่นได้บุกไปถึงพม่า
นิวกินี และเกาะกัวดาคาแนล ซึ่งปรากฏว่าหลังจากสมรภูมิที่มิดเวย์ การรบทางทะเลแถวหมู่เกาะโซโลมอนและทะเลปะการัง

และการรบที่กัวดาคาแนลแล้ว ปรากฏว่ากองทัพเรือญี่ปุ่นต้องสูญเสียอย่างหนัก ส่วนกองทัพบกก็ไม่สามารถหากำลังพล
และยุทโธปกรณ์ได้เพียงพอเพื่อปกป้องดินแดน ที่ยึดได้ใหม่ ในที่สุดจึงถูกกองกำลังพันธมิตรที่มีสหรัฐอเมริกา อังกฤษ
และออสเตรเลียตีโต้กลับไปจนนำไปสู่ความพ่ายแพ้ในที่สุด


โปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลไทยในสงครามโลกครั้งที่ 2 เผยแพร่โดยกรมโฆษณาการ





บริษัทที่ผลิตปืนให้กับกองทัพสหรัฐอเมริกา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่  มีอยู่ 5 บริษัท ดังนี้ครับ
โคลท์ / อิธาก้า /  เรมิงตัน แรนด์  /  ยูเนี่ยนสวิส แอนด์ ซิกแนล /  ซิงเกอร์  จะผลิตเป็นแบบ M 1911A1











โคลท์






อิธาก้า






เรมิงตัน แรนด์






ยูเนี่ยนสวิส แอนด์ ซิกแนล






ซิงเกอร์




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23,11, 2010, 12:39:48 โดย ผู้ใหญ่จอห์น GUNIN9™ » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:06:20
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #5 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:06:20 »

G.H.D เป็นตัวย่อชื่อผู้ตรวจสอบคุณภาพอาวุธปืนฯ ของกรมช่างแสง กองทัพบกอเมริกัน, พลจัตวา กาย เอช. เดวรี่
( Brig. General Guy H. Drewry ) ประจำโรงงานสรรพวุธ เขตสปริงฟิลด์ ปั้มมาร์คใว้บริเวณหลังโกร่งไกด้านซ้าย ใต้คันค้างสใลด์.
ผู้ตรวจสอบ สังกัดกองทัพบก,17 มิถุนายน 1942-กรกฏาคม 1945, ตรวจสอบปืน 1911A1 เลขปืน 845000-2360600 (ประมาณ)
( ในจำนวนนั้น มีมาร์คของ W.B. รวมอยู่ด้วย, เลขปืน 860003 - 860500 / WB=Waldemar Broberg )

G.H.D. - Inspected by Ordnance Inspector Brig. General Guy H. Drewry, Springfield Ordnance District,
Army Inspector of Ordnance June 17, 1942 - July 15, 1945,
1911A1 Pistols serial numbers 845000 - 2360600 (approx.) (860003 - 860500 marked W.B.)




มาร์ครูปกระบอกปืนใหญ่ใขว้ในช่อฯ มีชื่อเต็มของกรมช่างแสงยูเอสเอ Ordnance Department .U.S.A. ปั้มให้กับปืนที่ผ่านพิสูจน์, ตรวจสอบ
ที่ปั้มใว้เมื่อทำการตรวจสอบคุณภาพปืนทั้งตัวเป็นขั้นตอนสุดท้าย ปั้มใว้บริเวณเหนือประกับด้านขวา ปั้มมาร์คนี้มีใช้เฉพาะช่วงปี 1942-1945.

( มาร์คชนิดนี้ไม่มีปั้มใว้บนโครงปืน 1911A1 ยูเนี่ยนสวิส แอนด์ซิกแนล ( US&S ) เพียงบริษัทเดียว, บริษัทผู้ผลิตอื่นนอกนั้น มีปั้มใว้หมด )




มาร์ครูปอักษร P มีอยู่ด้วยกัน 2 ขนาดอักษร,ขนาดใหญ่เป็นปั้มมาร์คของปืน 1911 US&S , ส่วนขนาดเล็กกว่า เป็นของทุกบริษัทฯ 1911A1
มาร์คนี้ย่อมาจาก Proof ( พิสูจน์,ตรวจพิสูจน์แล้ว ) มีปั้มใว้ที่ 1. หลังสใลด์ 2. โครงปืนด้านซ้ายใต้ปุ่มปลดแม็กฯ 3. ขาลำกล้องปืนด้านซ้าย.
( อักษร P ขนาดใหญ่เฉพาะของ ยูเนี่ยนสวิส แอนด์ซิกแนล ( US&S ) ใช้แทนเครื่องหมายผ่านการพิสูจน์,ตรวจสอบ = กระบอกปืนใหญ่ใขว้)




มาร์ครูปสามเหลี่ยมหัวกลับ ข้างในมีอักษร VP พิงกัน, ปั้มมาร์คใว้ที่บริเวณโกร่งไก, หมายถึงเป็นปืนที่บริษัทโคลท์เป็นผู้พิสูจน์, ตรวจสอบ.






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24,11, 2010, 09:48:44 โดย ผู้ใหญ่จอห์น GUNIN9™ » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:07:24
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #6 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:07:24 »


         



แม็กฯ 1911 WW I , WW II สีรมดำดำส่วนล่างคือ สีรมดำเดิมที่เหลือจากขบวนการชุบแข็งของแม็กฯ
ขบวนการชุบแข็ง เป็นการจุ่มส่วนบนของแม็กฯ ลงไปในสารไซยาไนค์ ที่มีอุณหภูมิร้อนที่ 1,600 องศา
จุ่มลงไปลึกกว่ารูล็อคแม็กฯ เล็กน้อย เลยรูล็อคแม็กฯ ไปทางส่วนล่าง เพื่อความคงทน แข็งแรงของแม็กฯ.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24,11, 2010, 09:50:02 โดย ผู้ใหญ่จอห์น GUNIN9™ » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:08:11
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #7 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:08:11 »

'CSR' are the US Army Ordnance Inspector, officer in charge, initials stamped on the LH side of the frame.
In this case Maj. Charles S. Reed was responsible for M1911A1 production from serial numbers 718360 - 722610.



The first specimens of the Norwegian M/1914 pistol numbered from 501 on.
Initially finished in blue, the M/1914 pistol was equipped with hardwood grips checkered
in the large diamond pattern found on the original Colt Model of 1911.
How many pistols used grips made of walnut is not known, but at some point,
the hardwood used was light in color, and the grips were blackened using a paint-like stain.
There was no lanyard loop on the M/1914 pistol.






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24,11, 2010, 09:52:13 โดย ผู้ใหญ่จอห์น GUNIN9™ » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:08:57
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #8 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:08:57 »

ตัวนี้ม้าทรนงรูปร่างเพรียวสมส่วน



ตัวนี้ม้า การ์ตูน....



นี่ก็ม้าการ์ตูนครับ



ม้าหาย (แอบมาอยู่ด้านท้ายนี่เอง..)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24,11, 2010, 09:53:53 โดย ผู้ใหญ่จอห์น GUNIN9™ » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:09:34
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #9 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:09:34 »




 


 


 


 


 


 


 


 


 





 


 


 





 


 


 


 


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06,12, 2010, 10:39:26 โดย ผู้ใหญ่จอห์น GUNIN9™ » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:10:42
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #10 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:10:42 »

ภาพมาร์คลำกล้อง  ยูเอส อาร์มี่ ทุกรุ่น ทุกแบบ ครับ
ลองสังเกตุ มาร์คแต่ละยุค น๊ะครับ.





 


 


 


 


 


 


 


 


 



Barrels:
All variations and serial number ranges of the military 1911/1911A1 pistol used specifically marked and identifiable parts.  Often these parts can be identified by machining marks, finishes, or specific unique characteristics, such as a bevel or rounded edge even if the normal mark is missing.  Collectors attach great importance to a pistol having all of its “correct” if not “Original” parts.  However many of the small parts such as springs, pins and disconnectors have no specific markings and are not readily identifiable.  Many, are identifiable as “GI” in contrast to “Aftrer market”.  However distinguishing between the  latter two categories is sometimes difficult and fuzzy.  None the less, collectors attach great importance to a pistol having all of its “correct” if not “Original” parts. Reference Charles Clawsons “Colt .45 Service pistols”.

The most common lug markings are the “P” for proof, “HS” for High Standard, “F” for Flannery Bolt Co. and “S” for Springfield.

 You will find the common proper U.S.G.I. markings for 1911/1911A1 barrels by manufacturer.

ความแตกต่างทั้งหลายและการจัดลำดับเลขหมายของปืน1911-1911A1ได้ใช้การทำเครื่องหมายใว้อย่างชัดเจน
และใช้ชิ้นส่วนที่ผ่านการคัดสรรแล้ว ชิ้นส่วนเหล่านี้บ่อยครั้งจะบ่งบอกได้อย่างชัดเจนโดยระบบการจัดทำเครื่องหมาย
การทำผิวหรือลักษณะพิเศษเฉพาะ เช่นการทำให้เป็นมุมลาดเอียง ทำขอบให้คม ถึงแม้นว่าเครื่องหมายที่ควรมีอยู่ปกติ
ได้ลบเลือนไปแล้วก็ตาม. นักสะสมที่ยึดติด ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับปืนที่เขาครอบครองอยู่ว่า ตรงตัวหรือไม่

มีความถูกต้องเพียงใด ถ้ามันไม่ใช่ชิ้นส่วนดั้งเดิม. อย่างไรก็ตามชิ้นส่วนเล็กๆน้อยๆ เช่นสปริง,สลัก,ดิสคอนเน็คเตอร์
เหล่านี้ไม่มีเครื่องหมายพิเศษเฉพาะใดๆบ่งบอกเอาใว้เลย  คนส่วนมากได้พิสูจน์แล้ว ดั่งที่ปืนจีไอ ( US.GI )
ได้เปรียบเทียบในข้อแตกต่างให้เห็น อยู่ตามตลาดมืดทั่วๆไป. อย่างไรก็ตามการจำแนกความแตกต่าง ระหว่างสองกลุ่ม
สองหมวดหมู่ บางที บางครั้งเป็นการยากยิ่งนักที่จะแตกแยกย่อยออกไปเป็นแขนงๆได้ ไม่มีทางเอาเสียเลย.
นักสะสมที่ยึดติดทั้งหลายที่ให้ความสำคัญกับปืนที่มีอยู่ว่า

ชิ้นส่วนทั้งหมดแท้หรือไม่แท้ดั้งเดิมประการใด ให้อ้างอิงเอากับ เอกสารของ ชาลส์ ครอสัน  " โคลท์ .45 เซอร์วิส พิสตอล" ...........
โดยธรรมดาส่วนใหญ่แล้วรอยเครื่องหมาย ที่เป็น "P"  คือ เครื่องหมายที่ผ่านการทดสอบแล้ว " HS" คือ ไฮสแตนดาร์ด
"F" คือ แฟลนเนอร์รี่ โบลท์ โค "S"คือสปริงฟิลด์

ท่านจะพบเห็นได้อย่างถูกต้องสมบรูณ์ ในปืน ยูเอส จีใอ ( US.GI ) เป็นเครื่องหมายที่มีอยู่ที่ลำกล้องของปืน
 1911-1911A1 โดยผู้ผลิต ผู้สร้าง เป็นผู้ทำขึ้นมา........
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25,11, 2010, 12:38:07 โดย ผู้ใหญ่จอห์น GUNIN9™ » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:12:52
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #11 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:12:52 »

ข้อแตกต่างระหว่าง ปืน M 1911 กับ M 1911A1 ลองพิจารณาดูครับ
มีทั้งหมดที่แตกต่างกัน ประมาณ 8 จุด ตามภาพ






ตัวนี้ M1911 ครับ หรือ ที่เรียกกันว่า "เอวเต็ม"
 



ตัวนี้  M1911 A1 ครับ






Colt 1911 US Army สใลด์มาร์ค มี 2 แบบ , เริ่มแรกผลิตเป็น "ม้าท้าย" ก่อน , หลังจากนั้นต่อมาถึงได้ผลิตเป็น " ม้ากลาง" ครับ.

Military Pistols

The military M1911 and M1911A1 pistols do NOT have a C prefix or suffix with their serial numbers.
They do all have an No (o is underlined) or NO. serial number prefix before the serial number.

M1911 is a military model designation for military pistols shipped 1912 through 1919,
and only refers to pistols produced under contract for the United States Government. Serial range is 1-629500.

This is a 1918 Colt M1911 pistol with a "brushed blue" finish.





This is a late 1918 Colt M1911 pistol, with what some today call the "black Army" finish.
The finish is blued, but the surface prep is coarser, which results in a darker and less reflective blued finish.







M1911  ในยุคแรกๆที่ยังไม่ปรับแบบ คอ ยู.เอส บ้านเราชอบเรียกว่าเอวเต็มเพราะพื้นที่ตรงนี้ยังเต็มไม่ปาดเว้าแบบยุคต่อมา
ที่ปรับแบบ เป็น M1911A1  ในปี ค.ศ 1924




 



รวมไปถึงปืนที่โคลท์ผลิตขายในทางพาณิชย์ก็จะคงรูปแบบเดียวกันกับ ปืนทหาร ตามยุคตามสมัย


 

 



 

 

 

 


รวมไปถึงปืนที่โคลท์ผลิตขายในทางพาณิชย์ก็จะคงรูปแบบเดียวกันกับ ปืนทหาร ตามยุคตามสมัย

ขอบคุณข้อมูลจากพี่ ชาญ บ้านสั้น ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23,11, 2010, 13:15:08 โดย ผู้ใหญ่จอห์น GUNIN9™ » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:15:06
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #12 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:15:06 »

เมื่อ M1911 และกระสุน .45 ACP เข้าไปรวมรบเป็นปืนพกคู่กายของทหารสหรัฐ มันสามารถ
หยุดบรรดานักรับ Moro ที่ใส่เสื้อเกาะที่สานด้วยไม้ไผ่ ใช้ปืน Mauser M98 พร้อมดาบปลายปืน หรือใช้ง้าว คือ
ดาบที่ใส่ด้ามของหอก ซึ่งยาวมาก.


ไม่ให้เข้ามาถึงตัวทหารสหรัฐฯในระยะประชิดได้ดีมาก กระสุน .45ACP สามารถทะลุเกระไม้ไผ่ได้ เพราะด้วย
มวลของหัวกระสุนที่มาก หน้าตัดกระสุนที่ใหญ่ ทำให้ผู้ถูกยิงหมดสภาพการเคลือนที่ได้ทันที และ M1911
เป็นปืนที่มีขนาดเหมาะสม มีความแบนทำให้พกพาง่ายและใช้ได้คลองตัว ยิงซ้ำได้รวดเร็ว M1911 จึงได้
เข้าร่วมรบในฐานะปืนพกประจำกายกองทัพสหรัฐฯ จากนั้นมา.



M1911 ได้เข้าเป็นปืนพกประจำกายต่อในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ทางกองทัพได้พบจุดบกพร่องใน M1911
ช่วงที่ใช้ในสงครามหลังจากสงครามจบสิ้น ทางกองทัพได้ทำรายงานส่งให้กับหน่วยสรรพวุธคือ ศูนย์เล็ง
มีขนาดเล็กเกินไป เมื่อยิงที่ระยะเกินกว่า 8 เมตร กระสุนกินต่ำ และมีปัญหาเมื่อใช้ปืนในที่อากาศหนาวจำเป็น
ต้องใช้ถุงมือ เอานิ้วเข้าโกงไกปืนได้ลำบากทางสรรพวุธจึงได้ทำการส่งข้อมูลให้ผู้ผลิต M1911 แก้ไข.


M1911 จึงทำการแก้ไขปัญหาต่างๆตามที่สรรพาวุธสหรัฐแจ้งมา โดยทำการขยายความกว้างของศูนย์หน้า
และล่องบากของศุนย์หลังโครงด้ามหลังโกงไกปืนทำการปาดเนื้อส่วนนั้นออกไป และลดความยาวของหน้าไกให้สั้นลง แก้ปัญหาเมื่อต้องใช้ถุงมือ

ส่วนเรือนสปริงนกสับที่เคยเป็นแบบหลังตรง ก็เป็นเป็นแบบหลังโค้งแทน เพื่อแก้ปัญหากระสุนกินต่ำ เปลี่ยนหลังอ่อนเป็นแบบหางยาว
และลดวามยาวนกสับลงไม่ให้จิกง้ามมือ และไม่เกียวเสื้อเวลาชักปืน ทำการเปลี่ยนประกับด้ามจากที่ใช้ไม้เป็นวัสดุสังเคราห์
และปรับผิวปืนให้เป็นสีด้าน เพื่อลดแสงสะท้อน ปืนตัวปรับปรุงใหม่นี้เข้าประจำการแทน M1911 ในปี 1924 และได้รหัสใหม่ว่า
M1911A1 ถือว่าเป็นปืนรุ่นเดิมที่ทำการปรับปรุงนั้นเอง



เปรียบเทียบ M1911 และ M1911A1




M1911A1 ถือว่าเป็นปืนที่ประจำการนานที่สุดในโลกตัวหนึ่ง คือตั่งแต่ปี 1924 ยาวมาจนถึง
ปี 1984ในช่วงโลงครามโลกครั้งที่ 2 มีการผลิตออกมากว่า 1.7 ล้าน กระบอก แต่หากนับรวม M1911 และ M1911A1
ผลิตตั่งแต่ปี 1911 จนถึงปี 1984 M1911  ผลิตทั้งหมดกว่า 2.7 ล้าน กระบอก

โดย ผู้ผลิตมากที่สุดคือ Remington ผลิตถึง 900,000 กระบอก มากกว่า Colt ถึง 3 เท่า ส่วน M1911A1
ที่กลายเป็นของสะสม และเป็นของที่มีราคาแพงมาก ราคาปัจจุบันในสภาพสวยๆสุงกว่า 3,000 $ คือ M1911A
ที่ผลิตจากบริษัท Singer (ซิงเกอร์) เพราะผลิตมาเพียง 500 กระบอกเท่านั้น เป็น M1911A1 ทางทหารที่ผลิตได้ประณีตมาก


คำว่า “Colt” เชื่อได้ว่านักนิยมปืนทั่วโลกต้องรู้จักในฐานะผู้ผลิตปืนสั้นอันมีชื่อเสียง ต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคที่ใช้ปืน
ใช้กระสุนดินดำจนถึงปัจจุบัน จากปืนลูกโม่ Single Action (Colt Walker) มาถึง Single Action Army 
ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ 1911 (M-1911 หรือ Government Model)  ตลอดจนลูกโม่ดับเบิล (Python)
แม้แต่ปืนสั้นลูกกรด (Colt Woodsman) ล้วนเป็นปืนมีระดับที่นักสะสมใฝ่หากันมาก



ในปีที่ Colt ฉลองครบรอบ 150 ปี เป็นปีที่ปืน 1911 ปลดระวางจากกองทัพสหรัฐอเมริกา จากศตวรรษ 1800, 1900 Colt
เข้าสู่ศตวรรษที่สามคือ 2000 แบบไม่ค่อยมั่นคงนัก ถ้าเป็นคนก็เหมือนเข้าสู่วัยชราแบบไม้ใกล้ฝั่ง แต่ในทางตรงกันข้าม
หลังจากที่สิทธิบัตรคุ้มครองปืน 1911 หมดอายุไป 1911 กลายเป็นตัวเก่งให้หลายๆบริษัทสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นใหม่ได้


Colt M-1911 World War I Replica (.45 ACP)

Colt 1911 World War I Replica เป็นปืนที่ Colt ทำส่งให้กับกองทัพสหรัฐอเมริกาเมื่อคราว
สงครามโลกครั้งที่ 1 ปี 1914 ถึง 1918

Colt M-1911 A1 (.45 ACP)
Colt 1911 A1 เป็นปืนที่กองทัพสหรัฐเคยใช้เป็นปืนประจำการและเคยถูกใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2

คำ ว่า 1911 คืออะไร 1911 เป็นปีที่ Colt ผลิตปืนกึ่งอัตโนมัติ ผลิตให้กับทหารสหรัฐ
ในสงครามโลกครั้งที่ 1ตั้งแต่ปี 1914 ถึง 1918 และ Colt ได้จดสิทธิบัตรปืนกึ่งอัตโนมัติไว้ว่าห้ามลอกเลียนแบบ



คำว่า 1911 คือชื่อของแบบแผนปืนกึ่งอัตโนมัติที่ Colt ได้จดสิทธิบัตรไว้ หลังจากสิทธิบัตรคุ้มครอง
แบบแผนปืน 1911 สิ้นสุดลงในช่วงปี ค.ศ. 1985 หลายบริษัท เลยหันมาผลิตปืนแบบ 1911 กันจำนวนมาก

Colt M-1911 A1 (.45 ACP)

เมื่อ เอ่ยถึง Colt 1911 ผู้ที่รู้จักหรือคุ้นเคยกับอาวุธปืนอยู่บ้าง ย่อมจะนึกถึงปืนสั้นออโต้แบบกัฟเวอร์นเมนท์โมเดล
ขนาด .45 ACP ของโรงงาน Colt กันแทบทุกคน โดยเฉพาะท่านที่เป็นทหารรุ่นเก่าของไทยย่อมจะต้องรู้จักคุ้นเคย
เป็นพิเศษ เนื่องจากปืน Colt ออโต้โมเดลนี้มีชื่อเสียงกิติศัพท์อันเกรียงไกรมาจากพื้นฐานซึ่งเป็นปืนทหาร มาก่อน
นับตั้งแต่กองทัพบกของสหรัฐอเมริกาเข้ารับประจำการ ในปี ค.ศ. 1911 จึงเป็นที่มาของคำว่า “โมเดล 1911”
หลังจากผ่านการทดสอบของกองทัพมาเป็นเวลาเกือบห้าปี

ต่อมา ปืนโคลท์ กัฟเวอร์นเมนท์ โมเดล 1911 ได้รับการปรับปรุงอีกเล็กน้อยในทศวรรษแห่งปี 1920
จึงได้เปลี่ยนเป็น “โมเดล 1911 A1” นับตั้งแต่นั้นมา ด้วยเหตุ ที่ปืนโมเดล 1911 ที่กองทัพสหรัฐฯ แจกจ่าย
ให้ทหารของตน หรือส่งไปช่วยเหลือกองทัพประเทศพันธมิตรมีอักษรข้อความว่า UNITED STATES PROPERTY
อยู่ทางด้านซ้ายของโครงปืน


และโดยเฉพาะมีอักษรบอกข้อความอยู่ทางด้านขวาของโครงปืนว่า MODEL OF 1911 U.S. ARMY หรือ NAVY
แต่ส่วนมากจะเป็น U.S. ARMY จึงทำให้นักเลงปืนชาวบ้านทั่วไปพากันเรียกปืนโมเดลนี้ว่า “ปืนยูเอส อาร์มี” หรือ “ยูเอส”
เฉยๆ หรือไม่ก็เรียกว่า ปืนขนาดสิบเอ็ด ตามขนาดของปืนหรือกระสุนที่ใช้ยิงไปเสียเลย



สาเหตุที่ผู้ใช้ปืนบ้านเรานิยมเรียกกระสุน .45 ACP ว่า 11 มม.

เพราะ ยังยึดติดไปตามระบบเมตริกของกระสุนปืนจากยุโรปอยู่ จึงไม่ค่อยได้เรียกกันว่าขนาดจุดสี่ห้าสักเท่าใดนัก
หากกล่าวถึงปืนออโตแบบ 1911 โดยทั่วไปแล้ว คนส่วนมากก็จะนึกถึงปืนขนาด .45 เอซีพี ทั้งๆ ที่โคลท์ก็ผลิตปืน
โมเดลนี้ออกมาในขนาด .38 Super และ 9mm Luger ด้วย แต่เป็นเพราะคนรู้จักคุ้นเคยกับปืนขนาด .45 ACP มาก่อนนั่นเอง

อย่าง ไรก็ตาม นักเล่นปืนในบ้านเราก็ให้ความนิยมปืน Colt 1911 ขนาด .38 Super รองลงมาจากขนาด .45 เอซีพี
หรือ 11 มม.สาเหตุหลักมาจากการขอใบอนุญาต ป.3 สำหรับปืนขนาด .38 ได้ง่ายกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23,11, 2010, 12:21:57 โดย ผู้ใหญ่จอห์น GUNIN9™ » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:17:13
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #13 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:17:13 »

กระสุนที่เห็นเป็นกระสุน .45 ACP. 230 gr.FMJ กระสุนมาตรฐานของกองทัพอเมริกัน ในรูปเป็นกระสุนของบริษัทเรมิงตัน UMC.

ส่วนรถถังคันเล็กๆ ที่เห็นเป็นการจำลองสถานการณ์ การยกพลขึ้นบกที่ชายหาดนอร์มังดี ฝรั่งเศสด้วยกำลังฯ ผสมฝ่ายสัมพันธมิตร
รถถังที่เห็นเป็นรถถังจำลอง ควบคุมด้วยรีโมตคอนโทรลระยะไกล อีกหนึ่งผลงานที่ไม่ค่อยมีใครเห็น เป็นภาพลับที่ไม่ค่อยเปิดเผย
ทำให้รู้ว่าการยกพลขึ้นบกที่หาดนอร์มังดี เป็นการรบ การวางแผนยุทธการที่ฉลาดหลักแหลมที่สุด อาจจะที่สุดของมนุษย์ชาติ ครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก ท่าน อาจารย์ปู่ GHD ครับ ธุจ้า ธุจ้า







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23,11, 2010, 12:30:44 โดย ผู้ใหญ่จอห์น GUNIN9™ » บันทึกการเข้า
23,11, 2010, 12:17:57
ผู้ใหญ่จอห์น®
VIP
Gun In Thai Mania
***

Like ++ 55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,569



« ตอบ #14 เมื่อ: 23,11, 2010, 12:17:57 »

ชิ้นส่วนอะไหล่ ล็อคสไลด์ ( Slide Stops) เรมินตัน แรนด์ 1911 A1


Serial number range 917xxx



Serial number range 918xxx
 


Serial number range 923xxx



Serial number range 926xxx
 


Serial number range 986xxx
 


Serial number range 1356xxx
 


Serial number range 2441xxx
 


Serial number range ERRS 61
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 22   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: